ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 17

ศัตรูในคราบมิตร

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์สั่นไหวในความมืด สะท้อนให้เห็นแววตาที่สั่นระริกของรินรดาขณะที่เธอกดตัวลงแนบกับผนังห้องทำงานข้างชั้นเก็บเอกสาร ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งกดทับทรวงอก เมื่อร่างสูงในชุดสูทสีเข้มของ ‘มานพ’ เลขาคนสนิทของอัครพลก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับเขาเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้เอง “ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าให้มีอะไรผิดพลาด... เพราะถ้าอัครพลรู้ว่างานนี้ยังไม่พัง ผมคงต้องหาคนรับผิดชอบใหม่” เสียงทุ้มต่ำของมานพดังขึ้นพร้อมกับการกดปุ่มเปิดไฟ รินรดากลั้นหายใจแน่น เธอมองผ่านช่องว่างของบานพับตู้เอกสาร เห็นเขากำลังสวมถุงมือยางสีขาวสะอาดสะอ้าน ก่อนจะตรงไปยังโต๊ะเขียนแบบของเธอ เขาไม่ได้มาเพื่อขโมยของมีค่า แต่เขากำลัง ‘แก้ไข’ อะไรบางอย่างในแบบโครงสร้างที่เธอเพิ่งเซ็นอนุมัติไปเมื่อตอนเย็น *นี่มันการวินาศกรรมระดับโครงสร้าง* รินรดาคิดในใจ มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้าที่สุด เธอไม่ได้กดบันทึกวิดีโอ เพราะแสงแฟลชอาจเปิดโปงตำแหน่ง แต่เธอกำลังสั่นสัญญาณไปที่หมายเลขหนึ่ง... หมายเลขของคนที่เธอสาบานว่าจะไม่มีวันขอความช่วยเหลือ ‘คีรินทร์’ สายถูกตัดไปในจังหวะที่หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มานพเริ่มใช้ปากกาสไตลัสเฉพาะทางแก้ไขไฟล์ในแท็บเล็ตของเธอ เขาลบจุดรับน้ำหนักคานหลักออกสองจุด ความผิดพลาดที่ดูเหมือนเป็นความเลินเล่อของสถาปนิก แต่ถ้าก่อสร้างจริง... มันคือกับดักมรณะ ประตูห้องทำงานถูกผลักออกกะทันหัน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นอย่างหนักแน่นก้าวเข้ามาโดยไม่มีการเคาะ มานพสะดุ้งตัวโยนขณะที่ร่างสูงโปร่งของคีรินทร์ปรากฏตัวขึ้นในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาสาดส่องผ่านความมืดสลัวราวกับนักล่าที่รอจังหวะตะปบเหยื่อ “ดูเหมือนว่างานนอกเวลาของเลขานาย จะดูรุกล้ำเกินขอบเขตอำนาจไปหน่อยนะ มานพ” เสียงของคีรินทร์เรียบสนิท แต่มันกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องหนักอึ้ง มานพแสยะยิ้ม “วิศวกรผู้แสนดีอย่างคุณคีรินทร์ คงไม่คิดจะยุ่งเรื่องการเมืองในบริษัทคู่แข่งหรอกใช่ไหมครับ? หรือว่าที่มานี่... เพราะอยากจะมาดูผลงานของคนรักที่กำลังจะพังพินาศ?” “คนรัก?” คีรินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะก้าวประชิดตัวอีกฝ่าย “รินรดาไม่ใช่ของเล่นของใคร และแบบแปลนนี้... ผมเป็นคนรีวิวเองทุกบรรทัด ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนค่าการรับน้ำหนักคานตัวนี้ ผมเกรงว่าคุณกำลังตัดสินใจผิดมหันต์” จังหวะที่คีรินทร์เบี่ยงตัวเพื่อเผชิญหน้ากับมานพ สายตาของเขาก็เหลือบมาเห็นเงาที่ซ่อนอยู่หลังตู้เอกสาร รินรดาสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที—แววตาของเขาที่มักจะเย็นชาบัดนี้กลับมีความดุร้ายที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ คีรินทร์หันกลับไปหามานพด้วยความเร็วที่เหนือชั้น เขากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระแทกเข้ากับโต๊ะเขียนแบบ “ออกไป ก่อนที่ผมจะแจ้งความข้อหาพยายามฆ่าโดยเจตนาจากการปรับแก้โครงสร้างมั่วซั่ว ถ้าอัครพลอยากได้คำตอบเรื่องนี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปพบเขาที่บริษัทเอง” มานพมองคนตรงหน้าด้วยความโกรธแค้นก่อนจะสะบัดตัวออก “จำไว้นะคีรินทร์ เกมนี้มันเพิ่งเริ่ม... รินรดาไม่มีทางรอดไปได้หรอก” เมื่อเสียงฝีเท้าของมานพหายไปจากโถงทางเดิน ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง เธอปล่อยให้ลมหายใจหอบถี่สั่นคลอนไปทั่วห้อง คีรินทร์ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ เขาไม่ได้ปลอบประโลมด้วยคำพูด แต่เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาที่เย็นเฉียบเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากัน “สั่นทำไม?” