ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 22

สายฝนและคำสารภาพ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงคำรามต่ำของฟ้าร้องราวกับจะฉีกกระชากโครงสร้างเหล็กกล้าของอาคารสูงสาม puluh ชั้นให้พังครืนลงมา เม็ดฝนกระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกเปลือยของไซต์งานใจกลางเมืองจนเกิดเป็นม่านน้ำสีเทาทึบที่ตัดขาดโลกทั้งใบออกจากความวุ่นวายภายนอก ทว่าความวุ่นวายภายในจิตใจของคนทั้งสองกลับรุนแรงยิ่งกว่าพายุที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอกเสียอีก รินรดายกมือขึ้นเสยกลุ่มผมที่เปียกชื้นแนบกรอบหน้า ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารงบประมาณและผังโครงสร้างบนโต๊ะทำงานชั่วคราวด้วยความหงุดหงิดระคนเคร่งเครียด เหตุการณ์ไล่ล่าตัวคนทรยศที่แอบขโมยข้อมูลลับของบริษัทไปให้กลุ่มของอัครพลเมื่อช่วงบ่ายยังคงค้างคาอยู่ในโสตประสาท ความพยายามแรมปีในการสร้างสรรค์โปรเจกต์นี้เกือบจะพังทลายลงในพริบตาเดียว หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณและความเด็ดขาดของเธอเอง "คุณยังดึงดันจะตรวจทานเอกสารชุดนั้นด้วยตัวเองอีกหรือ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีรินทร์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โค้ทกันหนาวสีเข้มของเขาชื้นไปด้วยละอองฝน ร่างสูงสง่าหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นฝนและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศรอบตัวเขา ทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้คับแคบลงถนัดตา "ถ้าฉันไม่ทำ แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดล่ะคะ คีรินทร์" รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยการตั้งกำแพงป้องกันตัว "คุณก็เห็นว่าข้อมูลส่วนที่รั่วไหลไปมันคือหัวใจของโครงสร้างนี้... ถ้าอัครพลเอาไปยื่นประมูลตัดหน้าเรา ทุกอย่างที่เราสร้างมาก็จะกลายเป็นศูนย์" คีรินทร์ไม่ตอบทันที ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาร่างระหงที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและเหนื่อยล้า เขารู้ดีว่าเบื้องหลังความเย่อหยิ่งและท่าทีที่ราวกับกาลกิณีต่อความผิดพลาดนั้น รินรดากำลังแบกรับแรงกดดันมหาศาลจากอดีตครอบครัวที่ล้มละลายทางธุรกิจ วิศวกรหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด มือหนายื่นออกไปฉวยแฟ้มเอกสารในมือเธอออกวางไว้บนโต๊ะอย่างถือวิสาสะ "คุณกำลังใช้ความโกรธมาทำงาน ซึ่งมันคือนรกของสถาปนิก" คีรินทร์เอ่ยเสียงนุ่มขึ้น แต่นัยน์ตากลับคมกริบ "หยุดมองโลกผ่านความสมบูรณ์แบบสักนาทีได้ไหมริน... ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งตัวคุณเอง" "อย่ามาสั่งฉัน!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาส2คู่สบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดพุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ ราวกับเสือสองตัวที่ต้องมาติดอยู่ในถ้ำเดียวกันยามพายุโหมกระหน่ำ แต่แล้ว ในจังหวะที่รินรดาจะเบือนหน้าหนี คีรินทร์กลับคว้าข้อแขนเรียวไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ลากดึงร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับความนุ่มนวลของเธอ รินรดาชะงัก ลลมหายใจติดขัดเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่เขาพยายามกด "คุณดื้อรั้นเกินไปแล้ว รินรดา" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่า รatใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน "และมันทำให้ผมแทบบ้า..." คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปเมื่อคีรินทร์ประทับริมฝีปากลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานนับเดือนระเบิดออกผ่านรสจูบที่ร้อนรุ่ม รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเล็กยกขึ้นหมายจะผลักไสแผงอกกว้างของเขาออก