เสียงคลิกของเมาส์ไร้สายดังขึ้นเป็นจังหวะที่สามท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกโอบล้อมด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงสีฟ้าเรื่อจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เท่านั้นที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายของคีรินทร์ วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีในแง่ของตัวเลขและโครงสร้าง เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้ว่าเข็มนาฬิกาบนผนังจะล่วงเลยเข้าสู่เวลาเที่ยงคืนตรงพอดิบพอดี
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองร่างสูงที่ปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตสีขาวออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและไหปลาร้าไหวระริก เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความหงุดหงิดในดวงตา
“เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... สถาปนิกผู้ไร้หัวใจ”
ประโยคทิ้งท้ายจากปากของเขาเมื่อช่วงหัวค่ำยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตของสงครามประสาทที่เขากำลังเล่นสนุกอยู่บนความกดดันของโปรเจกต์มิลเลนเนียม ทาวเวอร์
“คุณควรกลับไปได้แล้วค่ะ คุณคีรินทร์ งานส่วนของโครงสร้างในโซน B ฉันตรวจทานเสร็จหมดแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ต้องให้วิศวกรระดับคุณมานั่งเฝ้าไข้หรอกค่ะ” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท มือเรียวหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มผิดปรกติ
คีรินทร์ไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย ทีละน้อย จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเณรลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวโชยปะทะนาสิกของเธอ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกโดยอัตโนมัติ เธอนิ่ง ไม่ถอยหลังหนี แม้ว่าแผ่นหลังจะชนเข้ากับพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิทแล้วก็ตาม
“ถ้าผมกลับ คุณก็จะอยู่คนเดียวกับความเครียดและตัวเลขที่กำลังจะกินหัวคุณเข้าไป รินรดา” คีรินทร์โน้มตัวลงมา ใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักเก้าอี้ไว้ ดวงตาสีเข้มคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นมันเปราะบางแค่ไหน “คุณเก่งในการสร้างตึกระฟ้า แต่คุณมักจะลืมเสมอว่า... รากฐานที่ลึกที่สุด มักจะเปราะบางที่สุดเสมอ”
“อย่ามาทำเป็นจิตวิทยาใส่ฉันค่ะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอแข็งกร้าวแต่ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียนออกให้อย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่แตะลงบนน้ำแข็ง “เราเป็นแค่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ถูกบังคับให้มานั่งร่วมชะตากรรมในโปรเจกต์นี้ ไม่จำเป็นต้องล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว”
“เส้นเหรอ?” คีรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “คุณเป็นคนขีดเส้นนั้นเองต่างหาก รินรดา... แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งคุณขีดมันหนาเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งอยากให้ผมข้ามมันมามากเท่านั้น”
คำพูดนั้นเฉียบคมราอาวุธที่กรีดผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอ รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ความเงียบในห้องทำงานยามเที่ยงคืนขยายใหญ่ขึ้นจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเอง ทว่าก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนใดๆ คีรินทร์ก็ตัดสินใจรุกคืบ
มือแกร่งอีกข้างเอื้อมมาจับคางสลักเสลาของเธอไว้เบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส รินรดาลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก ทว่าชั่วพริบตาเดียว ความตกใจนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบมาเนิ่นนาน
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับเขาต้องการลงโทษความเยือกเย็นของเธอที่มีมาตลอดหลายเดือน ทว่ารินรดากลับไม่ยอมจำนน เธออ้าปากเล็กน้อยเพื่อตอบโต้ ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันสร้างความวาบหวามจนเรียวขาของเธออ่อนแรงลงไปถนัดตา สัมผัสทั้งดุดันและนุ่มนวลถูกหลอมรวมกันในจังหวะที่เร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ จนอุณหภูมิในห้องทำงานติดแอร์เย็นเฉียบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มือเรียวของสถาปนิกสาวขยุ้มสาบเสื้อเชิร์ตของวิศวกรหนุ่มแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งรวบร่างเพรียวบางให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และช้อนตัวเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารและแปลนพิมพ์เขียวมากมายถูกปัดร่วงลงพื้นอย่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงปรารถนาที่ปะทุขึ้นในยามวิกาลนี้
คีรินทร์แทรกกายเข้ามาระหว่างเรียวขาของเธอ ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงานเข้ารูป สัมผัสที่หนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงทำให้รินรดาส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากลำคอ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและสัมผัสแนบแน่นที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหันหลังกลับ
ในความมืดมิดของห้องทำงานที่ถูกปิดตาย มีเพียงเสียงกระซิบพร่าและสัมผัสเร่าร้อนที่เยียวยาปมในอดีตของทั้งคู่ให้หลอมละลายเข้าหากันอย่างไม่หลีกเลี่ยง
ทว่า... ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังดำดิ่งลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบกริบจากทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้นใกล้ประตูห้องทำงานเข้ามาทุกที... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นทางการ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังขยับจากด้านนอก!
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาตื่นตระหนกมองไปยังประตูกระจกฝ้าที่เงาสรางของใครบางคนกำลังทาบทับเข้ามาอย่างชัดเจน...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 4
ในห้องทำงานตอนเที่ยงคืน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!