กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนอยู่กับไอปราณบริสุทธิ์ภายในห้องลับศิลาอัคคี ปลายเข็มเงินสั่นระริกด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแทบแหลกเป็นผุยผง มู่หรงเซียนหรี่ตาลงจ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้า สัมผัสแห่งจิตวิญญาณของนางแผ่ขยายออกไปดุจใยแมงมุม เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ชีพจรของหลี่เฟยหลง
"เจ้าซ่อนอะไรไว้ใต้ตันtianกันแน่... เด็กน้อย"
เสียงหวานเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องโถง หลี่เฟยหลงกัดฟันแน่นจนคราบโลหิตซึมเปื้อนริมฝีปาก ความเจ็บปวดจากการถูกตรวจสอบเส้นชีพจรด้วยพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณนั้น รุนแรงราวีดั่งร่างกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ทว่าแววตาของเด็กหนุ่มหาได้มีความหวาดกลัวไม่ กลับฉายประกายดื้อรั้นและทระงตนดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่ไม่ยอมสยบให้ผู้ใด
"ข้า... ไม่ได้ซ่อนอะไรทั้งนั้น" หลี่เฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนอาภรณ์ชุ่มโชก
มู่หรงเซียนไม่เอ่ยคำใด นางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง คลื่นพลังปราณสีครามบริสุทธิ์ก็พุ่งทะยานเข้ากดทับจุดชีพจรหลักทั่วร่างของเด็กหนุ่มทันที ทันใดนั้นเอง แสงสองสี—ฟ้าครามเย็นเยียบและแดงชาดร้อนแรงดั่งอัคคี—ก็พลุ่งพล่านทะลักออกมาจากผิวหนังของหลี่เฟยหลง ราวกับอสูรกายร้ายที่พยายามจะฉีกกระชากกรงขังออกมาอาละวาด
ปราณหยินหยางปั่นป่วน!
มู่หรงเซียนแววตาไหววูบเป็นครั้งแรก นางเคยพบเห็นผู้มีธาตุวิบัติมานับไม่ถ้วน ตลอดหลายร้อยปีในวิถีเซียน แต่ไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถกักเก็บขั้วพลังที่ขัดแย้งกันสุดขั้วนี้ไว้ในร่างมนุษย์ที่ยังไม่บรรลุขอบเขตใดๆ ได้อย่างสมบูรณ์เช่นนี้ นี่ไม่ใช่ความผิดปกติธรรมดา... แต่มันคือ "คำสาปสวรรค์" หรือไม่ก็ "โชคชะตาอันตระการตา" ที่ฟ้าดินจงใจสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำลายล้างหรือค้ำจุนยุทธภพ
"น่าสนใจยิ่ง..." มุมปากของปรมาจารย์โอสถยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและเย็นชาเสียจนน่าสะพรึงกลัว "ปราณพิษหยินหยางกลืนกินอวัยวะภายใน แต่มันกลับถูกสะกดไว้ด้วยเจตจำนงอันบ้าระห่ำของเจ้า หากเป็นคนอื่นคงแหลกสลายกลายเป็นจุลไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว เหตุใดเจ้าจึงยังมีลมหายใจอยู่ได้?"
หลี่เฟยหลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตาสีดำสนิทจ้องมองสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว "หากข้าตาย... ใครจะล้างแค้นให้ตระกูลของข้า? ใครจะเหยียบย่ำพวกที่มันเคยเหยียบหย่างข้า? ข้ายังตายไม่ได้... จนกว่าฟ้าดินจะก้มหัวให้ข้า!"
วาจานั้นดุจสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจห้องลับ มู่หรงเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพซ้อนของเด็กหนุ่มผู้เคยตายจากอ้อมแขนของนางเมื่ออดีตกาลผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความอ่อนแอ ความไร้พลัง และความโกรธแค้นที่ไม่อาจสะสาง นางสูญเสียศิษย์รักไปเพราะความอ่อนหัดของตนเองมามากพอแล้ว... และบัดนี้ เบื้องหน้านางกลับปรากฏเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างที่อาจเติบโตเป็นกระบี่เล่มสำคัญที่สุดในใต้หล้า
"ดี..." มู่หรงเซียนถอนหายใจแผ่วเบา ไอปราณรอบกายสงบลงในพริบตา "ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงคนเดียวในรอบร้อยปีของเขาเมฆาคล้อย"
หลี่เฟยหลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะมีความมุ่งมั่นเพียงใด แต่ก็ไม่คาดคิดว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนโอสถจะเอ่ยปากรับเขาเป็นศิษย์ง่ายดายถึงเพียงนี้
"แต่อย่าเพิ่งดีใจไป" มู่หรงเซียนก้าวเข้าไปใกล้ รัศมีกดดันอันสูงส่งแผ่ซ่านจนเด็กหนุ่มแทบหยุดหายใจ นิ้วเรียวดุจหยกสลักแตะลงที่กลางหน้าผากของหลี่เฟยหลง ส่งกระแสความเย็นเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างเพื่อผนึกปราณหยินหยางชั่วคราว "การเป็นศิษย์ของข้า หมายถึงการเดินอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย ทุกๆ เจ็ดวัน ปราณในกายเจ้าจะตีกลับและแผดเผาไขกระดูก หากเจ้าทนความเจ็บปวดไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว เจ้าจะกลายเป็นกองเลือดที่ไร้ชื่อบนยอดเขานี้ทันที เจ้ายังต้องการจะเป็นศิษย์ของข้าอยู่หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลี่เฟยหลงรับรู้ได้ถึงความตายที่หายใจรดต้นคอ แต่ในขณะเดียวกัน ประตูแห่งขุมพลังที่เขาโหยหาก็เปิดกว้างอยู่เบื้องหน้าแล้ว
เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ แม้ริมฝีปากจะยังมีคราบโลหิต "ศิษย์คารวะอาจารย์!"
มู่หรงเซียนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในแววตากลับมีความคาดหวังบางอย่างซ่อนอยู่ นางหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องลับเพื่อไปจัดเตรียมสมุนไพรชำระล้างไขกระดูก ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยโบราณจากยอดเขาสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วทั้งเมฆาคล้อย!
*ก๊องงงงง—!*
มู่หรงเซียนชะงักฝีเท้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที ไอปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นดุดันและคมกริบดุจคมกระบี่ที่พร้อมปลิดชีพผู้มาเยือน หลี่เฟยหลงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากภายนอกที่พุ่งทะยานเข้ามายังตำหนักโอสถด้วยความเร็วสูง
ประตูห้องลับศิลาอัคคีถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยคลื่นพลังปราณสีดำสนิท พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอันชั่วร้ายและกลิ่นอายโลหิตที่โชยคละคลุ้งไปทั่ว
"ฮ่าๆๆๆ... มู่หรงเซียน พี่สาวข้า เจ้าซ่อนตัวอยู่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? วันนี้... ข้า 'มู่หรงหลี่' ผู้น้อง จะมาทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของตระกูลมู่หรง!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนไปด้วยกันในบทนี้ครับ จากใจจริง - เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 2
พันธะแห่งปราณหยินหยาง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!