เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 1

วสันต์คืนใจ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นน้ำแข็งใสราวกระจก สะท้อนเงาความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ภายในถ้ำน้ำแข็งพันปีแห่งยอดเขาเมฆาคล้อย ไอเย็นจัดระดับที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณให้แหลกสลายได้ในพริบตา กำลังห่อหุ้มร่างบอบบางของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งไว้ ไอร้อนสายหนึ่งพวยพุ่งสวนทางออกมาจากช่องท้องของเขาอย่างบ้าคลั่ง ปราณพิษหยินหยางกำลังกัดกินเส้นชีพจรและอวัยวะภายในทีละน้อย ราวกับมีนับพันเข็มเงินกำลังกรีดแทงกระดูกทุกท่อน หลี่เฟยหลงกัดฟันแน่นจนคราบเลือดสดๆ ไหลอาบมุมปาก ดวงตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความแค้น บัดนี้พร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด *ข้า... จะมาตาย ณ ที่แห่งนี้ไม่ได้...* เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องอยู่ในห้วงความคิดอันเลือนรางของเด็กหนุ่ม เขายังล้างมลทินให้ตระกูลหลี่ไม่ได้ เขายังไม่ได้เหยียบย่ำพวกมันผู้ทรยศให้จมอยู่ใต้ฝ่าเท้า เหตุใดสวรรค์จึงใจร้ายนัก? หรือเส้นทางแห่งการฝืนลิขิตฟ้าที่เขาเลือกเดิน จะต้องจบลงด้วยความตายอันน่าสมเพชท่ามกลางความหนาวเหน็บเช่นนี้ ท่าความเงียบงันและไอความตายที่แผ่ซ่าน บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนไปชั่วพริบตา *ตึง...* เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเหยียบย่างอยู่บนปุยเมฆดังขึ้น แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับสภาวะจิตวิญญาณจนหลี่เฟยหลงแทบสำลักโลหิตออกมาอีกครา เงาร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินปรากฏขึ้นเบื้องหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหมื่นปีโชยมาแตะนาสิกท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด มู่หรงเซียนหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ดวงเนตรคู่งามดุจหยกสลักแลดูเย็นชาและไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความเวทนา ทว่าภายใต้ความสงบนั้น กลับซ่อนประกายความซับซ้อนบางอย่างไว้ เมื่อนางกวาดสายตามองร่องรอยการต่อสู้และคราบโลหิตพิษที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ "รนหาที่ตาย... เด็กน้อย เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง" น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบราวกับสายน้ำในฤดูหนาว ทว่ากลับทรงพลังจนสะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำน้ำแข็ง มู่หรงเซียนปรายตามองเด็กหนุ่มผู้กำลังจะก้าวข้ามประตูผี นางย่อมรู้ดีว่าอาการธาตุไฟเข้าแทรกและพิษหยินหยางสะท้อนกลับนี้ร้ายแรงเพียงใด ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้ดารา หากพลาดพลั้งเช่นนี้ก็มีแต่ต้องดับสูญ ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ หลี่เฟยหลงพยายามปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เขาเห็นคือนางเซียนผู้สูงส่งราวกับเทพธิดาหลุดลอยมาจากเก้าชั้นฟ้า ทว่าในสายตาของเด็กหนุ่มผู้ดื้อรั้น เขากลับไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่ความตาย "แค๊ก... เจ้า... เป็นใคร..." หลี่เฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟันที่สั่นเทา มือขวาที่เปื้อนโคลนและคราบเลือดพยายามจิกเกร็งลงบนพื้นน้ำแข็ง ราวกับต้องการยื้อยุดชีวิตตนเองไว้จากเงื้อมมือมัจจุราช "อย่า... สมเพช... ข้า..." มู่หรงเซียนมิได้โกรธเคืองต่อวาจาอวดดีนั้น นางเพียงปราบตามองเด็กหนุ่มผู้ดื้อรั้นราวกับลูกสุนัขป่าที่บาดเจ็บ ภาพเงาทับซ้อนของศิษย์รักผู้ล่วงลับในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงแวบหนึ่ง—ศิษย์ผู้โง่เขลาที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง