ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 7

ความเย็นชาที่ละลายลง

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงโลหะกระทบกันดัง *คลิก* เบาๆ จากกลอนประตูด้านนอก พร้อมกับแสงไฟสลัวจากโถงทางเดินที่ทาบทับเข้ามาเป็นเงายาวบนพื้นพรม คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่ารินรดาไม่ได้หูฝาดไป หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นระรัวราวกับกลองเพล ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในความเงียบสงัดยามวิกาลของไซต์งานก่อสร้าง มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างตึกระฟ้าชะงักค้าง เธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ก้าวถอยหลังอย่างไร้เสียงไปแนบชิดกับเสาคอนกรีตเปลือยที่เย็นเยียบ เพื่อซ่อนเร้นกายจากวิสัยมองเห็นของประตูที่กำลังแง้มเปิดออกช้าๆ *ใครกัน...* ในยามวิกาลเช่นนี้ นอกจากเธอที่มีกำหนดส่งแบบร่างรอบสุดท้ายกับทีมวิศวกรในรุ่งสางแล้ว จะยังมีใครอื่นอีกที่ยังวนเวียนอยู่ในตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จหลังนี้ หากเป็นอัครพลและพรรคพวกที่หวังจะเข้ามาทำลายข้อมูลลับในโปรเจกต์เพื่อชิงความได้เปรียบทางธุรกิจล่ะก็... สถานการณ์ตอนนี้คงไม่สู้ดีนัก แอ๊ด... เสียงบานพับประตูกรีดร้องแผ่วเบาในความมืด ร่างสูงโปร่งในชุดเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แสงไฟนีออนชั่วคราวจากด้านนอกสาดกระทบสันกรามคมคายและเงาลาดไหล่คุ้นตาที่มักจะยืนกรานในหลักการทางวิศวกรรมจนน่าหมั่นไส้ คีรินทร์... วิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นกวาดสายตาคมกริบไปรอบห้องทำงานชั่วคราว ท่าทางของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าเรียบเฉยนั้น ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหยุดนิ่งตรงเสาต้นที่รินรดายืนซ่อนตัวอยู่ "ถ้าคุณคิดว่าการยืนแนบชิดกับเสาปูนเปลือยจะทำให้คุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมล่ะก็... ผมเกรงว่าสัดส่วนของคุณจะดูโดดเด่นเกินไปสำหรับการกลมกลืนกับสิ่งก่อสร้างนะคะ, คุณรินรดา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นในความเงียบ ทำลายกำแพงความตึงเครียดที่รินรดาพยายามสร้างขึ้นจนพังทลายลงในพริบตา สถาปนิกสาวกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความขัดใจที่ถูกจับไต๋ได้ เธอค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาเสา เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและถือดีที่เป็นเกราะกำบังประจำตัว "ฉันไม่ได้ซ่อนตัวค่ะ, ฉันแค่กำลังประเมินความปลอดภัยของอาคารในยามที่ระบบรักษาสคิวริตี้ยังไม่สมบูรณ์ต่างหาก... และคนที่ควรถูกตั้งคำถามว่ามาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ที่นี่เวลานี้ น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ, คุณคีรินทร์" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงคมกริบไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ คีรินทร์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดแคบลง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนและกาแฟเข้มข้นลอยแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มผู้นี้ มันเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาที่ยืนอยู่บนขอบตึกสูงชัน—น่ากลัว หวาดหวั่น แต่ก็ชวนให้หลงใหลจนอยากก้าวล่วงลงไป ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองขอบตาสีคล้ำจางๆ และท่าทางที่พยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งของหญิงสาว ประกายความอ่อนโยนบางเบาที่มักจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาฉายวาบขึ้นในดวงตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที "คุณทำงานติดต่อกันมาสิบสองชั่วโมงแล้วนะคะ, รินรดา" คีรินทร์เอ่ยเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังจนสถาปนิกสาวถึงกับชะงัก "แบบแปลนที่คุณแก้รอบล่าสุดเมื่อช่วงเย็น มีข้อผิดพลาดทางโครงสร้างถึงสามจุด... ซึ่งถ้าผมปล่อยผ่านให้คุณส่งมันไปในสภาพนี้ ความพยายามทั้งหมดของคุณในการแข่งขันประมูลโปรเจกต์นี้คงพังไม่เป็นท่าภายในห้าวินาทีแรกที่คณะกรรมการเปิดดู" รินรดาเม้มปากแน่น ความทะเยอทะยานและทิฐิในความเป็นมืออาชีพถูกจี้เข้าที่จุดอ่อนพอดี "ฉันตรวจสอบมันอย่างละเอียดดีแล้วค่ะ มันไม่มีทาง..." "ไม่มีทางพลาดงั้นเหรอคะ?" คีรินทร์ขัดขึ้นเบาๆ มือหนายื่นออกไปหยิบแฟ้มเอกสารในมือเธออย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวพลิกเปิดกระดาษแผ่นรองเขียนไปยังหน้าภาคตัดขวางของเสาหลัก ก่อนจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนจุดที่เธอคำนวณน้ำหนักรับแรงผิดพลาดไป "ตรงนี้... รัศมีการกระจายแรงของคานหลักมันเหลื่อมกันอยู่สามมิลลิเมตร ในทางทฤษฎีมันอาจจะดูน้อยนิด แต่ในความเป็นจริง