แต่ปลายนิ้วกลับจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าชื้นฝนของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว รสจูบจากความเคียดแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างไร้เหตุผล ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก นุ่มนวลแต่เร่าร้อนจนร่างบางแทบละลายคออ่อนยวบลงสู่อ้อมแขนแกร่ง คีรินทร์รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบแน่นขึ้น มืออีกข้างสอดเข้าไปขยุกขยับกลุ่มผมนุ่ม สัมผัสทุกสัดส่วนด้วยความกระหายหิวที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้มาดสุขุมมาโดยตลอด เสียงฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอกราวกับเสียงกลองที่เร่งจังหวะหัวใจของคนทั้งคู่ให้เต้นรัวระรัว รินรดาหลับตาพริ้ม ยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงทีละน้อยภายใต้ความร้อนแรงของวิศวกรหนุ่ม เมื่อคีรินทร์ผริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น รินรดาลืมตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสนและอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งพล่านจนเกินควบคุม ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำของเธอกำลังสั่นระริก "คีรินทร์... เราไม่ควร..." เสียงทักท้วงของเธอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบแข่งกับสายฝน "ผมไม่อยากใช้เหตุผลกับคุณอีกแล้ว ในตอนนี้..." คีรินทร์กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...มีเพียงคุณกับผม ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น" ความยินยอมพร้อมใจส่องประกายชัดเจนในแววตาของสถาปนิกสาวผู้เย่อหยิ่ง มือเรียวเลื่อนขึ้นคล้องคอแกร่ง ดึงรั้งใบหน้าคมคายลงมารับจูบอันลึกซึ้งอีกครั้ง เสื้อผ้าเนื้อแพรพรรณถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางความมืดสลัวของไซต์งานยามค่ำคืน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากเมื่อผิวเนื้อแนบชิดติดกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายเข้าทดแทนความเหน็บหนาวของพายุภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสแห่งความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างประณีตและลึกซึ้ง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวประสานเข้าหากันด้วยความโหยหาและแรงปรารถนาอันรุนแรง รินรดาร100% มอบกายและใจให้แก่ชายหนุ่มผู้เคยเป็นคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไร้ข้อกังขา คีรินทร์โอบอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเธอแนบกาย พาเธอดื่มด่ำไปกับห้วงแห่งความสุขสมที่ลืมวันเวลา ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดโลกภายนอก เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างของคีรินทร์ ภายในห้องพักชั่วคราวที่เงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างทะนุถนอม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มกลับคืนมา พร้อมๆ กับความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอกที่รออยู่เบื้องหน้า "พักผ่อนเสียหน่อยเถอะ ริน... เดี๋ยวผมเฝ้าให้" คีรินทร์กระซิบพร้อมจุมพิตลงที่ขมับชื้นเหงื่อของเธอ รินรดากำลังจะหลับตาลงพักผ่อนตามคำบอก ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่เปิดทิ้งไว้ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกองเอกสารที่ถูกลมพัดปลิวตกลงมา เอกสารแผ่นหนึ่งที่ร่วงคว่ำหน้าอยู่กับพื้นเผยให้เห็นข้อความลายมือจารึกที่คุ้นตาอย่างประหลาด... มันไม่ใช่ลายมือของคนทรยศในบริษัท แต่เป็นลายมือของคนที่เธอไว้ใจที่สุด และตราประทับลับมุมกระดาษนั้น... เป็นของบริษัทคู่แข่งอย่างเครือข่ายของอัครพลที่ซ้อนแผนไว้อีกชั้นหนึ่ง! ลมหายใจของรินรดากระชากเฮือก ดวงตาเบิกโพว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก... แต่มันกำลังคืบคลานอยู่ใต้เตียงของพวกเขาเอง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%