กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ ทำให้ห้องทำงานกระจกใสบนชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางเมืองดูแคบลงไปถนัดตา รินรดายืนกอดอกอยู่หน้าแผ่นแปลนโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกกางทับด้วยกระดาษไขจดบันทึกยุกยิก ปลายเล็บเรียวสวยจิกเข้าที่ข้อศอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขพิกัดรับน้ำหนักที่ถูกแก้ไขด้วยลายมือหวัดๆ ของผู้ชายที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลัง
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, คีรินทร์" น้ำเสียงของสถาปนิกสาวราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "การเปลี่ยนสเปoกเหล็กเสริมคานรับแรงในโซนทิศใต้โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า... มันไม่ใช่แค่การปรับแก้ทางวิศวกรรม แต่มันคือการรื้อทำลายความไว้วางใจที่เราเพิ่งจะสร้างขึ้นมาตลอดสามเดือน"
วิศวกรหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปรดปรานสูทสีเทาชาร์โคลถอนหายใจแผ่วเบา เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพแผ่นหลังที่เกร็งตึงของเธออย่างพิจารณา คีรินทร์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำกล่าวหาแม้แต่น้อย เขากลับขยับตัวเล็กน้อย ส่งเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูเย้ยหยันเสียจนรินรดากต้องหันขวับกลับมามอง
"ความไว้วางใจเหรอครับ... เอ่อ... ค่ะ" คีรินทร์ชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่เธอเกลียด ก่อนจะเปลี่ยนมารอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจ "คุณต่างหากรินรดา ที่กำลังเอาความอีโก้และความสมบูรณ์แบบไร้สาระมาขวางกั้นความปลอดภัยของอาคาร อัครพลไม่ได้แค่ส่งข้อมูลเท็จมาขู่เราในอีเมลฉบับนั้น แต่เขากำลังเจาะระบบฐานข้อมูลผู้รับเหมาเพื่อบีบให้เราต้องใช้เหล็กเกรดต่ำ ถ้าผมไม่ตัดหน้าเปลี่ยนสเปกโครงสร้างหลักให้หนาขึ้นสามเปอร์เซ็นต์ป่านนี้เสาเข็มต้นนั้นคงทรุดตัวลงไปตั้งแต่ฤดูมรสุมหน้าแล้ว"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงัก ลลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวที่พ1ุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว เธอรู้ว่าอัครพล ศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจกำลังเล่นสกปรกเพื่อฮุบโปรเจกต์นี้ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าคีรินทร์จะเลือกใช้วิธีเดินเกมเด็ดขาดโดยไม่ปรึกษาเธอก่อน
"แต่คุณควรบอกฉัน..." เสียงเธอนุ่มนวลลงอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อความจริงเริ่มประจักษ์ชัดผ่านแววตาที่จริงจังไร้ซึ่งความเล่นหัวของเขา
"ถ้าผมบอก คุณก็จะหาทางคัดค้านด้วยเหตุผลเรื่องความงามทางสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ" คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ร่มผ้าขยับเข้าใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "คุณรักเส้นสายที่สมบูรณ์แบบ รินรดา แต่คุณมักจะลืมไปว่า... สิ่งก่อสร้างจะสวยงามได้ ก็ต่อเมื่อมันมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งพอจะแบกรับน้ำหนักของความจริงเอาไว้ได้ต่างหาก"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความเร่าร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของคีรินทร์โอบล้อมรินรดาไว้ราวกับกรงขังที่เธอไม่คิดจะดิ้นหนี หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นระรัวราวกับมีกลองเพลมาตีอยู่ข้างหู กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความล้มเหลวเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้แรงโน้มถ่วงจากสายตาคู่นั้น
"เรากำลัง... ปรับจูนความคิดกันอยู่ใช่ไหม" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่าท้าทาย
"ถ้าการปรับจูนหมายถึงการรื้อถอนอัตตาของเราทั้งคู่ทิ้งไป... ก็คงใช่ครับ เอ๊ย... ค่ะ" คีรินทร์หลุดหัวเราะเบาๆ อีกครั้งเมื่อเผลอตัวกับสรรพนาม แต่คราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายไฟที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทาน มือหนายื่นออกไปแตะที่กรอบหน้าเนียนนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ผ่านโหนกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ผมเหนื่อยกับการต้องมานั่งทะเลาะกับผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดคนนี้เต็มทีแล้ว รินรดา"
"งั้นก็หยุด..."
คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำค,เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่เป็นการรุกรานที่เต็มไปด้วยความอัดอั้น ความปรารถนา และการยอมจำนนต่อกันและกันในเวลาเดียวกัน รินรดาสะดุ้งเฮือก มือเรียวเผลอทุบลงบนอกแกร่งเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นเมื่อสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
คีรินทร์รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันในความเงียบงันของห้องทำงานยามค่ำคืน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างโหยหาแต่พยายามปฏิเสธมาตลอด รสจูบเร่าร้อน ดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความโหยหา ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดากระเจิดกระเจิง เธอเผยอริมฝีปากต้อนรับสัมผัสอันเอาเอาแต่ใจนั้นอย่างเต็มใจ ปล่อยให้ความเยือกเย็นที่เธอสะสมมานานนับปีละลายหายไปกับความร้อนรุ่มที่เขาเป็นผู้จุดชนวน
เรียวขาของเธอแทบจะหมดแรงเมื่อแผ่นหลังบางถูกดันให้ถอยร่นไปแนบชิดกับกระจกใสเย็นเฉียบ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนที่พร่าเลือนในสายตา คีรินทร์ผละริมฝีปากออกนิดเพื่อตักตวงอากาศ ทว่าหน้าผากของเขากลับแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ
"คุณมันบ้า... คีรินทร์" เธอหอบหายใจ ตัวสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
"ผมบ้าเพราะคุณต่างหาก รินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปาก มือหนาลูบไล้ต่ำลงมาตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงาน ก่อนจะหยุดอยู่ที่เอวคอดแล้วรั้งร่างเธอให้แนบแน่นยิ่งขึ้น "และเรายังเคลียร์กันไม่จบ... ในเรื่องที่เราต้องร่วมมือกันทำลายแผนการของอัครพลให้สิ้นซาก"
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อจากการจูบ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณคิดว่าแค่จูบนี้จะทำให้ฉันยอมทำตามแผนของคุณทุกอย่าง... คุณก็ประเมินฉันต่ำไป วิศวกร"
คีรินทร์ยิ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับด้วยความท้าทายที่ถูกใจ "งั้นเรามาพิสูจน์กันบนเตียง... เอ๊ย... บนโต๊ะทำงานนี่แหละ ว่าใครจะคุมเกมนี้ได้มากกว่ากัน"
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้คำพูดกวนประสาทนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ทำลายบรรยากาศเงียบงัน คีรินทร์ชำเลืองมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งไฟล์แนบ
มันไม่ใช่เมลจากอัครพล... แต่เป็นเอกสารลับจากกรมโยธาธิการที่ระบุว่า "เสาเข็มโซน C มีการสอดไส้คอนกรีตเสื่อมคุณภาพตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ" และชื่อผู้เซ็นอนุมัติจัดซื้อในเอกสารฉบับนั้น... คือชื่อของหุ้นส่วนคนสนิทที่สุดในบริษัทของรินรดาเอง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและเฉือนคมนี้ด้วยกันนะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น•ตอนที่ 30
บทสนทนาท่ามกลางความเงียบ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้สั่นคลอนความเยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!