จนร่างแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีต่อหน้าต่อตา ความทรงจำอันเจ็บปวดนั้นกรีดแทงหัวใจที่นางพยายามปิดตายมานานนับร้อยปีให้ไหววูบ "สมเพชงั้นหรือ?" มู่หรงเซียนแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ เย็นเยียบจนน่าขนลุก "เจ้ายังมีค่าไม่พอให้ข้าต้องสมเพชหรอก... เพียงแต่ว่า ดวงตาดื้อรั้นคู่นั้นของเจ้า มันช่างระคายหูระคายตาข้าเสียเหลือเกิน" สิ้นคำพูด ปรมาจารย์โอสถแห่งเขาเมฆาคล้อยก็สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ไอสีครามบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้ววาดเป็นอักษรโบราณกลางอากาศ ก่อนจะกดซัดลงกลางกระหม่อมของหลี่เฟยหลงอย่างไร้ความปรานี! *เปรี้ยง!* กระแสพลังปราณอันมหาศาลพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของเด็กหนุ่มราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางยอดเขา หลี่เฟยหลงเบิกตากว้าง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจากการถูกชำระล้างเส้นชีพจรและกดขี่พิษหยินหยางทำให้เขาอยากจะกรีดร้องออกมาให้สิ้นเสียง ทว่าสติกลับดับวูบลงในความมืดมิดทันที เมื่อความเงียบสงบกลับคืนสู่ถ้ำน้ำแข็งอีกครั้ง มู่หรงเซียนทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งอย่างแผ่วเบา นางยื่นมือเรียวขาวดึงชีพจรของเด็กหนุ่มขึ้นมาตรวจสอบ สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย "ปราณพิษหยินหยางสวรรค์... เจ้าเด็กนี่ไปกินสรกมลพิษใดมา ถึงได้กล้าดูดซับพลังดิบเถื่อนเช่นนี้เข้าสู่ร่าง" มู่หรงเซียนพึมพำกับตนเอง ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง การช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งหมายถึงการแบกรับวิบากกรรมและปัญหาที่จะตามมาในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นรอยสักรูปอัคคีทมิฬที่หัวไหล่ขวาของเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสำนักมารโลหิต นางควรจะปล่อยให้เขาตายไปเสียตามวิถีแห่งฟ้าดิน... นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับปรมาจารย์ผู้ตัดขาดทางโลก ทว่า ในขณะที่มู่หรงเซียนกำลังจะชักมือกลับ ร่างกายที่หมดสติของหลี่เฟยหลงกลับเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณ ปลายมือที่เย็นเฉียบคว้าชายเสื้อสีขาวของนางไว้แน่น ราวกับว่านั่นคือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในความมืดมิดอันเวิ้งว้าง มู่หรงเซียนชะงักงัน นางก้มมองมือที่กำชายเสื้อของนางไว้แน่นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งบึงน้ำโบราณกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังขึ้นจากทางปากถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมสะท้อนก้องเข้ามา "ฮ่าๆๆๆ! ปราณพิษสวรรค์ระเบิดรุนแรงถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นเซียนลงมาก็ช่วยมันไม่ได้หรอก! ท่านผู้นำสั่งมาว่า ต่อให้เหลือเพียงซากกระดูก ก็ต้องนำหัวของมันกลับไปสังเวยที่สำนัก!" มู่หรงเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงเนตรคู่สวยหรี่แคบลง รัศมีลมปราณระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดแผ่พุ่งระเบิดออกมาจากร่างจนน้ำแข็งรอบกายแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ นางตวัดสายตากลับมามองเด็กหนุ่มในอ้อมกอด ก่อนจะพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราศีกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "ดูท่า... สวรรค์คงยังไม่ยอมให้เจ้าตายง่ายๆ หรอกนะ หลี่เฟยหลง" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนไป1ด้วยกันในบทแรกนี้ครับ จากใจจริง - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%