จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 4

วิชาลับของเงา

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
คมดาบเย็นเฉียบแนบชิดอยู่กับผิวเนื้อบริเวณลำคอจนสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันแหลมคม เส้นขนทั่วร่างของผมลุกชันขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมเย็นของดอกไนท์บลูมที่เอลาร่ามักจะใช้ มันไม่ใช่การซ้อมมือหรือการหยอกล้อเล่นสนุก แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากปลายดาบนั้นบอกผมอย่างชัดเจนว่า หากผมขยับตัวผิดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คมดาบเล่มนี้พร้อมจะพรากวิญญาณออกจากร่างได้ในเสี้ยววินาที "เรย์... ฉันบอกแล้วไง ว่าให้เธอรอฉันอยู่ที่นั่น" น้ำเสียงเย็นเยียบและคุ้นเคยของเอลาร่าดังกระซิบอยู่ชิดใบหู มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น ผมเหลือบสายตาไปมองเงาสะท้อนบนคมดาบที่พาดผ่านลำคอ ดวงตาของเธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่มองเลยผ่านไปยังซากศพของอสูรเงาแรงก์ D ที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า—อสูรที่ควรจะเป็นตัวอันตรายเกินกว่าที่ฮันเตอร์แรงก์ F อย่างผมจะต่อกรได้ตามสามัญสำนึกของกิลด์ ผมไม่ได้ตื่นตระหนก มือขวายังคงกำก้อนผลึกมานาสีดำสนิทที่เพิ่งดึงออกมาจากอกของซากอสูรไว้แน่น ความเย็นยะเยือกของมันซึมผ่านฝ่ามือเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นให้พลังงานแปลกประหลาดในห้วงจิตสำนึกของผมเต้นเร่าราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกระหายเลือด "ถ้าฉันรอนั่น... ฉันคงไม่ได้เห็นว่าคุณเกือบจะพลาดท่าให้กับการโจมตีมุมอับเมื่อครู่นี้หรอกนะครับ" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย คมดาบที่จ่ออยู่กดลึกลงไปอีกเล็กน้อยจนผิวเนื้อแสบแปลบ หยดเลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาตามคมโลหะ เอลาร่าขบกรามแน่น ดวงตาสีไพลินของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "เธอกำลังเล่นกับความตาย, เรย์! รู้ไหมว่าที่นี่คือเขตแดนระดับไหน? แค่เศษเสี้ยวมานาของอสูรพวกนี้ก็บดขยี้กระดูกคนแรงก์ F อย่างเธอให้แหลกเป็นผุยผงได้แล้ว ทำไมถึงไม่เจียมตัวบ้าง!" "เจียมตัวงั้นเหรอครับ..." ผมทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของผมดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "ถ้าผมมัวแต่เจียมตัวและรอคอยความช่วยเหลือจากคนอื่น น้องสาวของผมคงกลายเป็นศพไร้ชื่อในสลัมชั้นต่ำไปนานแล้วครับ เอลาร่า" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับต้นคอของผม เอลาร่าชะงักไปครู่ใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น แรงกดดันจากปลายดาบค่อยๆ คลายลง เธอถอนหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะสะบัดดาบเก็บเข้าฝักด้านหลังด้วยความรวดเร็ว "เธอversionดื้อด้านนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ ให้ตายเถอะ" เอลาร่าบ่นอุบพร้อมกับเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างกายของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อตรวจสอบว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ตรงไหนหรือไม่ "แล้วนั่น... มือเธอถืออะไรอยู่? กลิ่นอายของมันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง" ผมแบมือออก เผยให้เห็นก้อนผลึกสีดำสนิทที่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับมีชีวิตอยู่ข้างใน มันสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของพลังงานมืดที่กำลังเรียกร้องหาเจ้าของใหม่ "หัวใจของอสูรเงา... หรือถ้าเรียกตามภาษาของระบบที่ผมได้ยินในหัว มันคือ 'แก่นแท้แห่งเงา' ครับ" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ "และตอนนี้ มันกำลังบอกให้ผมทำบางสิ่งบางอย่าง" ทันทีที่สิ้นคำพูด ระบบเสียงก้องกังวานก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของผมโดยไม่ต้องรอให้ผมเอ่ยปากเรียก หน้าต่างสถานะสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน [ ตรวจพบแก่นแท้แห่งเงา (Shadow Essence) ระดับ D ] [ เงื่อนไขการปลุกพลัง "วิชาลับของเงา" (Shadow Monarch's Secret Arts) ครบถ้วน ] [ ท่านต้องการสืบทอดอำนาจแห่งเงา และหลอมรวมแก่นแท้เข้ากับวิญญาณหรือไม่? ] [ คำเตือน: ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมอาจเทียบเท่ากับการถูกฉีกกระชากวิญญาณ หากจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ท่านจะกลายเป็นทาสรับใช้ของเงาไปตลอดกาล ] [ ใช่ / ไม่ใช่ ] ผมไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาของผมจดจ้องไปยังตัวเลือก 'ใช่' ราวกับคนบ้าที่กำลังเดินเข้าสู่กองเพลิง "เรย์ เธอกำลังทำหน้าเหมือนคนที่จะไปกระโดดหน้าผาเลยนะ" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของผม เธอเอื้อมมือมาหมายจะคว้าแขนผม "หยุดก่อน เรย์ ถอยออกห่างจากก้อนพลังงานนั่นซะ มันอันตรายเกินไป!" "ผมไม่มีทางเลือกอื่นหรอครับ เอลาร่า... โลกใบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าที่เราจะอ่อนแอ" ผมใช้มือซ้ายคว้าก้อนผลึกสีดำนั้นแล้วกดมันเข้าที่กลางหน้าอกของตัวเองทันที! ตูม! เสียงระเบิดก้องกังวานดังขึ้นจากภายในจิตวิญญาณ ไม่ใช่เสียงทางกายภาพ แต่เป็นแรงกระแทกที่สะท้านไปถึงก้นบึ้งของความรู้สึก ความเจ็บปวดระดับที่ทำให้ผมต้องอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาได้พุ่งพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ราวกับมีเข็มนับล้านเล่มกำลังกรีดแทงเส้นประสาทและเผาไหม้กระดูกสันหลังของผมให้กลายเป็นจุล ภาพตรงหน้าพร่ามัว โลกหมุนเคว้งควาย ร่างกายของผมทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินที่เย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างจิกทึ้งพื้นดินแน่นจนเล็บฉีกขาดและมีเลือดไหลซึมออกมา "เรย์!" เสียงร้องตกใจของเอลาร่าดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท แต่มันช่างไกลโพ้นเหลือเกิน เธอยื่นมือเข้ามาหมายจะประคองร่างผม แต่ทว่า... คลื่นพลังงานสีดำทมิฬระเบิดทะลักออกมาจากร่างของผมราวกับภูเขาไฟระเบิด แรงผลักมหาศาลซัดร่างของฮันเตอร์แรงก์ A อย่างเอลาร่าจนต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เธอใช้ดาบปักลงกับพื้นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลง พร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงต่อสิ่งที่เห็น เงาดำนับพันสายพุ่งพล่านออกมาจากร่างของผม มันบิดเบี้ยวและรวมตัวกันเป็นรูปทรงอัปลักษณ์และน่าเกรงขาม เสียงคำรามของวิญญาณนับร้อยดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม มันคือเสียงกรีดร้องของความตาย และในขณะเดียวกัน มันก็คือเสียงเพลงสรรเสริญของผู้ชนะ [ ตรวจสอบการหลอมรวมสำเร็จ! ] [ ท่านได้รับทักษะเฉพาะตัว: "เงาทมิฬคืนชีพ" (Shadow Extraction) - เลเวล 1 ] [ ท่านได้รับการปลดล็อกฉายา: "ผู้สืบทอดบัลลังก์มืด" ] [ สเตตัสพลังชีวิต (HP) และมานา (MP) ถูกรีเซ็ตและยกระดับขึ้น 300% ] ผมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นผสมกับคราบเลือด ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสนธยาของผมจากเดิมที่เป็นสีดำสนิท ตอนนี้กลับเปล่งประกายแสงสีม่วงเรืองรองน่ากลัวในความมืดมิด บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแม้แต่อากาศก็แทบจะหยุดนิ่ง เอลาร่ายืนนิ่งค้าง เธอมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของความห่วงใยแบบรุ่นพี่มองรุ่นน้องอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความหวาดระแวงและความตกตะลึงราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดที่เพิ่งหลุดออกมาจากขุมนรก "เรย์... นั่นเธอยังเป็น... มนุษย์อยู่หรือเปล่า?" เสียงของเอลาร่าสั่นระริกเล็กน้อย มือที่จับด้ามดาบกระชับแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ความรู้สึกอ่อนล้าก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยพละกำลังมหาศาลที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ผมก้มมองซากศพของอสูรเงาที่ผมเพิ่งสังหารไปเมื่อครู่ แล้วยกมือขึ้นชี้ไปยังร่างไร้วิญญาณนั้น พร้อมกับเอמהสเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจก้องกังวานออกไป "จงลุกขึ้น... และมาอยู่ใต้เงาของข้า" กร๊อบ! แกร็ก! กระดูกของซากอสูรเงาส่งเสียงลั่นสนั่นหวั่นไหว พื้นดินรอบตัวมันแตกละเอียดเป็นวงกว้าง ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินโอบล้อมร่างที่ไร้ชีวิตชีวานั้น ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหม่ค่อยๆ เปิดขึ้นจากความมืดมิดของเบ้าตาอสูร มันลุกขึ้นยืนคุกเข่าต่อหน้าผม ราวกับสุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่รอคอยคำสั่งจากนายเหนือหัว เอลาร่าผถอยหลังกั้นหายใจ เธอมองกองทัพเงาตัวแรกที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นด้วยความรู้สึกหนبเหน็บที่วิ่งพล่านไปถึงขั้วหัวใจ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ผมจะได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากทางเข้าดันเจี้ยน พร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนที่แผ่ขยายเข้ามาครอบ เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตมีเขาคู่หนึ่งก้าวออกมาจากความมืดของอุโมงค์ มันคือรองแม่ทัพแห่งกองทัพปีศาจที่ผมควรจะเจอในสัปดาห์หน้า—แต่มันกลับมาปรากฏตัวที่นี่ เร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน! ดวงตาสสีเพลิงของมันจ้องมองตรงมาที่ผมและเอลาร่า พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ฉีกกว้างถึงใบหู "เจอตัวแล้ว... เจ้าหนอนแมลงเม่าที่บังอาจขัดขวางท่านมาร์คาร์ซัส" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับกองทัพเงาครับ - เงาฮันเตอร์ไร้เงา -
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%