"ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการเสียทีครับ คุณกวิน... ดูเหมือนว่าความบังเอิญจะพาเรามาเจอกันในห้องประชุมที่ปิดตายแบบนี้บ่อยเกินไปหน่อยนะครับ"
ธันวากวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นสายตากรอบทองอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเดินเข้ามาประชิด แต่ละย่างก้าวที่เขาก้าวผ่านพรมหนาในห้องรับรองพิเศษนั้นดูสุขุมและเปี่ยมด้วยอำนาจ ราวกับเจ้าของพื้นที่ที่กำลังสำรวจอาณาเขตของตนเอง
กวินยืนนิ่ง ร่างกายเกร็งแน่นจนสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านในกระแสเลือด ความทรงจำจากชาติก่อนที่เคยถูกธันวาผลักให้ตกลงสู่เหวแห่งความล้มละลายย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำๆ ในหัวใจ เขาบีบแก้วคริสตัลในมือจนข้อนิ้วขาวซีด แต่ใบหน้ายังคงนิ่งเรียบดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม
"ความบังเอิญไม่มีอยู่จริงในโลกของธุรกิจหรอกครับ คุณธันวา... มีแต่เรื่องของจังหวะเวลา และการเลือกที่จะอยู่ให้ถูกที่" กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดนั้นคมกริบดั่งมีดโกน
ธันวาหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาขยับปกเสื้อสูทเบาๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณพูดถูกครับ จังหวะเวลาสำคัญที่สุด... เหมือนกับที่ช่วงนี้มีใครบางคนพยายาม 'ขยับ' กระดานหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดอย่างผิดสังเกต ผมพยายามสืบอยู่พักใหญ่ว่าใครกันที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลถึงขนาดกล้าแทงสวนกระแสตลาดแบบหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้"
กวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขายังคงลึกซึ้งเกินกว่าที่ธันวาจะอ่านออก
"โลกใบนี้กว้างใหญ่ครับ มีนักลงทุนหน้าใหม่ที่หิวโหยโอกาสอยู่เสมอ คุณคงไม่เก็บเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นมาใส่ใจหรอกใช่ไหมครับ"
ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขาลดมือลงล้วงกระเป๋ากางเกง ดวงตาภายใต้แว่นตานั้นจ้องมองกวินอย่างทะลุปรุโปร่ง "ถ้ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ผมก็คงไม่เสียเวลาบินกลับมาจากสิงคโปร์เพียงเพื่อจะมาดูหน้าคนที่เป็นเจ้าของพอร์ตโฟลิโอปริศนานั่นหรอกครับ... คุณกวิน"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ กวินรู้ดีว่าธันวาไม่ได้มาเพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว การที่ธันวาเอ่ยชื่อพอร์ตปริศนา นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายเริ่มแกะรอยเขาทันแล้ว รินรดาที่เฝ้าจับตาดูระบบความปลอดภัยอยู่ห่างออกไป คงกำลังกุมขมับกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในห้องนี้
"น่าเสียดายนะครับที่ผมเองก็เป็นพวกชอบทำอะไรเงียบๆ" กวินวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของแก้วและโต๊ะดังดั่งสัญญาณเตือนภัย "ถ้าคุณธันวาอยากหาคู่แข่งทางธุรกิจ ผมเกรงว่าคุณอาจจะต้องไปตามหาในตลาดที่ใหญ่กว่านี้ครับ เพราะสำหรับผม... ผมสนใจแค่ผลกำไร ไม่ใช่การแสดงตัว"
ธันวาเดินเข้ามาใกล้กวินอีกก้าว รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาน่าสะอิดสะเอียนสำหรับกวินเป็นที่สุด "ผลกำไรน่ะใช่ครับ แต่วิธีการที่คุณใช้... การเข้าซื้อหุ้นในจังหวะที่บริษัทคู่แข่งกำลังจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรแบบลับๆ... มันเหมือนกับว่าคุณ 'รู้' อนาคตล่วงหน้าอย่างนั้นแหละครับ"
กวินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นรัวแต่ทว่าไร้ความหวั่นไหว เขาเดินผ่านธันวาไปเล็กน้อย ก่อนจะหยุดยืนมองทิวทัศน์เมืองจากกระจกบานใหญ่
"โลกธุรกิจก็เหมือนกับการเล่นหมากรุกครับคุณธันวา คนที่มองเห็นล่วงหน้าไม่ใช่คนที่เห็นอนาคต แต่คือคนที่เข้าใจ 'รูปแบบ' ของความโลภของมนุษย์... ซึ่งผมเชื่อว่าคุณเข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด ไม่ใช่หรือครับ?"
