เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 14

ร่องรอยของผู้ทรยศ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
คราบโลหิตสีดำคล้ำบนศิลาจารึกโบราณยังคงส่งกลิ่นอายคาวคละคลุ้ง ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในถ้ำลับแลแห่งเทือกเขาอัคคีทมิฬ มู่หรงเซียนยืนนิ่งดั่งรูปสลักหยกสลัก ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็งเพ่งมองรอยสลักอักษรปราณที่หลงเหลืออยู่ ร่องรอยนั้น... ไม่ใช่ร่องรอยของการต่อสู้จนตัวตาย แต่มันคือ "ค่ายกลสะกดวิญญาณเก้าชั้นฟ้า" วิชาก้นกุฏิที่นางเป็นผู้ถ่ายทอดด้วยตนเองเมื่อสามร้อยปีก่อน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ล่วงลับ... ผู้ที่นางฝังร่างไว้ด้วยมือตนเอง เหตุใดจึงทิ้งร่องรอยการสะกดปราณขั้นสูงเช่นนี้ไว้ที่นี่? "อาจารย์ ท่านพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ" เสียงทุ้มต่ำของหลี่เฟยหลงดังขึ้นทำลายความเงียบ เด็กหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระแวดระวัง ไอiziในกายของเขาแผ่ซ่านเป็นไอหมอกสีครามจางๆ เพื่อป้องกันพิษร้ายที่อาจซ่อนเร้นในอาณาเขตนี้ แววตาของเด็กหนุ่มจับจ้องแผ่นหลังบอบบางที่สั่นเทาเล็กน้อยของอาจารย์ด้วยความห่วงใย แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา มู่หรงเซียนจะแสดงออกเพียงความเยือกเย็นชาและห่างเหิน แต่วินาทีนี้ เขากลับสัมผัสได้ถึงคลื่นอารมณ์อันปั่นป่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์นั้น มู่หรงเซียนไม่ตอบคำนาง ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักแตะลงบนรอยโลหิตบนศิลา ทันทีที่สัมผัส กระแสพลังปราณสายหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้าสู่จุดตันtianของนางอย่างรุนแรงจนร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว หลี่เฟยหลงพุ่งเข้าไปประคองเอวบางไว้ได้อย่างรวดเร็ว "อาจารย์!" "ข้าไม่เป็นไร..." เสียงหวานล้ำแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มู่หรงเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดข่มกระแสปราณที่ปั่นป่วนในกาย สายตาของนางทอดมองลึกลงไปในความมืดมิดของถ้ำเบื้องหน้า ร่องรอยนี้ใหม่ยิ่งนัก... เกิดขึ้นไม่เกินเจ็ดวันอย่างแน่นอน หากคำกล่าวอ้างในอดีตที่ว่า ศิษย์พี่ใหญ่ถูกสำนักมารโลหิตสังหารจนร่างแหลกสลายเป็นความจริง เหตุใดค่ายกลประจำตัวของเขาจึงยังคงทำงานอยู่? และผู้ที่ใช้มันเมื่อเจ็ดวันก่อน... คือใครกันแน่? "วิชานี้..." หลี่เฟยหลงขมวดคิ้วแน่น เมื่อกวาดสายตามองร่องรอยบนผนังถ้ำ "ไม่ใช่ร่องรอยของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เป็นการ 'จัดฉาก' เพื่อตบตาผู้คนต่างหาก" มู่หรงเซียนหันขวับมามองศิษย์เอก แววตาฉายแววประหลาดใจระคนชื่นชมในความเฉียบแหลมของเด็กหนุ่ม "เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ" "ศิษย์หมายถึง..." หลี่เฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้แผ่นศิลา ชี้ไปยังรอยร้าวที่ดูคล้ายรอยกระบี่ฟาดฟัน "หากผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ถูกปลิดชีพ รอยปราณย่อมแตกซ่านอย่างไร้ทิศทาง แต่นี่... รอยกระบี่ทุกเส้นจงใจซ่อนเร้นจุดศูนย์กลางของพลังปราณแท้จริงเอาไว้ เหมือนกับว่า... ผู้ที่สร้างร่องรอยนี้ ต้องการให้พวกเราเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว ทั้งที่ความจริง..." เด็กหนุ่มชะงักคำพูดไว้เพียงเท่านั้น แต่ความหมายในแววตานั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง อาจารย์ของมู่หรงเซียน... ผู้ที่นางหลั่งน้ำตาไว้อาลัยให้มาตลอดสามร้อยปี อาจจะยังไม่ตาย! หัวใจของมู่หรงเซียนกระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้าใส่ดั่งพายุคลั่ง ทั้งความยินديที่ประเดประดอนเข้ามาในอก ความแค้นเคืองที่ถูกหลอกลวง และความสงสัยระคนหวาดระแวง หากเขายังไม่ตาย เหตุใดจึงต้องหลบซ่อน? เหตุใดจึงปล่อยให้นางต้องแบกรับความรู้สึกผิดในการสูญเสียศิษย์รักและพี่ร่วมสำนักมาเนิ่นนานนับร้อยปี? "หรือว่า..." น้ำเสียงของมู่หรงเซียนสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียรของนาง "เขากลายเป็น..." "ระวัง!" ยังไม่ทันที่มู่หรงเซียนจะเอ่ยจบ หลี่เฟยหลงก็ตวัดกระบี่ในมือออกไปสุดแรงเกิด *เปรี้ยง!* ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เมื่อคมกระบี่ของเด็กหนุ่มปะทะเข้ากับเงาดำปริศนาที่พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของถ้ำอย่างกะทันหัน แรงปะทะทำให้หลี่เฟยหลงกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว มู่หรงเซียนสะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่เหมันต์นับร้อยสายพุ่งเข้าโอบล้อมพื้นที่โดยรอบทันที ดวงตาดุจพญาหงส์จ้องเขม็งไปยังร่างปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืด นั่นคือเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกระดูกสัตว์โบราณที่ส่งกลิ่นอายความตายคละคลุ้ง แต่สิ่งที่ทำให้มู่หรงเซียนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่พลังปราณอันชั่วร้ายนั้น... หากแต่เป็นจี้หยกประจำตัวที่ห้อยอยู่ตรงเอวของเงาร่างนั้น มันคือหยกมังกรคู่... สมบัติประจำกายที่นางมอบให้แก่ศิษย์พี่ใหญ่ในวันครบรอบการบรรลุวิชาเมื่อสามร้อยปีก่อน! "เจ้า... เป็นใครกันแน่" มู่หรงเซียนเอ่ยถาม เสียงของนางเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แต่สั่นเทวด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ช้าๆ อย่างจงใจ ภายใต้หน้ากากกระดูกสัตว์ เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังลอดออกมา "ศิษย์น้อง... ไม่พบกันนาน ฝีมือการเดินปราณของเจ้า... ถดถอยลงไปมากทีเดียว..." สิ้นเสียงนั้น ร่างในชุดดำก็สะบัดมือออกครั้งหนึ่ง พลังปราณสีเลือดสายหนึ่งพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของหลี่เฟยหลงอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ จนเด็กหนุ่มไม่ทันตั้งตัว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%