โลหิตสีชาดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของมู่หรงเซียน ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สั่นเทิ้มเล็กน้อย ทว่าแววตาของนางยังคงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บภายในของตนเองแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดถูกทุ่มเทให้กับฝ่ามือเรียวยาวทั้งสองข้างที่กำลังแนบอยู่บนแผ่นหลังของหลี่เฟยหลง
ไอปราณสีครามเข้มข้นแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งถ้ำศิลาโบราณ เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเด็กหนุ่ม หลี่เฟยหลงกำลังเผชิญหน้ากับมหันตภัยครั้งใหญ่ในเส้นทางการบำเพ็ญเพียร ปราณพิษหยินหยางที่หลับใหลอยู่ในตันtian (จุดตันเถียน) กำลังตีรวนและฉีกกระชากเส้นชีพจรของเขาเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดระดับนี้เทียบเท่ากับการถูกไฟนรกแผดเผาพร้อมกับถูกพันศาสตراตอกตรึง
"อดทนไว้ เฟยหลง..." เสียงของมู่หรงเซียนราบเรียบราวกับสายน้ำ แต่กลับเปี่ยมด้วยพลังสะกดจิตที่ดึงสติอันเลือนรางของเด็กหนุ่มให้กลับคืนมา "เจ้าเอ่ยปากว่าจะฝืนลิขิตสวรรค์ เหตุใดจึงยอมจำถนนหนทางเพียงเท่านี้"
"อาจารย์... ข้า..." หลี่เฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬและคราบโลหิต ความมืดมิดเริ่มเข้ากัดกินดวงตาของเขาทีละน้อย พิษร้ายในกายดื้อรั้นเกินกว่าที่คาดคิด มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับพลังฟ้าดิน แต่มันคือการหักหาญกับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
มู่หรงเซียนขบกรามแน่น นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้ อีกไม่เกินหนึ่งเค่อ หลี่เฟยหลงจะต้องระเบิดกลายเป็นจุลอย่างแน่นอน และวิถีแห่งเซียนที่นางเพียรสร้างขึ้นมาใหม่ก็จะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่า หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตเขาได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่นางไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องแลกมันมา...
การถ่ายทอด 'แก่นแท้พลังเซียน' ครึ่งหนึ่งของตนเอง!
สำหรับผู้บรรเพ็ญเพียรแล้ว แก่นแท้พลังเซียนคือรากฐานของชีวิตและจิตวิญญาณ การสละพลังครึ่งหนึ่งมิใช่แค่การลดทอนขอบเขตพลังลง แต่หมายถึงการเปิดประตูต้อนรับความเสื่อมสลายและความเจ็บปวดอันหาที่สุดมิได้
"อาจารย์... อย่า..." หลี่เฟยหลงเบิกตากว้างเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นอันมหาศาลที่ไหลทะลักเข้ามาในร่างกาย แต่มันแลกมาด้วยความร่วงโรยอย่างฉับพลันในรัศมีปราณของหญิงสาว "ท่านกำลังทำอะไร... หยุดเถอะขอรับ!"
"เงียบเสีย" มู่หรงเซียนเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาคู่งามที่เคยไร้ระลอกคลื่นบัดนี้กลับปรากฏร่องรอยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นางหลับตาลงท่องเคล็ดวิชาโบราณ อักขระสีทองนับพันตัวผุดขึ้นรอบกายพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างของหลี่เฟยหลงราวกับฝนดาวตก
บรรยากาศภายในถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิลาผาแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกดดันระดับปรมาจารย์แผ่ขยายออกไปจนทำให้สัตว์อสูรในรัศมีร้อยลี้ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว มู่หรงเซียนกระอักโลหิตคำโตออกมาอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยงดงามราวกับเทพธิดากลับซีดเผือดไร้สีเลือด เส้นผมสีดำสนิทบางส่วนแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในชั่วพริบตา
นี่คือราคาของการฝืนกฎแห่งสวรรค์
หลี่เฟยหลงรู้สึกราวกับวิญญาณกำลังถูกกระชากออกจากร่าง ปราณพิษหยินหยางที่เคยดุร้ายถูกกดให้สงบลงด้วยพลังเซียนอันบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ของอาจารย์ ร่างกายของเขาถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ดั่งหยกขาว จุดตันเถียนขยายกว้างขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด พลังปราณในกายพุ่งทะยานผ่านคอขวดอย่างไร้แรงต้านทาน
*ตูม!*
คลื่นกระแทกสีทองอร่ามระเบิดออกรอบตัวหลี่เฟยหลง เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราในยามค่ำคืน ขอบเขตพลังของเขาได้ทะยานเข้าสู่ 'ขั้นหลอมรวมวิญญาณ' อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า... เมื่อเด็กหนุ่มหันกลับไปมองผู้เป็นอาจารย์ หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
มู่หรงเซียนทรุดฮวบลงอ้อมแขนของเขา ร่างกายที่เคยสง่างามและเย่อหยิ่งบัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนไขยومลมใกล้จะดับมอด แก่นแท้พลังเซียนของนางเหลือไม่ถึงครึ่ง รัศมีเซียนรอบตัวเลือนรางจนแทบจะกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา
"อาจารย์! อาจารย์ครับ!" หลี่เฟยหลงสวมกอดร่างนั้นไว้แน่น ความรู้สึกผิดและแค้นเคืองตนเองถาโถมเข้ามาในอกราวกับคลื่นพายุ น้ำลูกผู้ชายไหลรินผสมปนเปไปกับคราบโลหิต "เหตุใดท่านจึงโง่เขลาเช่นนี้! ข้าเป็นเพียงศิษย์อกตัญญูผู้มีแต่จะนำหายนะมาให้ เหตุใดท่านต้องแลกอนาคตของตนเองเพื่อข้า!"
มู่หรงเซียนปรือตาขึ้นช้าๆ นางยกมืออันสั่นเทาขึ้นสัมผัสแก้มของเด็กหนุ่ม รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ซีดเซียว
"ข้าสูญเสีย... ศิษย์รักไปแล้วครั้งหนึ่ง..." เสียงของนางขาดช่วง ทว่าชัดเจนในความรู้สึกของคนฟัง "ข้า... ย่อมไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย... ต่อให้ผู้ที่ต้องตกลงสู่ขุมนรก... คือตัวข้าเองก็ตาม..."
คำพูดนั้นดุจดั่งคมกระบี่ที่กรีดแทงหัวใจของหลี่เฟยหลง เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส พลังปราณใหม่ในกายหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สัจธรรมแห่งการบำเพ็ญเพียรในค่ำคืนนี้กระจ่างชัดขึ้นในจิตใจของเขา - หากสวรรค์ไม่เมตตา หากโชคชะตาคือผู้พรากสิ่งที่เขารักไป เขาจักขอใช้สองมือนี้แหวกฟ้าดินและเหยียบย่ำมันให้แหลกคามือ!
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกถ้ำที่เคยเงียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีเลือดที่ฟาดผ่าลงมายังเบื้องล่าง
*เปรี้ยง!*
แรงระเบิดจากอสนีบาตสวรรค์สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา และก่อนที่หลี่เฟยหลงจะได้ตั้งตัว เงาร่างปริศนาร่างหนึ่งก็ก้าวเดินทะลุผ่านม่านบาตรอาคมเข้ามาภายในถ้ำอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้งยิ่งนัก... มู่หรงเซียน ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเมฆาคล้อย บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงสตรีใกล้ตายผู้ไร้เรี่ยวแรงไปเสียแล้วกระนั้นหรือ?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 17
ถ่ายทอดปราณรักษาใจ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!