กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนอยู่รอบกาย มู่หรงเซียนไม่เคยหันหลังกลับมามองเด็กหนุ่มที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว นางยืนสงบนิ่งอยู่บนลานศิลาเบื้องหน้าผาหมอกทมิฬ ปลายเท้าแตะสัมผัสพื้นผิวหินเรียบเนียนดั่งกระจก ทว่าจิตสัมผัสกลับรับรู้ได้ถึงความรauเร่าและดุดันที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่เฟยหลงอย่างชัดเจน
"วิชากระบี่เก้าสวรรค์ไร้ลักษณ์... หาใช่กระบวนท่าที่เจ้าสามารถจำไปใช้ได้ด้วยตาเนื้อ" น้ำเสียงเย็นชาดังก้องกังวานราวกับเสียงกระดิ่งหยกกระทบกันในยามค่ำคืน "หากเจ้ายังใช้หัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้นและแรงพยาบาทจับด้ามกระบี่ ต่อให้เจ้าฝึกฝนไปอีกร้อยปี ก็เป็นได้เพียงมดปลวกที่รอวันถูกบดขยี้ใต้ฝ่าเท้าเซียน"
หลี่เฟยหลงกำด้ามกระบี่ไม้ไผ่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่านจนแทบจะทะลักออกทางทวารทั้งเจ็ด ปราณพิษหยินหยางที่ปั่นป่วนอยู่ในจุดตันtianส่งเสียงคำรามในหัวราวกับอสูรกายกระหายเลือด ความพ่ายแพ้ในบททดสอบเมื่อวานยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ เขากัดฟันกรอด ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่สง่างามของอาจารย์ด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความเคารพยำเกรงและความดื้อรั้นที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ข้าไม่ได้ขอให้ท่านมาสั่งสอนว่าข้าเป็นเช่นไร!" หลี่เฟยหลงคำรามลอดไรฟัน เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนอันบ้าคลั่ง "ข้าแค่อยากรู้ว่า... ข้าต้องฟันกระบี่ออกไปอย่างไร ถึงจะทำให้ท่านหันกลับมามองข้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป!"
มู่หรงเซียนชะงักฝีเท้าเล็กน้อย นางมิได้หันกลับไปทันที ทว่าความเย็นชาในบรรยากาศรอบตัวกลับทวีความกดดันขึ้นจนมวลอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นของแข็ง ปรมาจารย์โอสถแห่งเขาเมฆาคล้อยหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพเงาสะท้อนของศิษย์รักในอดีตผู้เคยกล่าววาจาคล้ายคลึงกันนี้ผุดขึ้นมาในห้วงภวังค์ ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความจริงอันโหดร้ายที่นางต้องแบกรับไว้
"ความตาย... คือสิ่งเดียวที่เจ้าจะได้รับ หากเจ้ายังคิดจะเอาชนะข้าด้วยความโง่เขลาเช่นนี้"
สิ้นเสียงคำพูด มู่หรงเซียนก็สะบัดแขนเสื้อเพียงเบาๆ แรงกดดันระดับปราณจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์พุ่งทะยานออกไปดุจคลื่นยักษ์ถล่มภูเขา หลี่เฟยหลงที่ยืนอยู่ใจกลางพายุอารมณ์ถึงกับทรรุดเข่าลงกระแทกพื้นศิลา กระแสลมปราณอันคมกริบกรีดแทะผิวเนื้อจนเกิดรอยเลือดซิบ ทว่าเด็กหนุ่มกลับใช้กระบี่ไม้ไผ่ค้ำยันร่างของตนเองให้ลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้งอย่างยากลำบาก
*พรึบ!*
"เข้ามา" มู่หรงเซียนกล่าวสั้นๆ พร้อมกับชักกระบี่เยือกเย็นประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักดังคมกริบ บาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาท ประกายแสงสีฟ้าครามแผ่ซ่านออกมาราวกับน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้
หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในห้วงจิตสำนึกของเขา ปราณพิษหยินหยางแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีดำและไอเย็นสีขาวที่หมุนวนเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่สนแล้วว่านี่คือการฝึกซ้อมหรือการประลองเอาชีวิต ไม่สนว่าความห่างชั้นระหว่างระดับพลังหลอมรวมลมปราณของเขากับระดับปราณจิตวิญญาณของนางจะห่างกันราวฟ้ากับเหว
