เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 11

ออกเดินทางสู่หุบเขาหมื่นพิษ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"ก้าวขาผิดเพียงครึ่งชốn... ชีวิตของเจ้าบนเส้นทางเซียนนี้ ก็มิอาจหวนคืนมาแก้ไขได้อีกแล้วนะ หลี่เฟยหลง" สุ้มเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนอากาศรอบกายพลอยบิดเบี้ยว มู่หรงเซียนยืนประทับอยู่บนยอดผาเมฆาคล้อย ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์มิได้ปลิวไสวตามแรงลม แม้เบื้องล่างจะเป็นเหวลึกหมื่นวาที่พัดพาไอพิษสีม่วงเข้มขึ้นมาปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด เด็กหนุ่มหลี่เฟยหลงกัดฟันแน่นจนโลหิตสีแดงสดซึมออกจากมุมปาก ไอพิษหยินหยางในตันtian (จุดตันเตียน) ของมันกำลังปั่นป่วนราวกับอสรพิษคลั่งที่พยายามกัดกินร่างเนื้อ ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่ซ่านไปทุกเส้นประสาท แต่นัยน์ตาคู่นั้นยังคงทอประกายดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมคุกเข่าลงต่อหน้าความกดดันอันไร้ขีดจำกัดของอาจารย์ผู้เยือกเย็น "ศิษย์... ไม่เคยคิดหวนคืน" หลี่เฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน กล่าวตอบด้วยความยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือทัณฑ์สวรรค์ที่พร้อมแผดเผาร่าง หากเพื่อวัตถุดิบ... เพื่อก้าวข้ามขอบเขตที่อาจารย์เฝ้ารอ... ศิษย์ผู้นี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยวิญญาณ ก็จะไม่มีวันก้าวถอยหลังเด็ดขาด" มู่หรงเซียนมิได้เอ่ยคำชมเชย นัยน์ตาคู่คมปลาบดั่งกระบี่โบราณมองลึกลงไปยังร่างของศิษย์รัก แววตาที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา มีร่องรอยของความเจ็บปวดร้าวลึกที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ อดีตอันมืดมนจากการสูญเสียศิษย์ผู้พี่เพราะความประมาทเลินเล่อยังคงตามหลอกหลอนเขาดั่งเงาตามตัว การนำพาเด็กหนุ่มผู้มีปราณพิษหยินหยางคนนี้ก้าวเข้าสู่ "หุบเขาหมื่นพิษ" มารดาแห่งสรรพพิษและสมุนไพรบรรพกาล จึงมิใช่เพียงแค่การแสวงหาโอสถระดับตำนานเพื่อทะลวงขีดจำกัด หากแต่เป็นการเดิมพันด้วยชีวิต และการเอาชนะโชคชะตาที่ฟ้าดินกำหนดไว้ "ดี... ถ้าเช่นนั้น จงจำความเจ็บปวดนี้ไว้" มู่หรงเซียนสะบัดแขนเสื้อเบาๆ คลื่นปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งเข้ากระแทกจุดชีพจรทั่วร่างของหลี่เฟยหลงทันที ความเจ็บปวดที่แผดเผาพลันถูกกดทับด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ของอาจารย์ ช่วยผนึกไอพิษหยินหยางไม่ให้ระเบิดออกมาก่อนเวลาอันควร "หุบเขาหมื่นพิษเบื้องล่าง หาใช่สถานที่ที่คนยโสโอหังจะเดินเข้าไปแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ สมุนไพร 'บัวหิมะอัคคีพิษ' ที่เราต้องการ อยู่ลึกเข้าไปในเขตแดนต้องห้ามชั้นใน ที่ซึ่งแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังต้องทิ้งร่างไว้ที่นั่น จงใช้สติและลมปราณของเจ้าให้ดี อย่าให้ความทะนงตนฆ่าตัวตายเสียก่อน" "ศิษย์... ทราบแล้วครับ" หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสมดุลลมปราณในกาย พลางประสานมือคำนับคารวะอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง ความดื้อรั้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสุขุมลุ่มลึกขึ้น แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทุกย่างก้าวบนเส้นทางบำเพ็ญเพียรนี้ สอนให้มันรู้ว่าพลังอำนาจเท่านั้นคือความจริงแท้ ทั้งสองร่างทะยานลงจากยอดผาเมฆาคล้อยดั่งดาวตกที่พุ่งดิ่งสู่ความมืดมิด เบื้องล่างคือหุบเขาหมื่นพิษที่ปกคลุมด้วยหมอกพิษหนาทึบ ส่งกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายความตายคละคลุ้งไปทั่วสารทิศ ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นดินของหุบเขา