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความนุ่มนวลที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ “ถ้าคุณไม่มา... ฉันคงต้องถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนทำแบบผิดพลาด” รินรดาตอบเสียงสั่น “คุณโง่มากที่เก็บความลับนี้ไว้คนเดียว” คีรินทร์ขยับกายเข้าใกล้จนกลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอมกลิ่นไม้จันทร์จางๆ ของเขาโอบล้อมเธอไว้ “คุณพยายามสร้างกำแพงกั้นทุกคน แต่สุดท้ายกำแพงนั่นก็ขังคุณไว้ให้เป็นเหยื่อ” มือของเขาไล้ผ่านข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลุกเร้ากระแสไฟฟ้าจางๆ ในใจที่เธอพยายามกดทับมาตลอดหลายเดือน รินรดารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ยากจะหลีกหนี ความโกรธเคืองเรื่องความเห็นต่างทางธุรกิจในอดีตดูเลือนหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ในอก คีรินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาจนลมหายใจของเขารดรินบนริมฝีปากเธอ “รินรดา... ถ้าคืนนี้ฉันไม่ได้มาที่นี่ คุณจะยังใจแข็งกับฉันได้อีกนานแค่ไหน?” เขากดจูบลงบนกลีบปากของเธออย่างเนิบนาบในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เรียกร้องสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่เธอโหยหามาตลอด เธอตวัดแขนโอบรอบคอเขารั้งให้เข้ามาใกล้ขึ้น แรงอารมณ์ที่ถูกสะสมจากการปะทะคารมตลอดทั้งวันระเบิดออกในจุมพิตที่เผ็ดร้อนและลึกซึ้ง คีรินทร์อุ้มเธอขึ้นวางบนโต๊ะเขียนแบบ ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางกองเอกสารและพิมพ์เขียวที่กระจัดกระจาย ความเปราะบางของวิชาชีพถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ตอบสนองกันและกัน รินรดารู้สึกถึงฝ่ามือร้อนของเขาที่ลูบไล้ไปตามสรีระใต้ชุดสูททำงานที่แน่นหนา เธอแอ่นกายรับสัมผัสจากเขาด้วยความสมัครใจ ขณะที่คีรินทร์กระซิบคำพร่าเลือนข้างหูเธอ “คุณคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดที่ฉันเคยเจอ... แต่คุณก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากทำลายหลักการทั้งหมดของตัวเองเพื่อคุณ” ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศที่แผดเผา เสียงโทรศัพท์ของคีรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงดังขึ้น มันไม่ใช่สายเรียกเข้าทั่วไป แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการที่พวกเขาดูแลอยู่—โครงการที่อัครพลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด หน้าจอแสดงผลภาพวงจรปิดแบบเรียลไทม์ที่ส่งตรงมาจากไซด์งานก่อสร้าง และสิ่งที่รินรดาเห็นในจอนั้นทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ! คนงานกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในพื้นที่จัดเก็บฐานราก พร้อมกับถังสารเคมีที่มีตราสัญลักษณ์เดียวกับบริษัทของอัครพล... พวกเขากำลังเริ่มขั้นตอนการเทปูนทับหลักฐานการโกงโครงสร้างก่อนที่หน่วยงานรัฐจะเข้ามาตรวจสอบในวันพรุ่งนี้! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความซับซ้อนของหัวใจไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%