เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 18

มรสุมจากสำนักมาร

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
ประกายโลหะเย็นเยียบวับวาวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทึบ ดุจดั่งคมเขี้ยวของอสรพิษร้ายที่ซุ่มซ่อนรอจังหวะฉกเหยื่อ "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของมู่หรงเซียนดังขึ้นพร้อมกับการสะบัดแขนเสื้ออย่างฉับพลัน ปราณกระบี่สีครามบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากปลายนิ้วราวสายฟ้าฟาด แหวกอากาศเข้าปะทะกับเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งแหวกพุ่มไม้อย่างรวดเร็วดุจภูตผี เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแตกกระจายสว่างวาบไปทั่วบริเวณ หลี่เฟยหลงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบากมาเนิ่นนานทำให้ร่างของเด็กหนุ่มดีดตัวถอยหลังสามก้าวในเสี้ยววินาที ไอพิษหยินหยางแผ่ซ่านออกจากฝ่ามือหลอมรวมเป็นโล่พลังสีเทาหม่นรองรับแรงกระแทกจากซัดอาวุธลับนับสิบเล่มที่พุ่งตรงเข้ามายังจุดตาย เพ้ง! เพ้ง! เพ้ง! อาวุธลับเคลือบยาพิษร่วงกราวลงกับพื้น ดินบริเวณนั้นส่งเสียงฟู่และกลายเป็นสีดำสนิททันทีที่สัมผัสกับพิษร้าย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของหลี่เฟยหลง นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววดุดันดุจพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกท้าทาย "พวกสุนัขรับจ้างจากสำนักมารเงาโลหิต... ตาไวไม่เบานี่ที่ตามรอด.มาได้ถึงเขตชายแดนแคว้นโฉว" หลี่เฟยหลงเค้นเสียงหัวeเราะในลำคอ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่เหล็กนิลกาฬที่สะพายอยู่ข้างกาย ปราณในร่างหมุนวนดุจกระแสน้ำเชี่ยว กลิ่นอายความตายแผ่ขยายออกรอบตัวจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงอย่างฉับพลัน มู่หรงเซียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไม่แม้แต่จะมีฝุ่นละอองเกาะกุม ท่าทีของปรมาจารย์โอสถยังคงสงบนิ่งดุจผืนน้ำในบึงลึก ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ปรมาจารย์หนุ่มกวาดสายตามองไปรอบด้าน ท่ามกลางความมืดมิดของราวป่า บัดนี้มีเงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทุกทาง ทุกคนสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของพวกมันปักสัญลักษณ์รูป "ดอกบัวโลหิตเจ็ดกลีบ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นชัดของพรรคมารที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมร้อยปี "อาจารย์..." หลี่เฟยหลงขยับเข้าไปใกล้เล็กน้อย เสียงกระซิบเจือด้วยความระแวดระวัง "พวกมันมีค่ายกลสะกดวิญญาณซ่อนอยู่รอบบริเวณนี้ ปราณของเราถูกกดทับลงไปสามส่วน... นี่ไม่ใช่การดักซุ่มโจมตีธรรมดา พวกมันวางแผนมาอย่างดีเพื่อปลิดชีพพวกเราโดยเฉพาะ" มู่หรงเซียนไม่ได้หันกลับไปมองศิษย์รัก สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเงาร่างตรงกลางที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหน่วยลอบสังหารครั้งนี้ ริมฝีปากบางเฉียบขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วพงไพร "วิถีแห่งเซียนกับวิถีแห่งมาร หาได้มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนตั้งแต่แรก หากแต่ใจคนต่างหากที่เลือกเดิน... พวกเจ้าสละทิ้งความเป็นมนุษย์ เพื่อแลกกับพลังเดรัจฉานเช่นนี้ น่าเวทนายิ่งนัก" เงาร่างที่สวมหน้ากากอสูรหัวหน้ากลุ่มส่งเสียงหัวeเราะแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียบสีกัน ฟังดูแสบแก้วหู "มู่หรงเซียน! สมคำร่ำลือว่าเป็นปรมาจารย์โอสถผู้ไร้เทียมทาน ใกล้ตายอยู่รำเซียนยังคงมีปากกล้าถึงเพียงนี้ ประมุขของเราต้องการเพียงแค่ตำนานโอสถสวรรค์และหัวใจมารในกายของไอ้เด็กเหลือขอผู้นั้น หากพวกเจ้ายอมจำนนแต่โดยดี ข้าจะละเว้นความทรมานและให้พวกเจ้าตายอย่างสงบ!" "ปากดีนัก หากอยากได้หัวใจของข้า