"ชื่อบนหน้าจอนั่น... มันเป็นไปไม่ได้"
ธันวาพึมพำ เสียงของเขาสั่นพร่าเหมือนเศษแก้วที่บาดลึกอยู่ในลำคอ ดวงตาที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงบัดนี้เบิกโพลง จ้องมองรายชื่อ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่' ที่ปรากฏหราอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ของกวิน เขาขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่านี่จะเป็นเพียงภาพหลอนจากความเครียดสะสม แต่ตัวอักษรเหล่านั้นกลับเด่นชัดเสียจนน่าใจหาย
กวินเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง เขาสอดประสานนิ้วมือเข้าหากันอย่างใจเย็น สายตาที่จ้องมองไปยังศัตรูคู่อาฆาตนั้นราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นคลอน
"โลกธุรกิจน่ะธันวา มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยมิตรภาพหรือคำสัญญาปากเปล่าหรอกนะ แต่มันขับเคลื่อนด้วย 'กระแสเงินสด' และ 'อำนาจการตัดสินใจ'" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องประชุมดูเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก
"แก... แกไปเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น เพื่อกว้านซื้อหุ้นในสัดส่วนที่เหนือกว่าฉันได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์!" ธันวาตวาดลั่น มือที่สั่นเทาของเขากำขอบโต๊ะประชุมจนขึ้นข้อขาว "ธนาคารไหนปล่อยกู้ให้แก? คนพวกนั้นไม่มีทางยอมเสี่ยงกับบริษัทที่มีข่าวลือเรื่องขาดสภาพคล่องแบบนี้หรอก!"
กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับส่งผลกระทบต่อประสาทสัมผัสของธันวาได้รุนแรงยิ่งกว่าการตะคอกใส่กัน
"นั่นสิครับ... ถ้าเป็นกวินคนเก่าที่แกเคยรู้จัก เขาคงไม่มีปัญญาทำแบบนี้" กวินขยับตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องทะลวงเข้าไปในม่านตาของอีกฝ่าย "แต่ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าใครกันที่เป็นคนสอนให้ฉันรู้จัก 'กลไกการถ่ายโอนสินทรัพย์ผ่านนอมินี' และ 'การปั่นมูลค่าในตลาดรอง' ในวันที่แกยังเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน?"
ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความมั่นใจที่เคยสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เมื่อเขานึกย้อนไปถึงความผิดปกติของตัวเลขในงบการเงินช่วงสามวันมานี้ การเบิกจ่ายที่ล่าช้าของซัพพลายเออร์ การถูกระงับวงเงินสินเชื่อโดยกะทันหัน ทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็นเพียง 'โชคร้ายชั่วคราว' กลับกลายเป็น 'กับดัก' ที่ถูกวางไว้อย่างแยบคาย
"นี่เป็นฝีมือของเธอใช่ไหม?" ธันวาหันไปมองรินรดาที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้อง ดวงตาของเธอเย็นชาและเฉียบคมเหมือนจอแสดงผลที่เธอกำลังควบคุมอยู่
รินรดาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เธอเพียงแค่พิมพ์บางอย่างลงบนคีย์บอร์ดเบาๆ ก่อนจะหันหน้าจอโน้ตบุ๊กของเธอมาให้ธันวาดู มันคือผังโครงสร้างหนี้ระยะสั้นที่กำลังจะครบกำหนดชำระในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า
"ถ้าคุณธันวาไม่จ่ายดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ ตามสัญญาที่คุณทำไว้กับกลุ่มทุนต่างชาติ... หุ้นที่คุณถืออยู่ทั้งหมดจะถูกบังคับขายทอดตลาดทันที" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหม่ที่ปรากฏบนจอกวิน... คุณแทบจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเหลืออยู่เลยในการประชุมบอร์ดบริหารพรุ่งนี้"
ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยอาการหมดแรง เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามไรผม ความมั่งคั่งที่เขาเพียรพยายามสร้างมาตลอดชีวิตด้วยการเหยียบย่ำคนอื่น กำลังจะถูกสูบออกไปจากมือเขาราวกับน้ำที่ไหลผ่านนิ้วมือ
"แกต้องการอะไรกันแน่กวิน? จะให้ฉันคุกเข่าอ้อนวอนงั้นเหรอ?" ธันวาเค้นเสียงถาม ทั้งโกรธแค้น ทั้งอับจนหนทาง
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตดูน่าเกรงขาม เขาก้าวเดินช้าๆ ไปรอบโต๊ะประชุม ก่อนจะหยุดลงข้างๆ ธันวา แล้วโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ธันวาเคยได้ยิน
"สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่คำขอโทษ... แต่คือ 'การล่มสลาย' ของทุกสิ่งทุกอย่างที่แกภาคภูมิใจ" กวินเว้นจังหวะให้คำพูดนั้นแทรกซึมเข้าไปในใจของศัตรู "และฉันอยากให้แกจดจำความรู้สึกนี้ให้ดี ความรู้สึกที่ต้องยืนมองทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้า โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย... เหมือนกับที่ฉันเคยรู้สึกในวันที่แกยึดทุกอย่างไปจากฉันเมื่อชาติก่อน"
ธันวาชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดกลัวอย่างขีดสุด คำว่า 'ชาติก่อน' ที่กวินพูดออกมานั้น มันไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่มันคือความแค้นที่แผ่ออกมาจนเขารู้สึกได้ถึงไอสังหาร
ในขณะที่ธันวากำลังพยายามจะตั้งสติ โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ส่งเสียงแผดลั่นราวกับเสียงเตือนมรณะ เขาเอื้อมมือไปกดรับด้วยอาการสั่นเทา เสียงของเลขาส่วนตัวดังรอดออกมาด้วยความร้อนรน
"ท่านประธานครับ! หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายทิ้งกลางตลาดในปริมาณมหาศาล ราคาดิ่งลงแตะ Floor แล้วครับ! บอร์ดบริหารทุกคนกำลังแห่มาที่ออฟฟิศเพื่อขอคำชี้แจง และทางธนาคารเพิ่งโทรมาแจ้งว่าจะอายัดบัญชีทั้งหมดของเรา... ทันทีครับ!"
ธันวาปล่อยโทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือ ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาจ้องมองกวินด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก กวินเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
ทว่าในจังหวะที่กวินกำลังจะก้าวพ้นห้อง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดส่วนตัวของธันวาที่ดูเหมือนจะมีอาการแตกตื่นไม่แพ้กัน เขาถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งเข้ามาด้วยมือที่สั่นเทา
"คุณธันวาครับ! มีคนแฮ็กระบบฐานข้อมูลความลับของบริษัทเรา... แล้วข้อมูลทั้งหมดถูกส่งตรงไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงสำนักข่าวทุกสำนักในตอนนี้เลยครับ!"
กวินหยุดเดิน เขาสัมผัสได้ถึงความลุ้นระทึกของเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไป แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หันกลับไปดูหน้าตาของธันวาที่กำลังจะเสียสติ ประตูบานนั้นก็ถูกเปิดกว้างอีกครั้งโดยใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้
ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานที่กวินจำได้แม่นว่าเป็น 'นักลงทุนในตำนาน' ผู้ที่กุมชะตาตลาดหุ้นทั้งประเทศ กำลังเดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขามองผ่านร่างของธันวาที่ทรุดตัวอยู่กับพื้นไป ก่อนจะสบตาเข้ากับกวินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
"กวิน... เกมของเธอสนุกดีนี่ แต่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าในกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นที่ 'เหนือกว่า' เธอรอคิวอยู่"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ครับ ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับกวินในศึกครั้งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 28
ธันวาจนมุม
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!