กลิ่นไอน้ำฝนที่ยังคงค้างเติ่งอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืน ไม่ได้ช่วยชะล้างความร้อนระอุภายในห้องทำงานส่วนตัวของคินทร์ลงได้เลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาของซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดอ้าออก เผยให้เห็นพิมพ์เขียวโครงสร้างลับสุดยอดของโปรเจกต์เมกะโปรเจกต์ที่มูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินเป็นตัวเลขได้ และที่มุมล่างขวาของกระดาษแผ่นนั้น ปรากฏลายมือชื่ออันหนักแน่นและเด็ดขาด... ลายมือชื่อของศิลา
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานนั้น หัวใจของเธอกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น สัมผัสเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงต้นกระดูกสันหลัง เธอรู้ดีว่าพิมพ์เขียวนี้หมายถึงอะไร มันคือจุดอ่อน... คือหัวใจสำคัญที่ศิลาใช้ค้ำยันอำนาจทั้งหมดของเขาไว้ในบริษัท และการที่มันมานอนอยู่ตรงนี้ แปลว่าเธอถูกต้อนให้จนมุมโดยสมบูรณ์แล้ว
"น่าประทับใจใช่ไหมล่ะครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำของคินทร์ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนจากโซฟาหนังราคาแพง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างระหงของสถาปนิกสาวด้วยความรู้สึกเหนือกว่า "พิมพ์เขียวแผ่นนั้น... ถ้าหลุดออกไปสู่มือของคู่แข่ง หรือถูกเผยแพร่ต่อหน้าคณะกรรมการบริหาร รับรองว่าวิศวกรผู้ไร้พ่ายอย่างศิลา คงต้องล่มสลายในชั่วข้ามคืนอย่างแน่นอน"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวและรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาในอก เธอหันขวับไปจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาวาวโรจน์ "คุณกำลังเล่นกับไฟ คินทร์... คุณก็รู้ว่าถ้าศิลาจับได้ว่าใครเป็นคนขโมยข้อมูลนี้ ชีวิตพวกเราไม่รอดแน่"
"ผมถึงต้องจ้างมืออาชีพอย่างคุณยังไงล่ะครับ" คินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเต็มไปด้วยการคุกคาม "คุณเข้าใกล้ตัวเขามากที่สุด... มากเสียจนผมอิจฉา ร่างกายของเขากอดรัดคุณบนเตียงมาแล้วกี่ครั้งกันเชียว? การควักเอาความลับจากปากผู้ชายที่กำลังลุ่มหลงคุณจนหัวปักหัวปำ มันคงไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณหรอกกระมัง"
คำพูดเสียดสีและดูถูกเหยียดหยามนั้น ทำให้มือเรียวของรินรดากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ศักดิ์ศรีของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกำลังถูกเหยียบย่ำ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือภาพใบหน้าของศิลา... ดวงตาสีเข้มที่มักจะมองเธอด้วยความกระหาย ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของในยามที่พวกเขาแนบชิดกันบนเตียง
เธอไม่อาจทรยศเขาได้... แต่ในขณะเดียวกัน หากเธอปฏิเสธคินทร์ พิมพ์เขียวแผ่นนี้ก็จะถูกใช้ทำลายศิลาอยู่ดี เกมอำนาจนี้ช่างโหดร้ายและบีบคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?" รินรดาเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก พยายามประคับประคองน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
คินทร์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะปลายคางมน แต่รินรดาเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็วด้วยความรังเกียจ ชายหนุ่มชักมือกลับแต่รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "คุณไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกครับ คุณรินรดา พรุ่งนี้เช้า... ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นี้จะต้องถูกส่งต่อไปยังโต๊ะทำงานของบอร์ดบริหาร ถ้าคุณไม่อยากให้ชื่อของคุณต้องแปดเปื้อนในฐานะ 'นกต่อ' ที่ช่วยทำลายโปรเจกต์นี้ ก็จงทำตามหน้าที่ของคุณเสียดีกว่า"
ร่างบางเดินออกมาจากคฤหาสน์ของคินทร์ด้วยความรู้สึกราวกับคนใกล้ตาย สายฝนที่โปรยปรายลงมาอีกครั้งช่วยระบายความร้อนรุ่มภายในอก แต่มันกลับทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อโค้ตมีน้ำหนักราวกับภูทั้งลูก มันคือเครื่องมือที่จะทำลายล้างผู้ชายคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอน
รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในลานจอดรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง รินรดากลั้นใจเปิดประตูเดินเข้าไปข้างใน ความเงียบงันและความมืดสลัวภายในห้องโถงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม ทว่า... ทันทีที่เธอก้าวเท้าผ่านพ้นประตู ไฟเพดานดวงใหญ่ก็สว่างพรึบขึ้นด้วยฝีมือของใครบางคน
ศิลายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องมองมาที่เธอราวกับมองทะลุผ่านเสื้อผ้าและผิวหนัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและเส้นเลือดปูดโปーン เต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวจนห้องทั้งห้องแทบจะไร้อากาศหายใจ
"ไปไหนมาดึกดื่นขนาดนี้... หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอพยายามตั้งสติแล้วซ่อนความพิรุธไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ฉันไปทำงานที่ออฟฟิศมาค่ะ... โปรเจกต์มันมีปัญหาต้องสะสาง"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดัน ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที แต่เขากลับก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคงและกดดัน ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมเข้าหาผนังห้อง
ก้าวของเขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย
"โกหก..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายคนอื่น... ติดตัวเธอมาขนาดนี้ เธอยังกล้าบอกว่าไปทำงานที่ออฟฟิศอย่างนั้นเหรอ รินรดา?"
หัวใจของสถาปนิกสาวกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสอันเร่าร้อนและแรงดึงดูดทางเพศที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา มือหนาเอื้อมขึ้นมาบีบปลายคางของเธอให้เงยขึ้นบังคับให้สบตา ขณะที่นิ้วโป้งหยาบกร้านไล้คลึงริมฝีปากอิ่มของเธออย่างถือวิสาสะ
"ศิลา... ปล่อยฉันนะ" เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามผลักแผงอกของเขาออก แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเปรียบเสมือนการสะกิดผิวกายของเสือร้ายเท่านั้น
"ปล่อยเหรอ?" ศิลาหัวเราะต่ำในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนและแรงหึงหวงที่กำลังแผดเผา "ในเมื่อเธอกล้าออกไปเล่นนอกลู่นอกทาง... เธอก็ต้องเตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันให้ดี"
ริมฝีปากหนาร้อนระอุประทับลงมาปิดริมฝีปากของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสมผสานกับความหิวกระหาย รินรดาพยายามเม้มปากขัดขืน แต่ศิลากลับใช้อำนาจที่เหนือกว่าบดขยี้เรียวปากของเธอให้เผยอออก ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเร่าร้อนและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนในพริบตา
มือหนาอีกข้างสอดเข้าใต้ร่มผ้า ลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มของแผ่นหลัง สัมผัสที่คุ้นเคยและทรงพลังนั้นกระตุ้นเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเธอให้ตื่นขึ้น ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับเริ่มอ่อนยวบยาบและยอมจำนนต่อสัมผัสอันวาบหวามอย่างน่าละอาย
ท่ามกลางเกมอำนาจที่เชือดเฉือนกันด้วยความลับและทรยศ ร่างกายของพวกเขากลับหลอมรวมเข้าหากันด้วยไฟแห่งเสน่หาที่ไม่อาจต้านทาน...
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น และเสื้อผ้ากำลังจะหลุดรอดจากกาย ศิลากลับหยุดชะงักลงกะทันหัน เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำสะท้อนความปรารถนาของเธอ
นิ้วแกร่งข้างหนึ่งล้วงเข้าไปหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตที่เธอพาดไว้บนแขน... แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่เธอเพิ่งรับมาจากคินทร์ ถูกดึงออกมาถือไว้ตรงหน้าเธอ
"มองหาไอ้นี่อยู่หรือเปล่า... ที่รัก?" ศิลาเอמהยิ้มเหี้ยมเกรียม กระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนหัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวแห่งความตกใจสุดขีด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมนของอารมณ์นี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 15
กับดักความขัดแย้ง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!