เสียงปรบมือระลอกสุดท้ายในห้องประชุมใหญ่ของโครงการแกรนด์ทاورส ราวกับเสียงกรรไกรที่ตัดฉับลงบนเส้นด้ายแห่งความตึงเครียดที่ขึงตึงมาตลอดสามเดือนเต็ม รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโพเดียม มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ดุจผลงานการออกแบบที่ผ่านการคำนวณสัดส่วนมาอย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวเร็วจนแทบไม่เป็นจังหวะ
บนจอโปรเจกต์เตอร์ด้านหลัง... เส้นสายโครงสร้างเหล็กกล้าที่ประสานเข้ากับความอ่อนช้อยของกระจกโค้ง ถูกพรีเซนต์ออกมาอย่างไร้ที่ติ มันคือชัยชนะครั้งแรก ชัยชนะที่ประกาศให้บอร์ดบริหารเห็นว่า สถาปนิกหญิงที่เคยถูกตราหน้าว่ายึดติดกับความสมบูรณ์แบบจนไร้หัวใจคนนี้ สามารถเนรมิตตึกสูงให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีลมหายใจขึ้นมาได้จริงๆ
"เป็นงานที่ยอดเยี่ยมมากครับคุณรินรดา... และต้องยอมรับว่า การคำนวณโครงสร้างของคุณคีรินทร์ ทำให้ดีไซน์นี้สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ"
เสียงของประธานกรรมการบริหารดังขึ้น พร้อมกับสายตาทุกคู่ที่หันไปมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เคียงข้างเธอ—คีรินทร์ วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและยึดมั่นในตรรกะ เขาไม่ได้ยิ้มรับคำชมนั้นทันที ดวงตาสีนิลคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงเหลือบมองรินรดาก่อนจะหันไปพยักหน้ารับสั้นๆ ตามมารยาท
เมื่อทุกคนทยอยเดินออกจากห้องประชุมจนหมด เหลือเพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงท่ามกลางแสงไฟนีออนสีนวล รินรดาก็ถอนหายใจยาวออกมาพรืดใหญ่ กำแพงความเยือกเย็นที่เธอสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองดูเหมือนจะร้าวรานลงเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าเข้าเกาะกุมสติสัมปชัญญะ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความโล่งอกอย่างประหลาด
"คุณทำได้ดี..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทำลายความเงียบ รินรดาหันไปมองคีรินทร์ที่กำลังปลดกระดุมสูทตัวนอกออกอย่างใจเย็น ดวงตาคมคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"คุณเองก็ไม่เลวเหมือนกันค่ะคุณคีรินทร์ ฉันนึกว่าสมองฝั่งซ้ายของคุณจะแข็งกระด้างจนดีไซน์โค้งมนของฉันพังไม่เป็นท่าเสียอีก" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามรักษาท่าทีห่างเหินที่เธอถนัด
คีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและชาเอิร์ลเกรย์ "ความโค้งมนของคุณจะไม่มีทางยืนหยัดอยู่ได้เลย ถ้าปราศจากฐานรากที่แข็งแกร่งของผม... เราต่างหากที่ทำให้มันสมบูรณ์แบบ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาที่จ้องมองมากลับทำให้ลมหายใจของรินรดาติดขัด เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวสะดุดเข้ากับขอบเก้าอี้ จนร่างเพรียวบางเกือบเสียหลัก แต่ทว่า... วงแขนแข็งแกร่งของวิศวกรหนุ่มกลับคว้าเอวเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วกระชับแน่น แรงดึงดูดกระชากร่างทั้งร่างให้แนบชิดติดกับแผงอกกว้างโดยไม่มีช่องว่าง
ความเงียบในห้องประชุมปิดตาย ประตูที่ปิดสนิท และแสงไฟสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกกลายเป็นฉากหลังของบรรยากาศที่เปลี่ยนผันไปในชั่วพริบตา หัวใจที่เต้นรัวจากการทำงานร่วมกันเมื่อครู่ บัดนี้กลับเต้นรัวด้วยแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน
"ปล่อยค่ะ..." รินรดากระซิบเสียงพร่า มือเล็กดันแผงอกเขาไว้ แต่มันกลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับความอบอุ่นผ่านเนื้อผ้า
"ทำไมผมต้องปล่อย ในเมื่อคุณเพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า... เราทำงานเข้าขากันได้ดีแค่ไหน" คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่เปี่ยมด้วยอำนาจและมันสมองทำให้สติของเธอพร่าเลือน
รินรดาสบตาเขา ความท้าทายในแววตาสีเข้มคู่นั้นดึงดูดให้เธอดำดิ่งลงไป ปมในอดีต กำแพงในใจ และความกลัวที่จะล้มเหลว ถูกหลอมละลายหายไปกับสัมผัสอุ่นที่ริมฝีปากหนาประทับลงมาบนกลีบปากของเธออย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วง
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการยอมจำนนต่อกันในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากหยักลึกบด3ขยี้ลงมาอย่างเรียกร้อง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาครางแผ่วในลำคอ มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มลงไป ความตึงเครียดตลอดสามเดือนถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสวาบหวามที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล มือหนาของคีรินทร์สอดเข้าใต้เส้นผมสลวย บังคับให้เงยหน้ารับองศาจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูทตัวสวยทำให้ผิวเนื้อของเธอกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน ความสัมพันธ์ที่เคยคั่นกลางด้วยเส้นแบ่งทางวิชาชีพ บัดนี้ถูกพังทลายลงด้วยแรงปรารถนาที่ไม่อาจทานทน ร่างระห่างถูกดันให้แนบชิดติดกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน รสจูบที่ยาวนานและหิวกระหายทำให้โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออก เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะประชุมก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมเทานั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ตี๊ด...*
คีรินทร์ชะงัก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง เขายังคงซุกใบหน้าอยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างเสียดาย ก่อนจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างจำยอม รินรดายกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยมืออันสั่นเทา ก่อนจะสาวเท้าเดินไปหยิบแท็บเล็ตเครื่องนั้นขึ้นมาดู
หน้าจอแสดงผลจากระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท...
วิดีโอจากกล้องวงจรปิดชั้นใต้ดินเมื่อห้านาทีก่อน ปรากฏภาพของร่างคุ้นตาในชุดสูทสีเข้มกำลังก้าวเท้าออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องเก็บเอกสารลับ และในมือของบุคคลผู้นั้น... คือแฟ้มเอกสารตัวจริงของโปรเจกต์คู่แข่งที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วตามข้อตกลง
รินรดากำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อนิ้วขาว รอยยิ้มแห่งชัยชนะเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าชัยชนะที่เธอเพิ่งเฉลิมฉลองเมื่อครู่อาจเป็นเพียงภาพลวงตา และคนที่กำลังเดินถือแฟ้มเอกสารอยู่ในกล้องวงจรปิดเวลานี้... คือคนที่ควรจะอยู่ห่างจากประเทศไทยไปครึ่งค่อนโลกแล้วอย่างแน่นอน
"คุณคีรินทร์..." รินรดาหันกลับไปสบตากับวิศวกรหนุ่ม น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบลงจนติดลบ "ดูเหมือนว่า... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ เท่านั้นค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับเกมแห่งอำนาจและหัวใจนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 13
ภายใต้เงาของตึกสูง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!