เศษกระดาษโน้ตยับยู่ยี่ที่ร่วงหล่นลงมาจากรอยต่อของโครงสร้างเตียงไม้สักทอง ไม่ใช่แค่หลักฐานของการก่อวินาศกรรมทางวิศวกรรม แต่มันคือลายมือของอัครพล... คู่แข่งทางธุรกิจที่พยายามเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน
ลมหายใจของรินรดากระชากเฮือก ดวงตาเบิกโพว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก... แต่มันกำลังคืบคลานอยู่ใต้เตียงของพวกเขาเอง ความหวาดกลัวที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้มามาดของสถาปัตยกรรมหญิงผู้เยือกเย็นและไร้ที่ติ พลันพรั่งพรูขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจจนมือเรียวสั่นเทา
"ริน"
เสียงทุ้มต่ำของคีรินทร์ดังขึ้นในความสลัวของห้องนอนใหญ่ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ในชุดนอนเนื้อดีทิ้งความอบอุ่นลงบนไหล่บอบบางที่กำลังสั่นสะเทือน วิศวกรหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนอย่างไร้สาระ เพราะเขาอ่านเกมและสถานการณ์ขาดตั้งแต่เห็นกระดาษแผ่นนั้นในมือเธอ
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ริน... คุณไม่ได้พังทลายเหมือนครอบครัวของคุณในอดีต คุณกำลังยืนอยู่บนโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด" คีรินทร์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงของเขามีพลังบางอย่างที่ดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของเธอกลับคืนมา
รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกปลดปล่อย เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่คีรินทร์กลับคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้ตรึงกับลำตัวของเขาอย่างแน่นหนา
"ปล่อยฉันค่ะ คีรินทร์... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าฉันแบกรับอะไรไว้บ้าง ความล้มเหลวที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ มันคอยตามหลอกหลอนให้ฉันต้องสมบูรณ์แบบในทุกโปรเจกต์ เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาเหยียบย่ำฉันได้อีก!" เสียงหวานสั่นเครือหลุดลอดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดแรกที่รินรดายอมให้มันไหลอาบแก้ม
การยอมรับอดีต... คือแผลสดที่เจ็บปวดที่สุด แต่การได้ปลดปล่อยมันออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ กลับทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา
คีรินทร์มองลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพความเปราะบางของเธอ ดวงตาที่ปกติมักจะเย็นชาและคำนวณผลลัพธ์ แต่วินาทีนี้มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและการยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริง
"ถ้าเช่นนั้น ก็พังมันซะสครับ... กำแพงที่คุณสร้างไว้ ปล่อยให้อดีตมันเป็นแค่โครงสร้างที่ผ่านการคำนวณผิดพลาด แล้วเริ่มต้นใหม่กับปัจจุบัน... กับผม"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของรินรดาทันทีโดยไม่มีการลังเล จูบครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความเร่าร้อนทางกาย แต่มันคือการปะทะทางจิตวิญญาณของสองคนที่ต่างโหยหาความปลอดภัยในอ้อมแขนของกันและกัน รินรดาสะดุ้งเฮือกก่อนที่สัญชาตญาณจะนำพาให้เธอเผยeriริมฝีปากออกรับสัมผัสอันลึกซึ้ง ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด
มือเรียวที่เคยสั่นเทาเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างภายใต้เนื้อผ้าบาง ขณะที่มือหนาของคีรินทร์สอดเข้าใต้กลุ่มผมนุ่มนวล บังคับองศาให้ริมฝีปากแนบสนิทลึกซึ้งยิ่งขึ้น สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ความเยือกเย็นทั้งหมดที่พวกเขาเคยมีถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาอันดุเดือดของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจ
ร่างบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังนุ่มแนบสนิทกับผนังห้องเย็นเยียบ ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความร้อนระอุของอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น คีรินทร์ถอนริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาแต่น่าหลงใหลจนแทบคลั่ง
"คุณกล้าพอที่จะก้าวข้ามมันไปกับผมไหม... รินรดา" เสียงแหบพร่ากระซิบถามชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ
รินรดายกยิ้มมุมปาก ทั้งน้ำตาและรอยยิ้มผสมผสานกันจนกลายเป็นความงดงามที่ทรงพลังที่สุด เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งใบหน้าคมคายลงมาหาอีกครั้งด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหลอมขึ้นใหม่
"ถ้าฉันกล้าพอที่จะรื้อถอนตึกสูงสิบชั้นเพื่อสร้างใหม่... ฉันก็กล้าพอที่จะรักคุณค่ะ คีรินทร์"
สิ้นคำตอบรับอันทรงพลัง คีรินทร์ก็อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ปล่อยให้มีช่องว่างแห่งความลังเล รินรดากระชับเรียวขาโอบรอบเอวสอบของเขาแน่น ขณะที่ริมฝีปากกลับมาประสานกันอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้งกว่าเดิม
บนเตียงนอนกว้างที่เมื่อครู่เคยซุกซ่อนแผนการชั่วร้าย กลายเป็นสมรภูมิแห่งความรักและการหลอมรวมวิญญาณ เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นสรีระงดงามที่สั่นสะท้อนภายใต้สัมผัสอันชำนาญและทะนุถนอมของวิศวกรหนุ่ม
คีรินทร์พรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ไล่ลงมาถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอเปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ทุกสัมผัสคือการยืนยันตัวตน ทุกรอยจูบคือการลบเลือนอดีตอันเจ็บปวด
เมื่อความปรารถนาก้าวมาถึงจุดสูงสุด ร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแนบแน่น จังหวะการเคลื่อนไหวหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเร่าร้อน แต่กลับอบอวลไปด้วยความอ่อนโยนที่คีรินทร์ตั้งใจมอบให้เพื่อเยียวยารอยแผลในใจของเธอ รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นลูกใหญ่ ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืด ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่เกินกว่าคำพูดใดจะบรรยาย จนกระทั่งร่างทั้งสองกระตุกเกร็งและปลดปล่อยความหอมหวานออกมาร่วมกัน ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่ดังสะท้อนก้องห้องนอน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินรดานอนซบพักอยู่บนอกแกร่งที่ยังมีจังหวะการเต้นสม่ำเสมอ มือหนาลูบไล้เส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม ความกลัวในอดีตมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นในโครงสร้างความสัมพันธ์ที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นใหม่ด้วยหัวใจ
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบgล้อมทั้งคู่ไว้ เสียงฝีเท้าฝีหนาหนักและมั่นคงก็ดังขึ้นแว่วๆ จากระเบียงด้านนอกห้องนอน... เป็นเสียงที่ไม่มีใครควรจะอยู่ตรงนั้นในยามวิกาล และที่สำคัญที่สุด... ประตูระเบียงบานนั้นถูกล็อกตายด้วยระบบดิจิตอลที่เชื่อมต่อกับรหัสผ่านส่วนตัวของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงหัวใจไปกับรินรดานะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 23
ก้าวข้ามผ่านความกลัว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!