เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 15

ความเย็นชาที่เริ่มละลาย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
“เจ้าคิดว่าความตายกับความหนาวเหน็บ สิ่งใดน่าสะพรึงกลัวกว่ากัน?” สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกของมู่หรงเซียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำหินที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก ไอร้อนจากกองไฟที่หลี่เฟยหลงก่อขึ้นด้วยปราณอัคคีแผ่ซ่านปะทะกับไอเย็นเยือกจากกายาของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ ก่อเกิดเป็นหมอกจางที่ห่อหุ้มร่างทั้งสองไว้คล้ายวิมานจำลอง หลี่เฟยหลงไม่เงยหน้าขึ้นจากกิ่งไม้ที่เขาใช้เขี่ยกองไฟ แววตาของเด็กหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเงาสะท้อนของใบหน้าอาจารย์บนเปลวเพลิง “สำหรับข้า... ความตายมิใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดขอรับท่านอาจารย์ แต่การต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเป้าหมาย และการมองเห็นคนที่ข้าปกป้องต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ข้าทำสิ่งใดไม่ได้เลย... นั่นต่างหากคือความหนาวเหน็บที่แท้จริง” มู่หรงเซียนชะงักไป นิ้วเรียวยาวที่กำลังร่ายมนตร์โอสถสะดุดลงชั่วขณะ นางหันมามองศิษย์ทรยศที่บัดนี้กลายเป็นเงาที่ติดตามนางไปทุกฝีก้าว แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีของนางเผลอไผลเผยรอยร้าวลึก รอยร้าวที่เกิดจากบาดแผลในอดีตที่นางฝังมันไว้ใต้ชั้นน้ำแข็งมาเนิ่นนาน “เจ้าพูดราวกับว่าเจ้าเคยผ่านมันมาแล้ว” นางเอ่ย เสียงของนางแผ่วเบาลงกว่าปกติ “ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งในใจ ตอนที่ท่านไล่ข้าออกจากเขาเมฆาคล้อย” หลี่เฟยหลงเงยหน้าขึ้น สบประสานสายตากับนางตรงๆ ในแววตาของเด็กหนุ่มไม่ได้มีเพียงความมุทะลุ แต่มีความเจ็บปวดที่ซื่อตรงจนน่าใจหาย “ข้าเป็นเพียงเศษสวะที่มีปราณพิษหยินหยาง แต่ในสายตาข้า ท่านคือดวงตะวันเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าปรารถนาจะเอื้อมคว้า แม้รู้ดีว่าความร้อนของมันอาจเผาไหม้ข้าจนเป็นจุณก็ตาม” บรรยากาศในถ้ำเงียบสงัดลงทันที เหลือเพียงเสียงปะทุของฟืนไม้แห้ง มู่หรงเซียนขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยือกที่เคยแผ่ออกมาจากร่างนางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์ที่กั้นด้วยกำแพงแห่งจารีตประเพณีและปมในใจ เริ่มสั่นคลอนจากการสั่นสะเทือนของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ นางหยิบขวดหยกบรรจุโอสถขึ้นมา แต่ทว่ามือกลับสั่นเทาเล็กน้อย หลี่เฟยหลงไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป เขาเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสจากมือหยาบกร้านของจอมยุทธ์หนุ่มตัดกับความเย็นชืดของมืออาจารย์เซียน ก่อเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านปราณในร่างของทั้งคู่ “มือของท่านเย็นเกินไปแล้ว ขอรับ” เขาพึมพำ มู่หรงเซียนไม่ชักมือกลับ หัวใจที่ไร้ความรู้สึกของนางถูกกระแสอุ่นจากกายาของศิษย์ถาโถมเข้าใส่ กำแพงน้ำแข็งที่สร้างมานับร้อยปีพังทลายลงอย่างช้าๆ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความอ่อนโยนกำลังครอบงำ บรรยากาศรอบถ้ำพลันเปลี่ยนไป กลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคยซัดสาดเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ มู่หรงเซียนรีบชักมือออก แววตาของนางกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงอาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญ “มีคนมา” หลี่เฟยหลงลุกขึ้นยืน กระบี่ในฝักข้างกายสั่นระริกราวกับกระหายเลือด เขาสัมผัสได้ถึงปราณมืดดำที่ปกคลุมอยู่ภายนอกถ้ำ ซึ่งมิใช่ปราณของศัตรูทั่วไป แต่มันคือ... เงาจากสำนักโอสถโลหิตที่ตามล่าพวกเขามาตลอดทาง “ท่านอาจารย์ อยู่ข้างหลังข้า” หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พร้อมชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีเงินพาดผ่านคมเหล็กกล้าเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้อง ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวออกจากถ้ำ เงาดำมืดสายหนึ่งก็แทรกตัวผ่านม่านน้ำตกเข้ามาอย่างอุกอาจ ร่างนั้นสูงใหญ่และกำยำ ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากกระโหลกสีเลือด มันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี แต่กลับโยนสิ่งที่ชุ่มไปด้วยเลือดลงมาแทบเท้าของมู่หรงเซียน มันคือป้ายสัญลักษณ์ประจำตัวของ 'ศิษย์พี่ใหญ่' ผู้ที่มู่หรงเซียนเชื่อว่าตายไปเมื่อสิบปีก่อน “มู่หรงเซียน... เจ้าคิดหรือว่าความเมตตาที่เจ้ามอบให้ไอ้เด็กศิษย์ทรยศนี่ จะช่วยให้เจ้าลืมอดีตที่โสมมของเจ้าได้?” เสียงแหบพร่าดุจเสียงกรีดเนื้อดังมาจากเงาดำนั้น “คนของเจ้าอยู่ในกำมือข้า และหากเจ้าอยากพบเขาอีกครั้ง... จงมอบ 'หัวใจโอสถ' ของเจ้าให้ข้าเสียภายในคืนนี้!” มู่หรงเซียนตัวชาวาบ ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าที่เคยเย็นชาบัดนี้ซีดเผือด ความลับที่นางฝังไว้ลึกที่สุดในจิตวิญญาณกำลังถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าศิษย์ที่นางเริ่มเปิดใจให้ หลี่เฟยหลงหันมามองอาจารย์ของตนด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยจิตสังหารที่พุ่งพล่านสูงกว่าที่เคยเป็นมา เขาไม่รู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่คือใคร แต่การที่มันกล้าทำให้อาจารย์ของเขาเจ็บปวดถึงเพียงนี้ คือการประกาศสงครามกับลมหายใจของเขาเอง “ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้องอาจารย์ของข้า!” หลี่เฟยหลงคำรามก้อง ปราณพิษหยินหยางในกายระเบิดออกจนพื้นถ้ำสั่นสะเทือน รอยสีดำประหลาดเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง “เฟยหลง! หยุด! นั่นเป็นกับดัก อย่าใช้ปราณนั้น!” ทว่าสายเกินไปแล้ว หลี่เฟยหลงพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาดในมือกระชับกระบี่แน่น แต่ก่อนที่คมกระบี่จะถึงตัวศัตรู ร่างปริศนานั้นก็สลายกลายเป็นควันพิษสีม่วง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานไปทั่วป่าลึก ในตอนนั้นเอง ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น เมื่อหลี่เฟยหลงพบว่าหน้ากากที่ตกอยู่ที่พื้นหาใช่ของศัตรูไม่ แต่มันคือหน้ากากที่เขาเคยสวมใส่ในคืนที่เขาหลงผิดฆ่าฟันผู้คน... และในหน้ากากนั้น มีจดหมายฉบับหนึ่งเสียบอยู่ ข้อความบนนั้นทำให้หลี่เฟยหลงต้องหยุดชะงักลมหายใจ 'หากเจ้าคือศิษย์ที่ทรยศ แล้วใครกันเล่าคือคนฆ่าอาจารย์ตัวจริงของเจ้าในอดีต?' ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%