"อย่าแม้แต่จะกะพริบตา ถ้าไม่อยากกลายเป็นเศษเนื้อกองอยู่ที่พื้น"
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังขึ้นข้างหูเรย์ ขณะที่ปลายดาบของเอลาร่าแตะลงบนรอยแยกของมิติที่บิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งออกมาจากรอยแยกนั้น มันไม่ใช่กลิ่นสาบของมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือกลิ่นของ 'ความว่างเปล่า' ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
เรย์นิ่งเงียบ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เขาไม่เคยเป็นฮันเตอร์ที่โชคดี เขาถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงแรงก์ F ที่ไร้ค่า แต่ในวินาทีนี้ ในมือของเขาไม่ได้ถือดาบเหล็กกล้าที่แสนจะเปราะบางเหมือนทุกครั้ง ทว่าคือ 'กริชแห่งเงามืด' ที่ได้รับมาจากการปลุกพลังลึกลับในดันเจี้ยนก่อนหน้า
"ที่นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยนปกติที่สมาคมบันทึกไว้แน่" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "โครงสร้างของมานาในอากาศมันบิดเบี้ยว เกินกว่าที่ระดับแรงก์ A อย่างเธอจะคุ้นเคย เอลาร่า... ถอยออกมา"
เอลาร่าหันมามองเขา ดวงตาสีไพลินของเธอฉายแววไม่พอใจปนชื่นชม "จะให้ฉันถอย? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันคือดาบที่คมที่สุดของกิลด์? ถ้าที่นี่มีจักรพรรดิมารคาร์ซัสซ่อนอยู่จริงๆ การส่งเด็กแรงก์ F อย่างนายเข้าไปก็เท่ากับส่งเนื้อไปให้เสือ"
"ถ้าเสือตัวนั้นเป็นแค่เงาที่ผมควบคุมได้ล่ะ?" เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือขวาของเขาสัมผัสที่กำไลข้อมือสีดำสนิท ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อเขากับกองทัพเงาที่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่นเต็มที่
ทั้งคู่ก้าวข้ามรอยแยกเข้าไป สัมผัสแรกที่ได้รับคือความกดอากาศที่มหาศาลจนทำให้กระดูกลั่น ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน แต่มันคือมหานครลอยฟ้าที่พังทลายอยู่ท่ามกลางความมืดมิดไร้จุดสิ้นสุด ซากปรักหักพังของอาคารที่ทำจากหินสีดำสนิทลอยล่องอยู่กลางอากาศราวกับเศษซากของดวงดาวที่แตกสลาย
ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของพวกเขาเอง
"ดูนั่น..." เอลาร่าชี้ไปยังใจกลางของนครที่ลอยอยู่เหนือพวกเขา ที่นั่นมีบัลลังก์ที่ทำจากกระดูกมังกรตั้งตระหง่านอยู่ และเหนือบัลลังก์นั้นมีดวงตาสีเลือดคู่มหึมาที่กำลังจ้องมองลงมา
เรย์รู้สึกได้ว่ากริชในมือเขาสั่นไหว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะการตอบสนองต่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เรย์ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบจะหยุดหายใจ เขาไม่ได้สนคำเตือนของเอลาร่าอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าหากต้องการปกป้องน้องสาวที่นอนรออยู่ในโรงพยาบาลจากคำสาปของพวกมาร เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสยบที่นี่
"เจ้าไม่ได้ถูกอัญเชิญมาที่นี่เพื่อเป็นผู้พิชิต" เสียงกึกก้องดังขึ้นทั่วทั้งมิติ แต่มันไม่ได้มาจากทิศทางไหน แต่มันมาจาก 'ความนึกคิด' ของเขาเอง
เรย์หยุดยืนนิ่ง ทันใดนั้น เงาสีดำใต้เท้าของเขาก็เริ่มขยายตัวออก มันไม่ได้เป็นเพียงเงาธรรมดา แต่มันเริ่มรูปร่างเป็นมือที่ทำจากควันสีดำสนิท พุ่งขึ้นไปยึดเกาะรอบข้างราวกับกำลังปักหลักสู้
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อถูกอัญเชิญ" เรย์พูดขึ้นขณะที่นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้ร่องรอยของสีขาว "แต่ผมมาที่นี่เพื่อ 'ยึดครอง' สิทธิ์ของเจ้าของดันเจี้ยนนี้"
เขากระชากกริชขึ้นสู่ท้องฟ้า พลังงานมืดมิดระเบิดออกจากร่างจนมิติที่ลอยอยู่นั้นเริ่มร้าวและแตกสลายเหมือนกระจกเงา เอลาร่าเบิกตากว้าง เธอไม่เคยเห็นพลังแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่มันคือพลังที่กดทับแม้กระทั่งผู้กล้าในตำนาน
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง เสียงหัวเราะแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างหลังเรย์
"น่าสนใจ... มนุษย์ที่มีกลิ่นอายของ 'ราชาเงา' ในสายเลือด"
เรย์ชะงักกึก เขาค่อยๆ หันกลับไปมอง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังไม่ใช่กองทัพปีศาจ แต่เป็นชายหนุ่มผู้สวมชุดเกราะสีเงินที่พังทลาย ซึ่งใบหน้าของเขานั้น... เหมือนกับเรย์ราวกับส่องกระจกเงา
คนผู้นั้นวางมือลงบนไหล่ของเรย์ และความมืดรอบตัวก็พลันดับวูบลงราวกับถูกสั่งด้วยนิ้วมือเดียว ก่อนจะเผยให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขาเพิ่งทำลายไปนั้น แท้จริงแล้วมันคือ 'สุสานของผู้กล้าที่ล้มเหลว' นับหมื่นคน
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังที่สองของเจ้า พี่ชาย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในดันเจี้ยนพิศวงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- เงาฮันเตอร์ไร้เงา -
จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 5
ดันเจี้ยนพิศวง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!