ต้นไม้ใบหญ้ารอบด้านพลันขยับไหว ราวกับพวกมันมีชีวิตและกำลังจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความกระหายใคร่รู้ กิ่งไม้หนามเคลือบพิษพุ่งเข้าใส่ดั่งหูฉลามนับพันสาย มู่หรงเซียนหาได้ขยับตัวไม่ นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบาๆ ปราณกระบี่วายุเหมันต์ก็แผ่ขยายออกเป็นรัศมีวงกลม ตัดเฉือนกิ่งไม้พิษเหล่านั้นจนแหลกละเอียดเป็นจุลโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ความแข็งแกร่งระดับนี้ทำให้หลี่เฟยหลงแอบสูดปากด้วยความทึ่ง อาจารย์ของตนช่างไร้เทียมทานยิ่งนัก สมกับที่เป็นปรมาจารย์โอสถผู้กุมชะตากรรมแห่งยุทธภพ "ตามมาอย่าได้ห่าง" มู่หรงเซียนกล่าวเสียงเรียบขณะก้าวเดินนำหน้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ้ำแวดล้อมรอบกายเพื่อขับไล่ละอองพิษที่ลอยล่องในอากาศ การเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขาหมื่นพิษเต็มไปด้วยอุปสรรค นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษร้ายแรงแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับอสูรพิษโบราณที่เฝ้าดูแลสมุนไพรล้ำค่า ทั้งงูเก้าเศียรวารีพิษ และแมงมุมเงาโลหิตที่ซ่อนตัวอยู่ตามผนังถ้ำมืดมิด ทุกครั้งที่มีการปะทะ มู่หรงเซียนจะปล่อยให้หลี่เฟยหลงเป็นผู้ลงมือจัดการ เพื่อฝึกฝนสัญชาตญาณการต่อสู้และความเด็ดขาด แม้จะมีบางครั้งที่เด็กหนุ่มเกือบพลาดท่าถูกพิษเล่นงานจนปางตาย แต่มู่หรงเซียนก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายเสมอ พร้อมกับคำสอนที่เฉียบคมบาดลึกถึงจิตวิญญาณ เวลาล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำลึกเบื้องล่าง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง แสงเรืองรองสีแดงอมม่วงสาดส่องลอดผ่านช่องหินแคบๆ ปรากฏภาพของดอกบัวผลึกใสที่เติบโตอยู่ใจกลางบึงน้ำพิษเดือดพล่าน กลีบดอกของมันซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับงานศิลปะจากสวรรค์ และที่ใจกลางดอกบัวนั้น มีหยาดน้ำค้างสีทองบริสุทธิ์รวมตัวกันอยู่—นั่นคือ "บัวหิมะอัคคีพิษ" วัตถุดิบหลักในการปรุงโอสถพลิกฟ้าทะลวงวิญญาณ! "สำเร็จ..." หลี่เฟยหลงอุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสมุนไพรในตำนานอยู่ตรงหน้า "ช้าก่อน!" สุ้มเสียงของมู่หรงเซียนตึงเครียดขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างของปรมาจารย์โอสถก้าวมาขวางหน้าศิษย์รักไว้ทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหลังดอกบัวด้วยจิตสังหารที่ระเบิดออกอย่างรุนแรง ผืนน้ำในบึงพิษเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เงาร่างมหึมาของ "ราชันมังกรเกล็ดทมิฬ" อسرพิษบรรพกาลระดับสูงที่จำศีลมานับพันปีค่อยๆ โผล่พ้นผิวน้ำ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล ทว่า... สิ่งที่ทำให้มู่หรงเซียนต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม มิใช่เจ้าอسرพิษมหึมาตัวนี้ หากแต่เป็นเงาร่างปริศนาอีกสายหนึ่ง ที่ยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินสูงเหนือศีรษะของราชันมังกรเกล็ดทมิฬ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกักด้วยหน้ากากอสูรยิ้มเยาะ และในมือของมัน... กำลังถือกระบี่ที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง—กระบี่ประจำกายของศิษย์รักผู้ทรยศที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! "อาจารย์... ดูเหมือนว่าการต้อนรับการกลับมาของท่านในครั้งนี้ จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมารออยู่ก่อนแล้วสินะครับ" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านมรสุมและสายหมอกแห่งวิถีเซียนไปกับตัวละครของผมในบทนี้ครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%