ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 10

เป้าหมายที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงตบมือสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างช้าๆ ในความเงียบงันของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นที่ยี่สิบห้า คือคำตอบเดียวที่อัครพลมอบให้แก่ประกาศิตของรินรดา ร่างหนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษหมุนตัวกลับช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบกวาดมองสถาปนิกสาวตั้งแต่ปลายรองเท้าส้นสูงจรดเส้นผมที่รวบตึงอย่างไร้ที่ติ ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะที่เขากำลังจะทุบทิ้ง "คุณหญิงสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ... น่าประทับใจเสียจริงนะคะที่ยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้ ท่ามกลางซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง" อัครพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ก้องกังวานในพื้นที่โล่งกว้าง รินรดาไม่สะทกสะท้าน แม้ลมหนาวจากความสูงจะพัดกระโชกจนปลายเสื้อสูทของเธอโบกสะบัด เธอก้าวเข้าไปประชิดคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงก้าว ดวงตาสีเข้มของเธอหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "ซากปรักหักพังที่คุณพูดถึง เกิดจากเอกสารปลอมแปลงและการอนุมัติงบประมาณใต้โต๊ะที่คุณเป็นคนบงการต่างหากล่ะคะ อัครพล" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เฉียบคม "คิดเหรอคะว่าหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทนอมินีของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน จะถูกซ่อนพ้นสายตาของคนที่ตรวจสอบทุกตารางนิ้วของโปรเจกต์นี้?" รอยยิ้มบนใบหน้าของอัครพลกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เขายักไหล่เบาๆ "หลักฐานเหรอคะ? ในโลกธุรกิจ ถ้ารasชาติมันพิสูจน์ไม่ได้ด้วยอำนาจ มันก็เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า... เหมือนกับความพยายามของคุณนั่นแหละค่ะ รินรดา" ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ร่างสูงโปรดของคีรินทร์ที่ยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตอยู่มุมมืดของชั้นอาคารมาโดยตลอด ก็ก้าวเท้าออกมา เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง ดึงสายตาของทั้งคู่ให้หันไปมองพร้อมกัน วิศวกรหนุ่มมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว เป็นประกายความเย็นชาที่อ่านไม่ออก "ผมว่าเราพอแค่นี้เถอะค่ะ" คีรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่ทรงพลังจนอัครพลต้องชะงัก "ไม่ว่าพวกคุณจะเล่นเกมอำนาจอะไรกันอยู่ แต่โครงสร้างตรงนี้... มันกำลังบอกความจริงบางอย่างที่พวกคุณมองข้ามไป" รินรดาหันขวับไปมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ "คุณหมายความว่ายังไงคะ คีรินทร์?" คีรินทร์ไม่ตอบในทันที เขายื่นแท็บเล็ตในมือซึ่งแสดงผลกราฟิกจำลองโครงสร้างสามมิติที่เชื่อมโยงกับเซ็นเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนล่าสุดให้หญิงสาวดู นิ้วเรียวยาวกวาดหน้าจอเบาๆ เพื่อขยายจุดบกพร่องที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต่างก้มหน้าก้มตาคำนวณตัวเลข ออกแบบให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบตามตำรา เพื่อตอบสนองความทะเยอทะยานของบริษัท และเพื่อเอาชนะคู่แข่ง..." คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาคู่เอกของรินรดา ดวงตาสูขุมคู่นั้นไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "แต่วันนี้... เมื่อผมยืนอยู่ตรงจุดที่เหล็กกล้าเหล่านี้แบกรับน้ำหนักมหาศาล ผมกลับตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานที่เราทำอยู่... มันกำลังสร้างพื้นที่ให้มนุษย์ได้อยู่อาศัยจริงๆ หรือเรากำลังสร้างกรงขังคอนกรีตที่รอวันพังทลายลงมาทับถมชีวิตคนกันแน่?" คำถามนั้นราวกับมีค้อนหนักนับตันตกลงกลางใจของรินรดา เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ กำแพงความเยือกเย็นที่เธอเพียรสร้างมาตลอดชีวิตคล้ายจะมีรอยร้าว ความหมายของคำว่า "สถาปัตยกรรม" ที่เธอเคยยึดมั่น ถูกสั่นคลอนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและคำถามต่อวิชาชีพของชายตรงหน้า อัครพลหัวเราะในลำคอเบาๆ ทำลายความเงียบ "โอ้ วิศวกรผู้เที่ยงธรรม เกิดสำนึกรักโลกขึ้นมาเสียแล้วอย่างนั้นหรือคะ? น่าขันสิ้นดี ในวงการนี้ ไม่มีใครสนใจความหมายของงานหรอกค่ะ มีแต่ผลกำไรและตัวเลขในบัญชีเท่านั้นแหละ!" "หุบปากของคุณซะ อัครพล!" รินรดาตวาดกร้าวด้วยความเหลืออด เธอก้าวเข้าประชิดชายหนุ่มอีกครั้งจนแทบชิด "คุณอาจจะมองเห็นทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง แต่สำหรับฉันและเขา... อาคารหลังนี้มีค่ามากกว่านั้น!" คีรินทร์มองท่าทีที่ปกป้องเขาของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ปะปนอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ เขายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเบาๆ แต่หนักแน่น ดึงเธอให้ถอยห่างออกมาจากอัครพลเล็กน้อย สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทะลุเข้าสู่ผิวGายจนรินรดารู้สึกสะท้านวาบไปทั้งร่าง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะตามระเบียบวินัย กลับกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ เธอนิ่งค้างไปกับสัมผัสนั้น เงยหน้าขึ้นมองเขาโดยลืมที่จะสะบัดมือออก "ปล่อยเธอซะ อัครพล..." คีรินทร์หันไปเอ่ยกับคู่แข่งด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "เพราะถ้าคุณยังไม่ไปจากที่นี่... ผมอาจจะตัดสินใจทุบเสาต้นนี้ทิ้งจริงๆ เพื่อให้ความจริงทั้งหมดมันพังครืนลงมาฝังพวกเราให้หมดเสียที" อัครพลจ้องมองแววตาที่เอาจริงของวิศวกรหนุ่มแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะยอมถอยหลังเดินเลี่ยงหายไปในความมืดของชั้นอาคาร ทิ้งให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวตามลำพัง เมื่อเสียงฝีเท้าของอัครพลจางหายไป ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยสัมผัสจากมือหนาของคีรินทร์ เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว "คุณไม่ได้คิดจะทำลายมันจริงๆ หรอกใช่ไหมคะ... คีรินทร์?" คีรินทร์ไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดร่างบางจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเยียบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝุ่นปูนและบุคลิกอันสุขุมเยือกเย็นโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วพวงแก้ม "ผมอาจจะไม่ได้ทำลายอาคารหลังนี้..." คีรินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชา "แต่ผมกำลังจะทำลายความเยือกเย็นทั้งหมดที่คุณมี... รินรดา" ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาบด คลายความอัดอั้นและดึงดูดสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปในพริบตา... โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเกมหมากรุกแห่งอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%