วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 14

หน้ากากวิศวกร

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
แสงไฟสีส้มสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคินทร์สาดกระทบดวงตาสีเข้มที่กำลังพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เสียงลมหายใจสะดุดกักค้างของรินรดาในวินาทีนั้น ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึกแห่งความหวาดกลัว คลิปวิดีโอความยาวไม่กี่วินาทีบนหน้าจอกำลังเล่นซ้ำภาพเงาร่างของเธอกับศิลาที่แนบชิดกันอย่างแนบเนียนบนเตียงนอนเมื่อคืนนี้ ทุกสัมผัส ทุกจังหวะการหอบหายใจ และหยาดเหงื่อที่ไหลรินถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนโดยกล้องจิ๋วที่ซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง "น่าเสียดายนะคุณรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำของคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นและเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งกรีดลึกลงไปในความรู้สึกตึงเครียด "ผมไม่คิดเลยว่าสถาปนิกสาวมือหนึ่งผู้ทรงเกียรติ จะมีรสนิยมแอบแซบกับเจ้าของโครงการผู้เยือกเย็นคนนี้ลับหลังผม... ถ้าคลิปนี้หลุดออกไปถึงบอร์ดบริหารและสื่อมวลชน คิดว่าอนาคตโปรเจกต์หมื่นล้านของคุณกับความภาคภูมิใจของท่านวิศวกรศิลาจะเหลือซากอะไรบ้างล่ะครับ" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนปลายนิ้วสั่นเทา เธอรู้ดีว่าคินทร์ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายเธอ แต่มันคือการหักหน้าและทำลายศิลาผ่านตัวเธอ เพื่อแย่งชิงอำนาจเบ็ดเสร็จในบริษัท แต่ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องทำงานอีกด้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกอันรุนแรงจนบานไม้กระแทกผนังเสียงดังสนั่น "คิดจะเล่นตลกอะไรในอาณาเขตของฉัน, คินทร์" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของศิลาก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่มั่นคงและดุดัน แววตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกวาดตามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของคู่แข่งด้วยความนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ มีเพียงประกายแห่งความอันตรายที่ส่องประกายวาววับราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ คินทร์หันกลับไปมองด้วยรอยยิ้มหยัน "โอ้... เจ้าของห้องตัวจริงมาพอดีเลยนี่นา หวังว่าคุณคงไม่ลืมนะศิลา ว่าจุดอ่อนของคุณตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่งานก่อสร้าง แต่มันยืนอยู่ข้างหลังผมตรงนี้นี่เอง" ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยการตะโกนหรือแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งยืนประจันหน้ากับคินทร์ในระยะประชิด ความกดดันมหาศาลจากตัวตนของอัลฟ่าหนุ่มแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้งขึ้นมาทันที "นายคิดว่าภาพในมือถือชิ้นนั้น มันมีค่าพอที่จะทำลายฉันได้จริงเหรอ, คินทร์?" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนน่ากลัว "นายประเมินฉันต่ำไป... และที่สำคัญที่สุด นายกำลังเล่นกับคนที่ไม่ควรแตะต้อง" สิ้นเสียงคำรามต่ำในลำคอ ศิลาก็พุ่งมือคว้าข้อมือของคินทร์ที่ถือโทรศัพท์ไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำราวมือเสือตะปบเหยื่อ แรงบิดมหาศาลทำให้คินทร์หน้าถอดสี รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นพรมหนานุ่ม แต่ก่อนที่มันจะเสียหาย ศิลาก็ใช้เท้าเขี่ยมันไปไกลด้วยความรวดเร็ว รินรดายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัว เธอคาดหวังจะได้เห็นความตื่นตระหนก หรือความกังวลจากศิลา แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นความเยือกเย็น อำมหิต และการควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างเบ็ดเสร็จราวกับผู้ล่าที่เหนือกว่าในทุกมิติ ศิลาสะบัดข้อมือของคินทร์ออกด้วยความรังเกียจ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวคู่ปรับกระซิบเสียงต่ำด้วยถ้อยคำที่ทำให้คินทร์ต้องถอยหลังกรูด "ถ้าคลิปนั่นหลุดออกไปแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะทำให้นายไม่มีแผ่นดินจะยืนอยู่ในวงการธุรกิจนี้... ไสหัวไปจากห้องของฉันซะ!" คินทร์กัดฟันกรอดด้วยความแค้น ขบกรามแน่นจนสันนูน แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาดุร้ายไร้ปรานีของศิลา เขาก็รู้ตัวดีว่าการต่อสู้ในตอนนี้มีแต่จะพินาศ เขาจึงก้มลงเก็บโทรศัพท์ที่ตกอยู่ด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูตามหลังเสียงดังสนั่น ภายในห้องทำงานกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างหนักหน่วงของรินรดา เธอหันไปมองหน้าศิลา คาดหวังจะได้เห็นรอยยิ้มโล่งอก หรือคำปลอบโยนบางอย่างจากชายหนุ่มที่ผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนร่วมกันมา แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงแววตาที่ว่างเปล่า เยชา