เด็กหนุ่มพุ่งทะยานออกไปดุจสายอัสนีบาต ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน กระบี่ไม้ไผ่ในมือถูกตวัดออกด้วยกระบวนท่าที่หยาบกระด้างไร้ซึ่งความประณีต ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนแม้แต่มู่หรงเซียนยังต้องขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย
*เปรี้ยง!*
เพียงแค่การปะทะกันครั้งแรก คลื่นกระแทกจากการตวัดกระบี่ก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นจุล แรงสะท้อนมหาศาลซัดร่างของหลี่เฟยหลงกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลกว่าสิบวา กระบี่ไม้ไผ่ในมือแตกหักเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาดไปตามสายลม ทว่าดวงตาของเด็กหนุ่มกลับสว่างวาบด้วยประกายแห่งความดื้อรั้น เขากระอักเลือดคำโตออกมาบนพื้นหญ้า แต่รอยยิ้มเยาะหยันกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ฮ่าๆๆ... วิชาเซียนอันดับหนึ่งของเขาเมฆาคล้อย มีดีแค่วิธีผลักคนอื่นให้ถอยหลังหรืออย่างไร!" หลี่เฟยหลงตะโกนท้าทายทั้งที่ร่างทั้งร่างชาดิก ไร้เรี่ยวแรงจะขยับ
มู่หรงเซียนยืนถือกระบี่เยือกเย็นนิ่งสนิท ปลายกระบี่ชี้ลงพื้นโดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ทว่าภายในใจของนางกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของเด็กหนุ่มที่ดื้อรั้นไม่ยอมแพ้เบื้องหน้านี้ซ้อนทับกับอดีตอันเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันที่ทำให้เวลาหยุดนิ่ง
"เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังท้าทายข้า... แต่แท้จริงแล้ว เจ้ากำลังท้าทายขีดจำกัดของความอ่อนแอในตัวเจ้าเองต่างหาก" มู่หรงเซียนก้มลงมองเด็กหนุ่มที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ดวงตาสงบนิ่งคู่นั้นฉายแววซับซ้อนยากหยั่งถึง "หากเจ้ายังไม่เข้าใจว่า 'กระบี่' เกิดมาเพื่อสิ่งใด เจ้าก็เป็นได้แค่เพียงศิษย์ผู้ไร้ค่าที่รอวันตายตกตามกันไป"
นางสะบัดปลายกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า ไอเย็นเยือกแข็งพุ่งเข้าปกคลุมร่างของหลี่เฟยหลงจนความเจ็บปวดเมื่อครู่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ทว่าในวินาทีที่ความหนาวเหน็บเสียดแทงลึกลงถึงไขกระดูกนั้นเอง จุดตันtianในร่างของหลี่เฟยหลงกลับเกิดปฏิกิริยาประหลาด ปราณพิษหยินหยางที่เคยต่อต้านกันอย่างรุนแรง กลับเริ่มหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงกดดันภายนอกที่มู่หรงเซียนมอบให้!
ชีพจรทั่วร่างเต้นระรัว เสียงคำรามต่ำๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเด็กหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว อุณหภูมิพุ่งขึ้นสูงสลับกับลดต่ำลงอย่างรวดเร็วดุจปีศาจตื่นจากบรรพกาล
มู่หรงเซียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังงานแปลกปลอมที่กำลังทะลวงขีดจำกัดอย่างไร้เหตุผลจากร่างของศิษย์ผู้นี้ ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากยับยั้ง ประตูหินโบราณที่ปิดตายมานับร้อยปี ณ เบื้องหลังหน้าผาหมอกทมิฬ กลับส่งเสียงครูดคราดสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับไอทมิฬพวยพุ่งออกมากลบEแสงตะวันจนมืดมิดดั่งยามวิกาล
และในความมืดมิดนั้นเอง... เงาร่างของบุคคลปริศนาผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทผู้คนจนหัวใจแทบหยุดเต้น
"มู่หรงเซียน... ดูท่าว่าเจ้าจะเก็บ 'ตัวหายนะ' ขึ้นมาเลี้ยงไว้บนเขาเสียแล้วกระมัง?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนไปด้วยกันในบทนี้ครับ จากใจจริง - เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 5
คมกระบี่เยือกเย็น
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!