ธันวาชะงักไป คำพูดของกวินจี้ใจดำเขาอย่างจัง เขาขบกรามแน่นจนนูนขึ้นมาเป็นสันก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"ความโลภ... ใช่ครับ มันคือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุด แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าเรามองไม่เห็นว่าใครถือไพ่ใบไหนอยู่ในมือ เกมมันก็คงน่าเบื่อเกินไปหน่อย" ธันวาหมุนตัวกลับมามองกวิน "ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีนะครับคุณกวิน ในตลาดนี้... การเป็นคนที่ฉลาดเกินไปอาจจะทำให้คุณอายุสั้นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อคุณเริ่มก้าวก่ายในสิ่งที่ผมกำลังจัดวางเอาไว้"
"คำเตือนของคุณมีค่ามากครับ" กวินหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจ "แต่เผอิญว่าผมเป็นพวกดื้อรั้น... อะไรที่เป็นของผม ผมจะทวงคืน อะไรที่ผมไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ผมรู้ว่ามันควรจะเป็นของใคร ผมก็พร้อมจะทวงคืนด้วยเหมือนกัน"
ธันวานิ่งไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสุภาพจอมปลอมเป็นความเย็นชาอย่างชัดเจน เขาควักโทรศัพท์มือถือออกมามองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่าเราคงต้องคุยกันยาวกว่าที่คิดแล้วนะครับ... แต่เอาเถอะ ผมมีธุระสำคัญต้องไปต่อ" ธันวาก้าวถอยหลังไปที่ประตู "อ้อ อีกอย่างครับ... คุณควรเช็กระบบความปลอดภัยในพอร์ตของคุณให้ดีนะ ดูเหมือนว่าจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' กำลังพยายามจะเข้าไปดูว่าคุณซ่อนอะไรไว้ใต้พรมบ้าง"
กวินรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่วิ่งผ่านสันหลัง ทันทีที่ธันวาเดินพ้นประตูไป โทรศัพท์ของกวินก็สั่นรัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ข้อความแจ้งเตือนจากรินรดาเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘กวิน! ระบบป้องกันที่ฉันวางไว้ถูกเจาะ! มีคนพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลหุ้นกลุ่มพลังงานของเรา... ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่นี่มันเหมือนกับฝูงหมาป่ากำลังรุมทึ้งข้อมูลของเราอยู่!’*
กวินรีบก้าวออกจากห้องทันที แต่เมื่อถึงหน้าลิฟต์ เขากลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายในชุดสูทสีเทาเข้มยืนพิงผนังอยู่ตรงนั้น... เขาคนนั้นไม่ใช่ธันวา แต่เป็นคนที่กวินรู้จักดีกว่าใครในฐานะ 'มือขวา' ที่หักหลังเขาในวันแต่งงานของเขาเอง
ชายคนนั้นค่อยๆ หันมาสบตากวิน ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณกวินครับ... นายท่านบอกให้เอา 'หลักฐานความผิด' ของคุณมาส่งให้ถึงมือครับ"
กวินกำหมัดแน่นเมื่อเห็นตราประทับบนซองเอกสารนั้น มันคือตราประทับของบริษัทที่เขาเพิ่งทำธุรกรรมลับไปเมื่อเช้า... ธันวาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาเริ่ม 'ปิดล้อม' ทุกเส้นทางของกวินแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ เซียนหุ้นย้อนเวลาจะขอพาทุกท่านไปพบกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในตอนถัดไปครับ
ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 30
เผยตัวตนบางส่วน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!