และห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า ศิลาหันหลังให้เธอ เดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเรียเฉย ราวกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น "คุณควรจะกลับไปทำงานของคุณได้แล้วนะ, รินรดา" ศิลาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง "โปรเจกต์นี้ไม่มีที่ให้คนสะเพร่าทำพลาดซ้ำสอง" คำพูดที่เย็นชาและห่างเหินนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอราวกับคมมีด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บแปลบในอก ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามจากค่ำคืนก่อนถูกความเยือกชาของเขากลืนกินจนไม่เหลือซาก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ตีตื้นขึ้นมา "ฉันไม่ใช่เบี้ยให้คุณใช้สั่งการตามอำเภอใจนะ, ศิลา!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธที่เริ่มปะทุขึ้นมาแทนที่ความกลัว "เรื่องเมื่อคืน... คุณทำเหมือนมันไม่มีความหมายอะไรเลยงั้นเหรอ?" ศิลาหยุดชะงักมือที่กำลังเปิดแฟ้มเอกสาร แผ่นหลังกว้างของเขานิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นว่างเปล่าและเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่ปิดตายความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใน "เรื่องเมื่อคืน?" ศิลาทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เธลเกลียดชังที่สุด "มันก็แค่เกมทางธุรกิจ... และความสนุกชั่วคราวระหว่างผู้ร่วมงาน คุณคิดว่ามันมีความหมายลึกซึ้งอะไรมากกว่านั้นงั้นเหรอ, สถาปนิกสาว?" คำพูดที่เฉียบคมและไร้เยื่อใยนั้นเปรียบเสมือนน้ำ冷สาดใส่หน้าเธออย่างจัง รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบย่ำลงกับพื้น เธอเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนใจร้ายตรงหน้าให้หายแค้น แต่ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาของศิลาคว้าจับไว้ได้อย่างรวดเร็วกว่า ในเสี้ยววินาทีนั้น แรงดึงดูดอันมืดมนและอันตรายก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาระหว่างคนทั้งสอง ศิลาออกแรงดึงรั้งร่างของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนแผ่นอกบางแนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนหัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ "อย่าหาญกล้าทำแบบนั้นกับฉัน, รินรดา" ศิลาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำพร่าอันตรายที่สั่นประสาททุกส่วนในร่างกาย "ถ้าคุณยังอยากอยู่ในเกมนี้ต่อ... ก็จำไว้ว่าอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับงาน" เขากระชับวงแขนที่โอบรอบเอวคอดไว้แน่นขึ้น บังคับให้เธอยืนชิดติดกายจนรับรู้ได้ถึงแผงอกอันกำยำและพละกำลังเหนือกว่าที่พร้อมจะบดขยี้เธอให้แหลกคามือ รินรดาพยายามขัดขืนแต่ยิ่งดิ้นรนเท่าiไหร่ ก็ยิ่งเหมือนเอา1ร่างเข้าหาพันธะตรวนที่เขาจงใจพันธนาการไว้แน่นหนาขึ้นเท่านั้น แววตาของศิลาที่มองลงมาไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา และความต้องการที่จะครอบครองเธอไว้ทั้งหมดทั้งตัวและหัวใจโดยไม่ยอมให้ใครแย่งชิงไป แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงรายงานจากเลขานุการหน้าห้องที่ดังลอดเข้ามา "คุณศิลาครับ... ทางตัวแทนจากบอร์ดบริหารใหญ่มาถึงแล้วครับ กำลังรอคุณอยู่ที่ห้องประชุมด่วนที่สุดครับ" ศิลาชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองสถาปนิกสาวในอ้อมแขนที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาท้าทายและเคียดแค้น ก่อนที่เขาจะค่อยๆ คลายมือออกอย่างช้าๆ ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะตอกย้ำบางอย่าง "เกมนี้ยังอีกยาวไกล, รินรดา..." ศิลาเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ก่อนจะหมุนตัวเดินผละออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนหายใจหอบถี่อยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงัน รินรดายืนนิ่งสนิท กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดและความเคียดแค้นผสมปนเปกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่ลุกโชนอยู่ในอก เธอจะไม่ยอมแพ้เขาเด็ดขาด ไม่ว่าศิลาจะสวมหน้ากากความเย็นชาและอำมหิตสักแค่ไหน เธอก็จะกระชากมันออกมาให้ได้ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังก(วาดสายตามองไปรอบห้องทำงานเพื่อสงบสติอารมณ์ สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอเอง... ซองเอกสารที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่มีตราประทับลับของบริษัทคู่แข่งหลักที่กำลังจ้องจะฮุบโครงการนี้อยู่! หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เมื่อเธอหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู และพบว่าภายในบรรจุพิมพ์เขียวโครงสร้างลับสุดยอดของโปรเจกต์ ที่มีลายมือชื่ออนุมัติกำกับไว้... เป็นลายมือชื่อของ "ศิลา" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและเกมอำนาจอันดุเดือดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%