วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 6

สัมผัสที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นอายความชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นฝนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในห้องพักชั่วคราวชั้นสี่ของไซต์งานก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ ความมืดสลัวยามค่ำคืนถูกขับเน้นให้ดูน่าอึดอัดยิ่งขึ้นด้วยแสงไฟสีส้มจากถนนด้านล่างที่สาดส่องผ่านโครงเหล็กหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาทอดตัวยาว รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะเขียนแบบ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังรวบรวมม้วนกระดาษแปลนพิมพ์เขียวที่กระจัดกระจาย ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ "ทำงานสะเพร่าไม่เปลี่ยน... สถาปนิกคนเก่ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันคุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ ศิลาไม่ได้ให้เวลาเธอได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักเลือนรางที่ข้อมือ ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวจนแผ่นหลังบางของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้แข็ง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดดันจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง "ถอยไปนะศิลา คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้ตอนดึกดื่นแบบนี้..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาเกราะกำบังความเย่อหยิ่ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก แววตาดื้อรั้นจ้องมองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าความใกล้ชิดระดับนี้กลับทำให้เธอรับรู้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกจากร่างกายของเขาได้อย่างชัดเจน "ไม่มีสิทธิ์?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักขังร่างเพรียวบางของเธอไว้ระหว่างวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ "ไซต์งานนี้เป็นของผม ตึกนี้ผมเป็นคนคุม และคุณ... รินรดา ก็เป็นผู้หญิงที่กล้าต่อรองกับผมเกินขีดจำกัดแล้วด้วยซ้ำ" จังหวะนั้นเอง แสงไฟจากรถบรรทุกที่แล่นผ่านด้านนอกก็กะพริบวูบไหว ทำให้โครงสร้างเงาสะท้อนเปลี่ยนไป รินรดาผวาถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่ความเร่งรีบทำให้ส้นรองเท้าสะดุดเข้ากับเศษไม้โครงสร้างที่หล่นอยู่บนพื้น ร่างระหงเสียหลักหงายหลังลงไปทันที "ระวัง!" ศิลาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ด้วยปฏิกิริยาอันรวดเร็วราวดุร้าย แรงเหวี่ยงจากอุบัติเหตุทำให้ร่างทั้งสองล้มลงไปกระแทกกับกองวัสดุนุ่มซับแรงกระแทกที่ปูไว้ชั่วคราวบนพื้นซีเมนต์ รินรดาล้มทับลงไปอยู่ใต้ร่างหนาหนักของวิศวกรหนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลาย ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนไม่รู้ว่ามาจากใครกันแน่ ดวงตาคมกริบของศิลาจ้องมองลงมาที่ใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยความตกใจและโกรธขัด แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นประกายปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนไว้ไม่มิด สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ยังคงโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ความตึงเครียดทางเพศพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด "ปล่อยฉันนะ..." เสียงเธอกระซิบแผ่วเบา ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านเมื่อปลายนิ้วแกร่งของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาตามแนวสันหลังอย่างจงใจ "อุบัติเหตุครั้งนี้... ดูเหมือนคุณจะซุ่มซ่ามเกินไปนะรินรดา หรือตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจจากผมกันแน่" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขาทำให้สติของสถาปนิกสาวหลุดลอย "คนหลงตัวเอง..." คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักประทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ศิลาไม่ได้รอให้เธออนุญาต แรงจูบอันทรงพลังและเร่าร้อนบดขยี้ความถือดีของเธอให้แหลกละเอียด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวะ ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อนของศิลาทำให้สมองของรินรดาขาวโพลน ความต้านทานทั้งหมดมลายหายไปราวกับควันไฟ เปลือกตาที่ปิดลงจำนนต่อสัมผัสวาบหวาม ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อย ๆ อ่อนยวบยาบแนบชิดไปกับแผงอกกว้างของเขา ลมหายใจที่หอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือหนาเลื่อนไล่สำรวจไปทั่วเรือนร่างระหงอย่างถือสิทธิ์ ปลายนิ้วร้อนผ่าวปลุกเร้าทุกอณูผิวผ่านเนื้อผ้าจนเกิดกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง รินรดากรีดร้องอู้อี้อยู่ในลำคอเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านและหวามไหวเข้าครอบงำ สัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าหนุ่มตื่นเต็มที่ เขากวาดต้อนความหวานล้ำจากริมฝีปากเธอย้ำแล้วย้ำเล่าราวกับคนกระหายน้ำที่เจอโอเอซิสกลางทะเลทราย ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเกมอำนาจและศักดิ์ศรีในยามปกติ พังทลายลงเหลือเพียงสัญชาตญาณแห่งความเสน่หาที่เรียกร้องหากันและกัน ทว่า ในขณะที่อารมณ์รักกำลังดิ่งลึกและเร่าร้อนถึงขีดสุด ศิลากลับหยุดชะงักลงกะทันหัน เขาถอนริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอนอนหอบหายใจโยนตัวอยู่ใต้ร่าง แววตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาท "จำรสชาตินี้ไว้ให้ดี... เพราะหลังจากคืนนี้ เกมระหว่างเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงฝีเท้าฝีหนาของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กดังปึงปัง ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อของเธอจากบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในยามวิกาลเช่นนี้—"คุณรินรดาครับ อยู่ข้างในหรือเปล่า? ทางคุณคินทร์ส่งผมมาตามเอกสารด่วนครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งอำนาจและเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%