"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้เส้นชีพจรปราณทั่วร่างของเจ้าแตกดับไปพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรดอกนั้น"
สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกแต่เย็นเยียบจนบาดกระดูกของมู่หรงเซียนดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำอัสดงที่อบอวลไปด้วยไอหมอกพิษสีม่วงจางๆ นางปรายตามองศิษย์หนุ่มผู้ดื้อรั้นที่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้า 'บัวจันทราค้างคืน' สมุนไพรล้ำค่าระดับเจ็ดที่เติบโตอยู่บนแท่นหินอัคนีเบื้องหน้า
หลี่เฟยหลงชะงักมือที่สั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แววตาของเด็กหนุ่มฉายแววดื้อรั้นผสมความคับแค้นใจ ปราณพิษหยินหยางในกายของเขาปั่นป่วนรุนแรงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทุกอณูอากาศรอบตัวกดทับลงมาดั่งภูเขาผ่า ทว่าเขากลับกัดฟันกรอดจนเลือดกลบปาก เอ่ยลอดไรฟันออกมาว่า
"ท่านอาจารย์... หากข้าไม่เอาชีวิตเข้าแลกสมุนไพรดอกนี้ ปราณพิษในกายข้าจะเผาผลาญอวัยวะภายในจนแหลกสลายภายในเจ็ดวัน ท่านจะให้ข้ายืนรอความตายอยู่เฉยๆ เช่นนั้นหรือ!"
มู่หรงเซียนไม่แม้แต่จะขยับกาย นางยืนกอดอก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องสายลมปราณโบกสะบัดราวกับเซียนผู้ไร้ซึ่งกิเลส นัยน์ตาคู่คมดุจหยกเย็นจ้องมองศิษย์รักด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ภาพเงาของเด็กหนุ่มตรงหน้าซ้อนทับกับอดีตอันเจ็บปวดที่นางเคยสูญเสียศิษย์พี่ผู้ร่วมสำนักไปต่อหน้าต่อตาด้วยความประมาทเลินเล่อ
"เจ้าคิดว่าวิถีเซียนคือการแย่งชิงกับฟ้าดินเพียงชั่ววูบอย่างนั้นรึ?" มู่หรงเซียนกล่าวแผ่วเบา ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นดั่งค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ "ความมุทะลุของเจ้าจะนำพาความตายมาสู่ตัว เร็วเข้า ถอยหลังไปสามก้าวซะ!"
ครั้นสิ้นเสียงคำรามก้องดั่งอสนีบาตของปรมาจารย์โอสถ พื้นถ้ำเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก เสียงคำรามต่ำทุ้มที่สั่นประสาทจนแก้วหูแทบแตกดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ไอสังหารเข้มข้นพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจนอุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนเกือบกลายเป็นน้ำแข็ง
*โฮกกกก—!*
เงาร่างมหึมาสีดำสนิทพุ่งทะยานแหวกม่านหมอกพิษออกมาด้วยความเร็วสูง มันคือ 'อสูรพยัคฆ์โลหิตทมิฬ' สัตว์อสูรบรรพกาลขั้นสורที่ทำหน้าที่เฝ้ารักษาบัวจันทราค้างคืน ดวงตาสองข้างของมันแดงฉานดั่งโลหิต อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวคมยาวที่หยดน้ำลายพิษลงสู่พื้นหินจนเกิดเสียงฟู่และควันโขมง
หลี่เฟยหลงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วสูงสุด ปราณหยินหยางระเบิดออกรอบกายกลายเป็นโล่คุ้ม
"อาจารย์ ระวัง!"
