กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มตีขึ้นมาปะทะปลายจมูก ทว่ามันกลับไร้ซึ่งความหวานละมุนใดๆ เจือปน รินรดากวาดสายตามองแก้วเซรามิกสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องประชุมใหญ่ ที่ซึ่งบัดนี้เหลือเพียงเธอกับเขา—คีรินทร์ วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจพอๆ กับความแม่นยำทางตรรกะ
"คุณคีรินทร์..." รินรดาหันกลับไปสบตากับวิศวกรหนุ่ม น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบลงจนติดลบ "ดูเหมือนว่า... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ เท่านั้นค่ะ"
คีรินทร์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อคำประกาศิตนั้น เขายังคงนั่งไขว่ห้าง ปลายน้วยเคาะเบาๆ ลงบนพนักแข้งเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพสถาปนิกสาวผู้กำลังสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มตัวเองอย่างแน่นหนา
"เกมเหรอครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น" คีรินทร์แก้ไขคำพูดตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเลศนัย "คุณกำลังมองมันเป็นการแข่งขันที่คุณต้องเอาชนะ เพื่อพิสูจน์ว่าปมในอดีตของตระกูลคุณไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอ... รินรดา"
ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างราบเรียบ แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในพื้นที่เปราะบางที่สุดในใจของเธอ รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจที่ถูกอ่านเกมขาด
"อย่ามาทำตัวเป็นจิตแพทย์จำเป็นค่ะ คีรินทร์" เธอเชิดหน้าขึ้น รักษากรอบความมืออาชีพไว้อย่างเหนียวแน่น "หน้าที่ของคุณคือคำนวณโครงสร้าง ไม่ใช่มาวิเคราะห์สภาพจิตใจของฉัน"
"แต่วิศวกรรมโครงสร้างกับจิตวิทยาของสถาปนิก มันมีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งนะคุณรินรดา" คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศรอบตัวบีבอัดลง "นั่นคือ... ถ้ารากฐานข้างในมันร้าว ต่อให้ภายนอกคุณจะออกแบบให้มันสวยงามและแข็งแกร่งแค่ไหน วันหนึ่ง แรงกดดันเพียงนิดเดียวก็พังมันทลายลงมาได้อยู่ดี"
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเรื่อยๆ จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงเบื้องล่าง ความเย็นเฉียบของกระจกตัดกับไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า
เธองัดความเย็นชาทั้งหมดที่มีมาประจันหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสคู่คมของเขา "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะคะ ที่มองทะลุทุกอย่าง... แต่คุณไม่เคยเข้าใจหรอกว่า ความสมบูรณ์แบบมันคือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้คนเราไม่ต้องเจ็บปวด"
"ผมไม่ได้บอกว่ามันผิดที่คุณต้องการความสมบูรณ์แบบ" คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนปัดปะข้างแก้มเนียน "แต่บางครั้ง... กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลเลย มันก็ขมเกินกว่าจะดื่มให้หมดแก้วโดยไม่ฝืนความรู้สึกตัวเอง"
ปลายนิ้วเรียวอุ่นของวิศวกรหนุ่มเอื้อมแตะลงที่คางสลักเสลาของเธออย่างแผ่วเบา รินรดาสะدัดหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่แรงยึดเกาะที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่นกลับบังคับให้เธอยังคงต้องสบตาเขา
ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานท่ามกลางความเงียบงันของตึกสูง ความตึงเครียดทางวิชาชีพและการปะทะคารมเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดดิบเถื่อนทางกายภาพที่ทั้งสองต่างพยายามปฏิเสธมาตลอด
รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นตระหนกที่เกิดจากการพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ ปลายลิ้นของเธอกวาดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากโดยไม่รู้ตัว และนั่นคือสัญญาณเชิญชวนที่ชัดเจนเกินกว่าที่ผู้ชายอย่างคีรินทร์จะเมินเฉย
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเล สัมผัสแรกทั้งนุ่มนวลและดุดันในเวลาเดียวกัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่กล้ามเนื้อแน่นหนาใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวกลับไร้การเคลื่อนไหว ราวกับกำแพงคอนกรีตที่เธอไม่มีวันทลายลงได้
เมื่อเธอไม่ยอมอ้าปากรับ คีรินทร์จึงใช้ปลายนิ้วบีบปลายคางเธอเบาๆ บังคับให้เรียวปากเผยอออกเล็กน้อย เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอซ่อนไว้ รสชาติของกาแฟดำขมปร่าผสมผสานกับความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รินรดาครางแผ่วในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนยวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เมื่อวงแขนแข็งแกร่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัว แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
มือหนาเลื่อนขึ้นสอดผ่านเส้นผมสีเข้ม ขยำขยี้กลุ่มผมสลวยจนทรงผมที่เคยเซ็ตมาอย่างเนี้ยบระเบียบหลุดลุ่ย คีรินทร์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาของเขายังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ
"คุณ... มันบ้าไปแล้ว" รินรดากระซิบเสียงพร่า หอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์
"ผมอาจจะบ้า" คีรินทร์ก้มกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงปรารถนา "แต่คนที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนผมตอนนี้... ไม่ใช่ผมคนเดียวแน่นอน"
นิ้วเรียวของเขาเริ่มลูบไล้ต่ำลงตามแนวสันหลัง ผ่านเนื้อผ้าไหมราคาแพง สัมผัสถึงแผ่นหลังเนียนนุ่มที่สั่นสะท้านทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัส รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามที่กัดเซาะกำแพงน้ำแข็งในใจเธอที1ละน้อย ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันแนบแน่นยิ่งขึ้น ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนเข้าครอบงำบรรยากาศในห้องประชุมจนแทบหลอมละลาย
ทว่า—ในวินาทีที่เรียวปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาซ้ำรอยเดิม เสียงเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ
*ติ๊ง!*
เสียงนั้นราวกับน้ำแข็งราดลงบนกองไฟ รินรดาสดุ้งสุดตัว เธอผลักร่างสูงออกสุดแรงด้วยสติที่กลับคืนมา คีรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่เขาก็ยอมถอยออกไปยืนเว้นระยะ หายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะอารมณ์ของตัวเอง
รินรดายกมือขึ้นลูบผมที่ยุ่งเหยิง พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลุกลี้ลุกลน เธอเดินอ้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาสว่างวาบ
ทว่าทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ รอยเลือดบนใบหน้าของเธอก็พลันซีดเผือดลงจนหมดสิ้น ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
มันไม่ใช่ข้อความจากลูกค้า หรือแม้แต่จากอัครพล คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ...
แต่มันคือภาพถ่ายเอกสารลับของแบบแปลนโครงสร้างโครงการล่าสุด ที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลกปลอม พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ว่า—
*“ยินดีด้วยครับ คุณสถาปนิก... แบบที่คุณตรวจผ่านเมื่อเช้า ถูกขายให้บริษัทคู่แข่งเรียบร้อยแล้ว”*
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมอำนาจและห้วงปรารถนานี้ไปกับรินรดาและคีรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 14
รสชาติของกาแฟที่ไม่มีน้ำตาล
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!