ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 5

เกมหมากรุกในงานเลี้ยง

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เงาสร่างที่ทาบทับลงบนประตูกระจกฝ้าไม่ได้นำพามาซึ่งความตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อบานประตูถูกผลักออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของคนที่คุ้นเคย รินรดาก็ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความตื่นตระหนกที่เพิ่งแล่นพล่านผ่านปลายประสาทเมื่อครู่ คีรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอด้วยท่าทีเยือกเย็นตามเคย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเอกสารกองโตบนโต๊ะสถาปนิก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าตึงเครียดของเธอ “ถ้าคุณยังมัวแต่กังวลกับเงาของตัวเองจนสมาธิหลุดรอดไปแบบนี้ เกมหมากรุกที่เราต้องเดินในคืนนี้คงจบลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มก้าวแรกนะคะ รินรดา” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือด้วยกระแสความกดดันดังขึ้น เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไร้พิธีรีตอง ราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่นั้นเสียเอง รินรดาตวัดสายตากลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องเงา แต่กำลังคำนวณว่าเราจะต้องใช้หน้ากากอีกกี่ชั้นเพื่อรับมือกับพวกจอมปลอมในงานเลี้ยงคืนนี้ต่างหากค่ะคุณคีรินทร์” เธอตอบพร้อมกับปิดแฟ้มแปลนก่อสร้างลงเสียงดังสนั่น เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความหงุดหงิดที่เขากล้าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ความคิดของเธอ คืนนี้คือบททดสอบครั้งสำคัญ งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของสภาสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะสังสรรค์ทางสังคม หากแต่เป็นสนามรบขนาดย่อมที่อัครพล คู่แข่งทางธุรกิจผู้ใช้วิธีการสกปรกกำลังรอจังหวะซ้ำเติม เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัทร่วมทุนระหว่างเธอกับเขา ภาพลักษณ์ของความสามัคคีจึงเป็นสิ่งเดียวที่จะค้ำจุนโปรเจกต์นี้ไว้ได้ ต่อให้เบื้องหลังพวกเขาจะแทบอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่งก็ตาม “ถ้าอย่างนั้นก็หยิบมันขึ้นมาสวมเสีย” คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา “เพราะในสายตาของคนอื่น เราไม่ใช่คู่กัด แต่เราคือ ‘คู่ชีวิตทางธุรกิจ’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด... และจำไว้ว่า รอยยิ้มที่คุณจะใช้ในคืนนี้ ห้ามดูฝืนจนเกินไปเด็ดขาด” ปลายนิ้วแกร่งยื่นมาแตะที่มุมปากของเธอเบาๆ เพียงเสี้ยววินาทีสัมผัสแผ่วเบานั้นกลับทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วจนน่ารำคาญ เธอยื่นมือออกไปปัดมือนั้นออกทันที พร้อมกับถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะ “รักษาระยะด้วยค่ะ คีรินทร์” เธอเตือนเสียงเข้ม ดวงตาสั่นระริกด้วยความไม่พอใจที่ถูกคุกคามทางความรู้สึก วิศวกรหนุ่มเพียงแต่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทาย “ผมก็แค่ทำหน้าที่บำรุงรักษา ‘เครื่องมือ’ ที่ต้องใช้ค่ำคืนนี้ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรต้องตื่นตูมหรอกครับ... หรือว่าหัวใจของคุณมันเปราะบางกว่าที่ผมคิด?” คำพูดเยาะหยันนั้นทำให้รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอเชิดหน้าขึ้น หยิบเสื้อคลุมสูทผ้าไหมเนื้อดีมาสวมทับชุดราตรีเข้ารูปสีนิลสนิทที่เตรียมไว้สำหรับงานคืนนี้อย่างรวดเร็ว ความเยือกเย็นอันเป็นเกราะกำบังถูกดึงกลับมาสวมใส่อีกครั้งจนครบถ้วน “ไปกันเถอะค่ะ ฉันพร้อมจะเดินลงสนามหมากรุกของคุณแล้ว” ณ ห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราอลังการใจกลางเมือง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องแก้วเจียระไนและชุดราตรีราคาแพงระยับ กลิ่นอายของอำนาจ เงินตรา และความเสแสร้งลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ รินรดาควงแขนคีรินทร์ก้าวเข้ามาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่หันมาจับจ้อง เขารักษาบทบาทได้อย่างไร้ที่ติ มือหนาโอบกระชับรอบเอวบางของเธอไว้อย่างมั่นคง ทว่าสัมผัสนั้นหนักแน่นพอที่จะส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ท่ามกลางสายตาคมกริบของผู้คนรอบข้าง รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนใบหน้าของทั้งคู่ราวกับเป็นหน้ากากชิ้นเดียวกัน “ดูนั่นสิครับ เหยื่อของเรากำลังเดินมาทางนี้พอดี” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหูของเธอ พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอจนรินรดาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ อัครพลเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอมที่เคลือบยาพิษ ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ เขายกแก้วแชมเปญขึ้นทักทายด้วยท่าทีเยาะหยัน “ยินดีด้วยนะครับสำหรับข่าวลือเรื่องโปรเจกต์ใหม่ หวังว่าโครงสร้างมันจะไม่พังลงมากลางคันเสียก่อนนะ... คุณรินรดา” รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำคมคายตามสไตล์สถาปนิกผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ทว่าคีรินทร์กลับชิงตัดหน้าขึ้นเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทแต่ทรงพลังจนคู่สนทนาชะงัก “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับคุณอัครพล แต่โครงสร้างที่เราสร้างขึ้นมานั้นคำนวณด้วยเหตุผลและฐานข้อมูลที่มั่นคง ต่างจากบางคนที่มักจะพึ่งพาแค่ข่าวลือและเล่ห์เหลี่ยมใต้โต๊ะ... ซึ่งน่าเสียดายนะคับ ที่มันมักจะพังทลายลงเร็วกว่าที่คิด” การปะทะคารมทางสายตาเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่เฉือดเฉือน อัครพลหน้าตึงขึ้นมาทันทีก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเดินเลี่ยงหายฝูงชนไป คีรินทร์หันกลับมามองรินรดาที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความรู้สึกทึ่งระคนหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในอกของเธอ “คุณนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะ” เธอเอ่ยเบาๆ ระหว่างจิบบรั่นดีในแก้วทรงสูง “ในเกมนี้ ถ้าไม่ร้ายกาจพอก็คงโดนกินจนหมดกระดาน” คีรินทร์ก้มลงกระซิบข้างหูเธออีกครั้ง คราวนี้ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านเส้นผมสลวยจนรินรดาขนลุกซู่ “และตอนนี้... ผมก็เริ่มไม่อยากเล่นแค่เกมธุรกิจแล้วล่ะครับ” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากผู้คนนับร้อยในห้องโถงนั้น ความเยือกเย็นของทั้งคู่เริ่มหลอมละลายลงภายใต้แรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน คีรินทร์พาเธอปลีกตัวออกมายังระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะผิวกาย ทว่าความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นข้างในกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย รินรดาหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสของระเบียง โดยมีร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มกักขังเธอไว้ตรงกลาง ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในความมลัวของแสงไฟจากตึกสูงระฟ้า “คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ คีรินทร์” เธอเตือนเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “บางที... การได้เผาผลาญตัวเองไปพร้อมกับคุณ อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการคำนวณทั้งหมดก็ได้” สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดปฏิเสธทั้งหมดของเธอ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเรียกร้อง รินรดาพยายามจะผลักไสในตอนแรก แต่ปลายนิ้วแกร่งที่สอดเข้าใต้กลุ่มผมของเธอเพื่อตรึงใบหน้าไว้ กลับทำให้เข่าของเธออ่อนยวบลงอย่างช่วยไม่ได้ สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า ในขณะที่อารมณ์กำลังไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังลอดมาจากมุมมืดของระเบียงฝั่งตรงข้ามก็ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ “...หลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับบัญชีลับของโปรเจกต์นี้ ถูกส่งให้ทางตำรวจตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ...” คีรินทร์หรี่ตาลงทันที เขาดึงรินรดามาหลบหลังแผงบังตาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชูดัชนีขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบกริบ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องกระจกออกไป และสิ่งที่เขาเห็น... คือเงาร่างของเลขาฯ คนสนิทของอัครพลกำลังยืนโทรศัพท์ด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทคู่แข่งปรากฏหราอยู่บนปกอย่างชัดเจน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%