เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของโครงการแกรนด์ ทาวเวอร์ ดังขึ้นเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ความเงียบงันอันหนักอึ้งจะเข้าปกคลุมพื้นที่ทันทีที่ประตูไม้สักบานใหญ่ปิดสนิท รินรดากวาดสายตามองเอกสารการประเมินงบประมาณโครงสร้างที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะด้วยปลายนิ้วสั่นระริกเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น
"คุณกำลังพาโปรเจกต์นี้เดินไปสู่ทางตัน, รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีรินทร์ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะประชุมยาว วิศวกรหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังถอดแว่นสายตาออกอย่างใจเย็น ดวงตาคมกราบมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความผิดหวังในอุดมคติของเธอ หรือความสมจริงที่เขาต้องแบกรับในฐานะผู้ควบคุมงานโครงสร้าง
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่ลดละ เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างเกราะกำบังให้กับหัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความโกรธ "ทางตันของคุณ หมายถึงการประนีประนอมกับความสวยงามและจิตวิญญาณของงานออกแบบสินะคะ, คีรินทร์? ฉันไม่ได้เรียนมาเพื่อให้เสาสามต้นนี้ถูกบิดให้เล็กลงเพียงเพราะคุณกลัวตัวเลขงบประมาณบานปลาย"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ..." คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางอากาศที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความเห็นที่ไม่ลงรอย "มันคือความปลอดภัย และความจริงที่ว่า โครงสร้างที่คุณวาดฝันไว้ มันไม่มีทางรับแรงลมตามหลักวิศวกรรมจริงได้ในฤดูมรสุมนี้ ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้กระจกโค้งบานนั้น แค่ลมกระโชกครั้งเดียว ทุกอย่างที่คุณสร้างมาก็จะพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา"
คำพูดของเขาคมกริบดุจใบมีดที่กรีดลงบนความสมบูรณ์แบบที่เธอเพียรสร้างมาตลอดชีวิต รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ความกดดันจากอัครพลที่พยายามแทรกแซงโครงการยังไม่น่ากลัวเท่ากับการถูกปฏิเสธจากผู้ชายคนนี้—คนที่เธอเคยคิดว่าเข้าใจเธอดียิ่งกว่าใคร
"คุณก็แค่ผู้ชายที่มองทุกอย่างเป็นสูตรคำนวณ..." เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่ง "ไร้หัวใจ ไร้จินตนาการ และหวาดกลัวความเสี่ยงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!"
คีรินทร์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามมองทะลุผ่านกำแพงเหล่านั้นเข้าไปสัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพผสมผสานกับแรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นในความเงียบ
ฉับพลัน มือหนาก็เอื้อมข้ามโต๊ะมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ รั้งเบาๆ แต่เด็ดเดี่ยวจนรินรดาต้องลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาโดยอัตโนมัติ ความใกล้ชิดนี้ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะเข้ากับขมับของเธอเมื่อเขาก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับ
"ถ้าผมไร้หัวใจจริง... ผมคงปล่อยให้คุณเดินดุ่มๆ ไปชนกำแพงที่อัครพลรอขยี้คุณอยู่ข้างนอกนั่นแล้ว, รินรดา"
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วโป้งของเขาที่ลูบไล้อย่างแผ่วเบาบนข้อมือของเธอ ทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหวามไหวที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างดื้อรั้น รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขากลับทำให้สมาธิของเธอกระเจิง
เงามืดทอดตัวลงทาบทับทั้งคู่ในห้องประชุมที่ปิดไฟไปบางส่วน คีรินทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มืออีกข้างเลื่อนขึ้นโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น แรงกดดันจากงานและความขัดแย้งทางความคิดถูกเปลี่ยนผ่านเป็นสัมผัสที่ร้อนรุ่มและเรียกร้อง ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประกบปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังจะอ้างว้างเถียงคำไม่ตก
รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเยོยหยันราวกับจะลงโทษในความดื้อรั้นของเธอ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอนอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดาสะท้านเฮือก มือเรียวเผลอจิกกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรงภายใต้แรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้จุดชนวน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก
เขาจูบเธอราวกับต้องการลบเลือนเส้นแบ่งเขตระหว่าง "สถาปนิก" และ "วิศวกร" ให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ร่างกายของทั้งสองแนบชิดสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ขึ้นตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูทตัวนอกทำให้ผิวเนื้อของเธорุจร้า รินรดาเผยอปากรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ ยอมจำนนต่อความเย้ายวนที่เธอไม่เคยหาญกล้าพอจะปฏิเสธ
เมื่อคีรินทร์ยอมผละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขาก็ยังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบอันเร่าร้อน แววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก
"เลือกเอา, รินรดา..." เสียงกระซิบของเขาต่ำพร่าราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาในความมืด "คุณจะกอดอุดมคติบ้าๆ นั่นแล้วปล่อยให้โปรเจกต์นี้พังคามือคุณ... หรือจะยอมร่วมมือกับผม แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่บนความจริงที่ไม่มีวันพังทลาย"
รินรดายังไม่ทันได้เอื้อnเอ่นคำตอบใดๆ ออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันจากภายนอกห้อง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างท้วมของอัครพลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าอวบอิ่ม ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ส่งกลิ่นอายแห่งหายนะมาแต่ไกล
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาหวานชื่นนะครับ..." อัครพลกวาดตามองคนทั้งคู่ที่ยังยืนแนบชิดกันด้วยสายตาสมเพชแกมเยาะ "แต่ผมคิดว่าพวกคุณคงไม่มีเวลามาเถียงกันเรื่องโครงสร้างอีกต่อไปแล้วล่ะครับ... เพราะตอนนี้ ทางเทศบาลเพิ่งส่งคำสั่งระงับการก่อสร้างโปรเจกต์นี้มาสดๆ ร้อนๆ ด้วยข้อหา 'การใช้แบบแปลนปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์'!"
มิดไนท์คิสค่ะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 29
เส้นทางที่แตกต่าง
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!