*เปรี้ยง!*
กรงเล็บอันทรงพลังของพยัคฆ์โลหิตทมิฬตะปบทับลงบนโล่ปราณของหลี่เฟยหลงอย่างจัง แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นกระดอนไปไกลนับสิบวา กระแทกเข้ากับผนังถ้ำอย่างรุนแรงจนกระดูกซี่โครงหักร้าว เลือดสดๆ กระฉูดพุ่งออกจากปากของเขา ทว่าดวงตาของเขายังคงจ้องมองอสูรร้ายด้วยความไม่ยอมแพ้
มู่หรงเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ร่างระหงของนางไหววูบดั่งภูตพราย เพียงพริบตาเดียวก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าอสูรพยัคฆ์โลหิต นางไม่ได้ชักอาวุธใดๆ ออกมา เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายก็พรั่งพรูออกมาจากปลายนิ้วราวกับสายฝนโปรยปราย
*ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
ประกายแสงสีเงินเจิดจ้าตัดผ่านความมืด อสูรพยัคฆ์โลหิตทมิฬคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด รอยแผลลึกปรากฏขึ้นบนลำตัวหนาเตอะของมัน ไอสีดำทะลายพุ่งทะลักออกมาจากบาดแผล แต่มันกลับยิ่งทวีความคลุ้มคลั่ง มันสะบัดหางเหล็กกล้าฟาดเข้าใส่มู่หรงเซียนด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน
มู่หรงเซียนหมุนตัวหลบได้อย่างงดงาม ปลายเท้าแตะเบาๆ บนอากาศเสมือนเหยียบย่างอยู่บนกลีบเมฆ ทว่านางกลับสังเกตเห็นประกายแสงประหลาดจากดวงตาของอสูรร้ายตัวนี้ มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่สูญเสียสัญชาตญาณ แต่มันกำลังถูกควบคุมด้วยค่ายกลบางอย่าง!
"เฟยหลง ตั้งสติ!" มู่หรงเซียนส่งเสียงตวาดก้องเมื่อเห็นศิษย์หนุ่มฝืนพยุงกายลุกขึ้นและกำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีด้านหลังของอสูรโดยไม่ประเมินกำลังตนเอง "อย่าทำตามอำเภอใจ!"
"ข้า... ข้าจะไม่ยอมเป็นภาระให้ท่านอีกแล้ว!" หลี่เฟยหลงคำรามลั่น ปราณพิษในกายระเบิดออกจนทะลวงขีดจำกัดเดิม เขาใช้วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวอัสนี' พุ่งทะยานขึ้นฟ้า ดาบในมืออาบไล้ด้วยเปลวเพลิงสีครามและไอพิษสีดำสนิท หมายจะฟันผ่าศีรษะของอสูรพยัคฆ์ให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว
ความร่วมมือที่ไม่ได้นัดหมายระหว่างอาจารย์และศิษย์ทำให้บรรยากาศในถ้ำปั่นป่วนถึงขีดสุด มู่หรงเซียนประสานอินทร์ที่อก ไอพลังระดับบรรพจารย์แผ่ซ่านจนหินงอกหินย้อยรอบถ้ำแตกละเอียดเป็นผุยผง นางเตรียมรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อสังหารอสูรร้ายในกระบวนท่าเดียว
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของหลี่เฟยหลงกำลังจะปะทะเข้ากับหัวใจของอสูรพยัคฆ์โลหิตนั้นเอง ร่างของอสูรร้ายก็พลันสลายกลายเป็นกลุ่มหมอกควันสีดำสนิทอย่างไร้ร่องรอย!
ความว่างเปล่าปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แรงเหวี่ยงจากการโจมตีที่ไร้เป้าหมายทำให้หลี่เฟยหลงเสียหลักพุ่งเลยไปข้างหน้า ทว่าสิ่งที่รออยู่ ณ ใจกลางแท่นหินอัคนีแทนที่พยัคฆ์ร้าย กลับไม่ใช่ความว่างเปล่า... แต่เป็นร่างของใครคนหนึ่งที่นั่งไขว่ห้างรออยู่ก่อนแล้ว
เงาร่างในชุดคลุมสีทองปักลายพฤกษาโลหิตค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ ดวงตาคู่นั้นทอประกายระยับด้วยเจตంటาสังหารอันคุ้นเคย
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ข้าเตรียมไว้... ศิษย์น้องมู่หรง"
มู่หรงเซียนชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านมรสุมและสายหมอกแห่งวิถีเซียนไปกับตัวละครของผมในบทนี้นะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 12
สมุนไพรจันทราค้างคืน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!