ก็เข้ามาเอาด้วยมือของพวกเจ้าเองสิ!" หลี่เฟยหลงไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานออกไปราวลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ปราณพิษหยินหยางระเบิดออกกลายเป็นมังกรเพลิงสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่กลุ่มมือสังหารตรงหน้า ความมุทะลุและดุดันทำให้กระบวนท่าของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง "เฟยหลง อย่าบุ่มบ่าม!" มู่หรงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะเอ่ยเตือนแต่ร่างของอาจารย์หนุ่มก็เคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ปลายเท้าแตะกิ่งไม้เบาๆ ร่างระหงพุ่งทะยานตามติดศิษย์รักไปติดๆ ฝ่ามือเรียวยาววาดผ่านอากาศเบาๆ อักขระเวทสีทองนับร้อยปรากฏขึ้นกลางห้วงอากาศ กลายเป็นค่ายกลปกป้องคุ้มครองแผ่นหลังให้หลี่เฟยหลงอย่างไร้รอยต่อ การปะทะกันกลางป่าทึบดุเดือดขึ้นในพริบตา คมกระบี่และไอปราณระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้ใหญ่รอบบริเวณหักโค่นลงราวกระดาษ มู่หรงเซียนร่ายรำกระบวนท่าโอสถสวรรค์พลิกแพลงเป็นกระบี่สังหาร ท่วงท่าสง่างามดุจเทพเซียนลงมาจุติ แต่ทุกการสะบัดมือกลับปลิดชีวิตศัตรูได้อย่างแม่นยำและเด็ดขาด ทว่า... ความผิดปกติบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา ในขณะที่หลี่เฟยหลงกำลังห้ำหั่นกับมือสังหารขั้นหลอมรวมวิญญาณสามคนพร้อมกัน จู่ๆ ปราณพิษในกายของเด็กหนุ่มก็เกิดอาการตีกลับอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ร่างกายชะงักงอด้วยความเจ็บปวดทรมานจนกระบี่ในมือเกือบหลุดร่วง "อึก...! อะไรกัน..." หลี่เฟยหลงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นมือข้างหนึ่งกุมหน้าอก ใบหน้าซีดเผือดชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ หัวหน้ามือสังหารมารหัวเราะลั่นอย่างได้ใจ "ฮ่าๆๆๆ เจ้าโง่! คิดว่าพิษสลายปราณที่พวกเราโปรยไว้ตลอดเส้นทางไม่มีผลอะไรอย่างนั้นหรือ? ยิ่งเจ้าใช้พลังปราณมากเท่าไหร่ พิษนั้นก็จะยิ่งกัดกินเส้นชีพจรและหัวใจของเจ้าเร็วขึ้นเท่านั้น วันนี้คือวันตายของพวกแก!" เงาร่างของหัวหน้ามือสังหารพุ่งวาบเข้ามาประชิดตัวหลี่เฟยหลงในพริบตา ดาบยาวในมืออาบด้วยโลหิตสีดำส่งกลิ่นคาวคลุ้ง พุ่งตรงไปยังลำคอของเด็กหนุ่มที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะหลบหลีก "เฟยหลง!" มู่หรงเซียนเบิกตากว้างเป็นครั้งแรก ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ปรมาจารย์โอสถทะยานร่างสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงตัวศิษย์รัก ทว่าระยะทางสิบก้าวนี้กลับยาวนานราวดั่งชั่วกัลปาลักษ์ กระบี่ของมือสังหารพุ่งเข้ามาใกล้จนสัมผัสถึงผิวหนัง หลี่เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ปราณพิษในกายปั่นป่วนจนใกล้จะระเบิดออก ทว่า... ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือผืนป่าที่เคยเงียบสงบก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่า เมฆดำทะมึนหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ปกคลุมรัศมีร้อยลี้ แรงกดดันระดับมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดวิญญาณกดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน และก่อนที่คมดาบจะตัดผ่านลำคอของหลี่เฟยหลง มือสังหารผู้นั้นก็พลันหยุดชะงัก ดวงตาใต้หน้ากากเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ตึง! ร่างของหัวหน้ามือสังหารทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง โดยที่ลำคอยังไม่ทันได้ขาดสะบั้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังก้องกังวานมาจากความมืดเบื้องหน้า ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของมู่หรงเซียนและหลี่เฟยหลง เงาร่างในชุดคลุมสีทองปักลายพญาอินทรีย์เพลิงก็ก้าวเท้าออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับกระบี่โบราณในฝักที่ยังไม่ได้ถูกชักออกมา... แต่กลับแผ่จิตสังหารที่ทำให้ฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%