แรงกดทับจากกระจกนิรภัยชั้นบนจะทำให้โครงสร้างตรงจุดนี้เกิดรอยร้าวภายในสามปี" รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อดูตามที่เขาชี้ ลืมความระแวงเรื่องระยะห่างระหว่างกันไปเสียสนิท ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกันในความเงียบ ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นนี้เริ่มสั่นคลอนความเยือกเย็นที่เธอสะสมมาตลอดชีวิต "แล้ว... ทำไมคุณถึงต้องลงทุนดั้นด้นมาบอกฉันถึงที่นี่ในเวลานี้ล่ะคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาท้าทายแต่แฝงด้วยความสงสัย "คุณจะปล่อยให้ฉันส่งแบบผิดพลาดแล้วรอหัวเราะเยาะฉันในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ก็ได้นี่คะ มันคงง่ายกว่าการมาเดินตรวจไซต์งานคนเดียวตอนตีสองเป็นไหนๆ" คีรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในใจของสถาปนิกสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือการแข่งขันเจือปน มีเพียงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "เพราะผมไม่ชอบชัยชนะที่ได้มาจากการเห็นคุณสะดุดล้มค่ะ" คีรินทร์ตอบเสียงนุ่ม แววตาไหววูบชั่วขณะ "ผมอยากเห็นคุณก้าวขึ้นมาบนจุดสูงสุดด้วยฝีมือที่สมบูรณ์แบบที่สุด... เพื่อที่เวลาที่เราต้องฟาดฟันกันในเกมนี้ มันจะได้สมน้ำสมเนื้อและน่าตื่นเต้นหน่อย" คำพูดนั้นทำเอารินรด้ารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามสันหลัง ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความใจดีในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นของวิศวกรผู้เยือกเย็นคนนี้ กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าอาวุธใดๆ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนความหวั่นไหว จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยโวยวายก็ดังแว่วมาจากบันไดหนีไฟด้านนอกใกล้กับห้องนี้ ร่างเงาหลายร่างทาบทับผ่านกระจกฝ้าของประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว "เฮ้ย! ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันแถวนี้ เช็คดูซิว่าใครยังอยู่!" เสียงห้าวของยามรักษาความปลอดภัยกะดึกดังขึ้น พร้อมกับเสียงเคาะประตูปึงปังที่ทำให้บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา รินรดาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หากมีใครมาเห็นเธอกับคีรินทร์อยู่กันตามลำพังในห้องมืดๆ สองต่อสองยามวิกาลแบบนี้ ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์นอกรอบระหว่างสถาปนิกและวิศวกรคู่แข่งคงแพร่สะพัดไปทั่วบริษัท และทำลายความน่าเชื่อถือของเธอจนป่นปี้แน่! ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว คีรินทร์ก็คว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยความรวดเร็ว แรงดึงอันเด็ดขาดทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ก่อนที่วิศวกรหนุ่มจะพาเธอก้าวถอยหลังผ่านประตูบานเล็กที่เชื่อมต่อไปยังห้องเก็บวัสดุก่อสร้างด้านในสุด หลบพ้นจากสายตาของผู้ที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานพอดี ความมืดมิดในห้องเก็บวัสดุก่อสร้างโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ลมหายใจของคีรินทร์ที่รดรินอยู่ใกล้ใบหูทำให้รินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า มือหนาข้างหนึ่งโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่นเพื่อพยุงไม่ให้เธอขยับส่งเสียง ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นปิดริมฝีปากนุ่มของเธอไว้แผ่วเบาเพื่อสกัดกั้นเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ๆ เสียงฝีเท้าด้านนอกก็ค่อยๆ เดินห่างออกไป พร้อมกับเสียงบ่นงึมงำก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่า... แม้ภัยภายนอกจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในความมืดกลับแคบลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน รินรดายังคงแนบชิดอยู่กับอกแกร่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในความสลัว ปลายนิ้วของคีรินทร์ที่ยังคงแตะอยู่บนริมฝีปากเธอกลับไม่ได้ขยับหนี อุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นของคนทั้งคู่กำลังหลอมละลายกำแพงความเย็นชาที่เคยสร้างไว้จนหมดสิ้น ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คีรินทร์ก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นประสาท "ดูเหมือนว่า... เรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาวเลยนะคะ, คุณสถาปนิก" และก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งสติ ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตะหนก เมื่อปลายนิ้วเรียวที่เคยปิดปากเธอไว้ เลื่อนลงมาแตะที่สร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อของเธอ พร้อมกับดึงมันเบาๆ จนจี้รูปกุญแจโบราณที่เธอเก็บรักษาไว้เป็นความลับมาตลอดชีวิตหลุดออกมาต่อหน้าต่อตาเขา! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%