แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าด้านข้างของรินรดาคมคายราวกับภาพแกะสลักจากหินอ่อน ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือคีย์บอร์ด ตัวอักษรภาษาอังกฤษสามพยางค์ที่ปรากฏหราอยู่บนช่องใส่รหัสผ่านไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลดิจิทัล แต่มันคือใบมีดโกนที่อาบยาพิษ กรีดลึกลงมาบนความไว้วางใจที่เธอเพิ่งยอมเปิดช่องว่างให้เขาเข้าไปสัมผัสเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
*คีรินทร์*
ชื่อนั้นสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเงียบเชียบจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่ด้วยความกลัว... แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหลังอย่างแนบเนียนที่สุด
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดในชุดสูทเนื้อดีของวิศวกรหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทว่าดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นหน้าจอที่เธอกำลังจ้องมองอยู่ คีรินทร์หยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอราวกับผู้เตรียมตัวรับมือกับพายุทอร์นาโดที่กำลังจะมาถึง
"คุณดูตกใจนะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างช้าๆ เธอดึงหน้ากากแห่งความเยือกเย็นกลับมาสวมใส่ได้อย่างรวดเร็วดุจกลไกนาฬิกา ดวงตาสีเข้มคู่สวยหันไปสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มหยันที่มุมปาก ช่างเป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจคนมองได้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าคำด่าทอ
"ตกใจเหรอคะ? ไม่เลยค่ะ... ฉันแค่กำลังผิดหวัง ที่ประเมินความฉลาดของคุณสูงเกินไปหน่อย นึกว่าคุณจะซ่อนร่องรอยได้เนียนกว่านี้เสียอีก คีรินทร์"
วิศวกรหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แม้ใบหน้าจะยังคงความสุขุมเยือกเย็นตามวิสัย แต่ประกายในดวงตาของเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาทันที "คุณกำลังมองหาหลักฐานเพื่อปรักปรำผมจากชื่อผู้ใช้ระบบคนสุดท้ายสินะครับ มันง่ายเกินไปไหมสำหรับสถาปนิกที่ฉลาดเป็นกรดอย่างคุณ"
"ง่ายเหรอคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ ร่างเพรียวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความเย็นของฝนด้านนอก "ระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าดาวของบริษัท... ถูกเข้าถึงด้วยคีย์การ์ดและรหัสผ่านส่วนตัวของคุณ บันทึกเวลาคือตอนเที่ยงคืน สี่สิบห้านาที ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เราสองคน... อยู่ด้วยกันตามลำพัง"
คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนความเงียบ คีรินทร์ก้มมองสถาปนิกสาวที่ยืนประจันหน้ากับเขา ดวงตาคมกริบของเขาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดา ความทรงจำจากคืนก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด—รสจูบที่ร้อนแรงเร่าร้อนจนแทบหลอมละลายกำแพงทั้งหมดของเธอ อ้อมกอดที่แน่นแฟ้น และสัมผัสวาบหวามที่ยอมจำนนต่อกันและกันด้วยความสมัครใจ
แต่วินาทีนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่ถูกหยิบขึ้นมาใช้ฟาดฟันกันเอง
"คุณคิดว่าผมเป็นคนล็อกไฟล์งาน เพื่อขัดขวางโปรเจกต์ที่เราเพิ่งร่วมมือกันสร้างขึ้นมาหยั่งงั้นหรือ?" คีรินทร์เอ่ยถามเสียงพร่าต่ำ ก้มหน้าลงจนปลายจมูกเกือบจะชนกับกลุ่มผมหอมกรุ่นของเธอ ความใกล้ชิดนี้อันตรายเกินไป แต่วิศวกรหนุ่มไม่คิดจะถอยหลัง
"แล้วมีเหตุผลอะไรล่ะคะที่จะไม่ใช่คุณ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความปรานี แม้หัวใจในอกจะสั่นไหวรุนแรงกับกลิ่นอายบุรุษที่โอบล้อมเธอไว้ "อัครพลกำลังพยายามซื้อหุ้นคืนจากบอร์ดบริหาร และคุณ... ซึ่งมีปมความแค้นฝังใจกับตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อห้าปีก่อน ก็มีแรงจูงใจมากพอที่จะทำลายทุกอย่างให้พังครืนลงมาด้วยมือของคุณเอง!"
ชื่อนั้น... "อัครพล" และปمอดีตเมื่อห้าปีก่อน ทำให้ดวงตาของคีรินทร์วาวโรจน์ขึ้นมาในเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่าง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการปกป้องและควบคุม แรงดึงดูดอันดิบเถื่อนระหว่างคนทั้งสองปะทุขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความตึงเครียดระดับวิกฤต
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของผมบ้าง รินรดา!" เสียงของเขาต่ำลึกจนเกือบเป็นเสียงคำราม ความอดทนที่สั่งสมมานานขาดสะบั้นลง "คุณใช้ตรรกะบ้าๆ นี่มาตัดสินผม ทั้งที่ผมยอมทิ้งทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งเอาชื่อเสียงและอนาคตของตัวเองมาวางเดิมพันไว้กับคุณเนี่ยนะ!"
"ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง... ทำไมชื่อของคุณถึงไปปรากฏอยู่บนหน้าจอระบบล็อกไฟล์ล่ะคะ! อธิบายมาสิ!" รินรดาไม่ยอมแพ้ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มือข้างนั้นกลับถูกเขาจับรวบขึ้นไปแนบไว้กับผนังห้องเย็นเฉียบด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้สติของสถาปนิกสาวเริ่มพร่ามัว คีรินทร์ก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันและปรารถนาอันแรงกล้าที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็นมาตลอด
"อยากรู้ความจริงใช่ไหม..." เสียงกระซิบพร่าเลื่อนต่ำลงมาคลอเคลียอยู่ข้างริมฝีปากของเธอ "งั้นก็ลองค้นหาคำตอบ... จากผมตอนนี้สิครับ รินรดา"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ ความโกรธ ความหวาดระแวง และแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ระเบิดออกมาในจูบเดียว รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนที่สติทั้งหมดจะถูกแผดเผาด้วยความวาบหวามที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปลายลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานีทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขาอย่างง่ายดาย
มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รสจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาและการครอบครองทำให้ห้องทำงานทั้งห้องหมุนเคว้ง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก รินรดาเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน เปิดทางให้เขาได้ดื่มด่ำความหอมหวานอย่างเต็มที่ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดเลือนหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงความเร่าร้อนของสัญชาตญาณดิบที่ดึงดูดพวกเขาสู่กันและกันอย่างไม่มีวันหลีกหนี
ทว่า... ในวินาทีที่สถาปนิกสาวกำลังจะยอมจำนนต่อรสสัมผัสอันมึนเมานั้น เสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ
*ติ๊ด... ติ๊ด...*
คีรินทร์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ดวงตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย รินรดารวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาอย่างยากลำบาก เธอผลักอกเขาออกเบาๆ แล้วหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอทันที
ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน ปรากฏภาพถ่ายไฟล์เอกสารลับชุดใหม่พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
*“เกมยังไม่จบ... และคนที่กำลังจะเดินหมากพลาดไม่ใช่คีรินทร์ แต่คือคุณต่างหาก รินรดา”*
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยด้านนอกก็ปรากฏเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังก้าวเข้ามา พร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องนักข่าวกลุ่มใหญ่ที่พุ่งตรงมายังห้องทำงานของเธอผ่านผนังกระจกใสแจ๋ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับเกมแห่งอำนาจและหัวใจนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 27
เสียงสะท้อนจากอดีต
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!