ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 18

การปกป้องที่เงียบเชียบ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นฉุนกึกของสารเคมีแอมโมเนียเข้มข้น ลอยอวลอยู่ในความมืดสลัวของโกดังเก็บฐานรากชั่วคราว เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนงานก่อสร้างนับสิบชีวิตที่เคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบราวกับกำลังทำภารกิจลับหลังเที่ยงคืน สะท้อนก้องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าที่ตั้งตระหง่านท้าทายท้องฟ้ายามวิกาล ในมือของหัวหน้าคนงานกลุ่มนั้น คือถังพลาสติกสีทึบที่มีตราสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงสีฟ้า—ตราประทับอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มบริษัทในเครืออัครพล สารเคมีเร่งการสึกกร่อนระดับอุตสาหกรรมถูกเตรียมไว้เพื่อราดทับลงบนฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กที่เพิ่งเทเสร็จ เพื่อทำลายโครงสร้างภายในให้ผุกร่อนจากข้างในก่อนเวลาอันควร อำพรางความผิดพลาดจากการลดสเปกวัสดุก่อสร้างที่อัครพลจงใจโกงงบประมาณมหาศาล เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบของรัฐที่กำลังจะมาถึงในเช้าวันพรุ่งนี้ ลงความเห็นว่าโครงการนี้ "วิบัติจากความล้มเหลวทางธรรมชาติ" ไม่ใช่การทุจริต "เร็วเข้า! เทไอ้นี่ลงไปตรงรอยต่อเสาเข็มต้นนั้น แล้วเอาปูนทับซะ! ถ้าคุณอัครพลรู้ว่าพวกแกทำงานชักช้า มีหวังได้โดนไล่ออกจากไซต์นี้แน่!" เสียงคำรามต่ำของหัวหน้าคนงานดังขึ้น พร้อมกับที่ลูกน้องคนหนึ่งกำลังเงื้อถังสารเคมีขึ้นเพื่อเทราดลงบนเหล็กเส้นเสริมแรงที่ขึ้นสนิมแดงอยู่แล้ว *เคร้ง!* วัตถุโลหะทรงกระบอกพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ก่อนจะกระแทกเข้ากับถังสารเคมีในมือคนงานจนมันหลุดกระเด็น สารเคมีสีขาวขุ่นสาดกระเซ็นลงบนพื้นคอนกรีตเกิดควันพวยพุ่งและเสียงกัดกร่อนน่าสะพรึงกลัว คนงานกลุ่มนั้นสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปยังทิศทางที่วัตถุปริศนาลอยมาด้วยความตื่นตระหนก ที่ปากทางเข้าโกดัง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูปของคีรินทร์ยืนตระหง่านอยู่ ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นน่าเกรงขามยิ่งกว่ากองกำลังติดอาวุธ แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองกลุ่มคนงานด้วยความเย็นชา มือหนาหมุนประแจเลื่อนตัวใหญ่อยู่ในมืออย่างเชื่องช้า เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบข้าง "พวกคุณกำลังทำลายหลักฐานทางวิศวกรรม" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนคนงานที่ถือถังสารเคมีถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "รู้ไหมว่าโทษของการทำลายโครงสร้างอาคารสาธารณะที่มีชีวิตนับพันชีวิตเป็นเดิมพัน... มันไม่ใช่แค่การไล่ออกจากไซต์ แต่มันคือคุกตลอดชีวิต" "เฮ้ย! มันมาคนเดียว จัดการมันซะ อย่าให้มันขวางทางเราได้!" หัวหน้าคนงานตะโกนสั่ง พร้อมกับที่ชายฉกรรจ์สามคนพุ่งเข้าประชิดตัวคีรินทร์พร้อมท่อนเหล็กในมือ รินรดาที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่ไม่ไกลนัก หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือเรียวบางยกขึ้นปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อสะกดกลั้นเสียงกรีดร้อง ความเย็นเฉียบแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังเมื่อเห็นวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นต้องเผชิญหน้ากับคนงานนับสิบด้วยตัวคนเดียว สมองของเธอประมวลผลความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว—*เขาบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้เดินเข้ามาในนี้คนเดียวโดยไม่รอตำรวจ!* ทว่า คีรินทร์ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงหลบการฟาดท่อนเหล็กครั้งแรกอย่างคล่องแคล่วราวกับนักกีฬามืออาชีพ ก่อนจะใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของฝ่ายตรงข้ามจนท่อนเหล็กหลุดร่วง จากนั้นจึงใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที การเคลื่อนไหวของเขานิ่งสนิท แม่นยำ และไร้ความปรานี เป็นความรุนแรงที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีด้วยหลักฟิสิกส์และกลศาสตร์ ไม่ต่างอะไรกับการออกแบบโครงสร้างที่ต้องใช้ความสมบูรณ์แบบสูงสุด "ใครจะเข้ามาอีก" คีรินทร์ปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อเบาๆ สายตาคมกราบกวาดมองกลุ่มคนงานที่เริ่มลังเลและก้าวถอยหลังทีละก้าว "ถ้าไม่อยากติดคุกหัวโตแทนเจ้านายหน้าเลือดคนนั้น ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหามีกรรมสิทธิ์ครอบครองสารเคมีอันตรายผิดกฎหมาย" หัวหน้าคนงานกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ มองหน้าลูกน้องที่นอนโอครวญอยู่บนพื้น ก่อนจะโบกมือให้ถอยร่อน "ถอย! ถอยเว้ย! เดี๋ยวค่อยหาทางอื่น!" กลุ่มคนงานแตกฮือวิ่งหนีหายไปในความมืดของเขตก่อสร้าง เหลือไว้เพียงคีรินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางควันสารเคมีจางๆ และรินรดาที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาสลัวด้วยแววตาที่สั่นไหวระริก "คุณ... คุณทำบ้าอะไรลงไปคีรินทร์!" เสียงของรินรดาหลุดลอดออกมาด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวที่ยังคงตกค้างในกระแสเลือด เธอก้าวเข้าไปหาเขาเร็วๆ ดวงตากลมโตจ้องมองสำรวจร่างกายของเขาอย่างลืมตัว "ถ้าพวกมันมีอาวุธมากกว่านั้นล่ะ? ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา คุณคิดว่าโปรเจกต์นี้มันสำคัญกว่าชีวิตของคุณหรือไง!" คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดของสถาปนิกสาว เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นทอดมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ ความเยือกเย็นที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงประกายความอบอุ่นบางเบาที่ยากจะคาดเดา "เป็นห่วงผมเหรอครับ... รินรดา" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ยามที่เอמהชื่อเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เธอยืดตัวขึ้นเพื่อสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองอีกครั้ง "ฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ ฉันแค่ไม่อยากให้โปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจต้องมาสะดุดเพราะความบุ่มบ่ามของคุณต่างหากล่ะคะ วิศวกรผู้รอบคอบอย่างคุณ น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าการปะทะกันตรงๆ แบบนี้มันไม่ใช่ทางออกที่ฉลาดเลย" คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว จนแผ่นหลังบางของรินรดาแนบชิดติดกับเสาคอนกรีตเย็นเยียบ กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวของเขาโชยเข้าแตะจมูก ปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้มเนียนทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ "ทางออกที่ฉลาด..." คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงคืบ น้ำเสียงของเขากระซิบแผ่วเบา ทว่าสั่นสะท้อนลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ "แล้วคุณคิดว่าอะไรคือทางออกที่ฉลาดล่ะครับ... การปล่อยให้หลักฐานถูกทำลายแล้วนั่งมองความพ่ายแพ้เงียบๆ เหมือนที่คุณชอบทำเวลาหนีปัญหาอย่างนั้นเหรอ?" "คีรินทร์..." รินรดาครางชื่อเขาเบาๆ เมื่อมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาแตะที่เอวบางรั้งเข้าหาตัวอย่างแนบชิด แรงปะทะจากฝ่ามือของเขาผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ระอุขึ้นมาในความเงียบงัน ดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่มมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาเธอนิ่งนาน ความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้ความสุขุมมาตลอดสัปดาห์เริ่มปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้เปลือกโลก เขาไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลเย้ายวน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหา รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเล็กยกขึ้นทาบกับแผงอกกว้างเพื่อผลักไส ทว่ากล้ามเนื้อที่แน่นตึงราวกำแพงเหล็กของเขากลับทำให้เธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ มีแต่จะจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งสัมผัสที่เขาเป็นผู้กำหนด ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเชี่ยวชาญและเอาแต่ใจ ปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการที่ถูกกดทับไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพให้พังทลายลงในชั่วพริบตา เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับรสจูบอันลึกซึ้ง ร่างกายของเธอบิดเร้าเข้าหาความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลอมละลายรวมเป็นร่างเดียวกัน ในค่ำคืนที่ความลับและการหักหลังกำลังคุกคามทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาสร้างมา คีรินทร์กลับเลือกที่จะใช้สัมผัสอันวาบหวามนี้เป็นอาวุธในการตอกย้ำความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และดึงเธอกลับเข้ามาสู่เกมอันตรายที่ไม่มีวันถอยหลังกลับได้อีกแล้ว ทว่า ในขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกระชั้นชิด และปลายนิ้วซุกซนของชายหนุ่มกำลังลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง นิ้วมือของรินรดาที่ปัดป่ายไปโดนพื้นคอนกรีตข้างเสากลับสัมผัสเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างที่มีผิวสัมผัสแปลกประหลาด เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อก้มลงมองที่พื้น และพบว่ามันไม่ใช่เศษปูนทั่วไป... มันคือฮาร์ดไดรฟ์พกพาขนาดเล็กสีดำสนิท ที่มีรอยไหม้เกรียมบางส่วนตกอยู่ท่ามกลางผงสารเคมีที่กระเซ็นออกมา และบนตัวเคสพลาสติกนั้น มีสติกเกอร์กระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *'บัญชีลับโครงสร้าง: อัครพล (ฉบับสมบูรณ์)'* มิดไนท์คิสค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%