จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 14

พันธมิตรคนแรก

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
กลิ่นคาวเลือดเก่าๆ และกลิ่นอับชื้นของหินปูนในดันเจี้ยนระดับ B คือสิ่งแรกที่ทักทายประสาทสัมผัส ไม่ใช่แสงแดด หรือเสียงนกร้องน่ารำคาญแบบที่พวกมือสมัครเล่นมักเจอ "กลิ่นแบบนี้... ชวนให้คิดถึงตอนที่ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดในดันเจี้ยนเกรด C เมื่อปีก่อนเหมือนกันนะครับ" ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในโถงหินกว้างขวางที่มืดสลัว แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์ส่องให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ เอลาร่า ฮันเตอร์แรงก์ A ฉายา 'ดาบประกายแสง' ไม่ได้หันมามองหน้าผมทันที เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้คมดาบคาตานะเคลือบออร่าสีครามในมืออย่างทะนุถนอม ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปรอบทิศทางด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชน "ระวังคำพูดหน่อย เรย์" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ "นี่คือดันเจี้ยนระดับ B ที่กิลด์ใหญ่เคยกวาดล้างล้มเหลวมาแล้วถึงสามครั้ง ศพของฮันเตอร์รุ่นพี่ปีก่อนยังฝังอยู่ใต้พื้นหินพวกนี้เลย ถ้าคุณยังติดนิสัยประมาทแบบฮันเตอร์แรงก์ F ทั่วไป... ฉันคงต้องเป็นคนลากศพคุณกลับออกไปเอง" ผมมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย สร้างรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ความกลัว ประสบการณ์เฉียดตายและความมืดมิดในก้นบึ้งจิตใจ สอนให้ผมรู้ว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวคือการไม่มีพลังพอที่จะปกป้องคนที่เรารักต่างหาก "ผมไม่เคยประมาทครับ... โดยเฉพาะเมื่อมีคนระดับแรงก์ A คุ้มกันหลังให้แบบนี้" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่นัยน์ตาสสีดำสนิทกลับสะท้อนความดุดันที่ซ่อนเร้น เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย เธอกวาดสายตามามองผมด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก มีทั้งความเคลือบแคลงสงสัย ความไม่ไว้วางใจ และความประหลาดใจลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ฮันเตอร์หนุ่มแรงก์ F ไร้ชื่อเสียงคนนี้ เธอกำลังสงสัยว่าไอ้หนุ่มตรงหน้าเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งความตายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบแบบนั้น "อย่ามาทำเป็นปากดี ถ้าข้างหน้าพวกมันมากันเป็นร้อย... ฉันอาจจะไม่มีเวลามาสนใจใยดีคุณหรอกนะ" เอลาร่าพูดเสียงแข็ง สะบัดคอมอเตอร์ไซค์เวทมนตร์คู่ใจเก็บใส่แหวนมิติ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ นำหน้าเข้าไปในอุโมงค์มืดทึบ ความจริงแล้ว การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ เอลาร่าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติของมานาในเขตนี้ ส่วนผม... ต้องการพลังงานวิญญาณปริมาณมหาศาลจากมอนสเตอร์ระดับสูง เพื่อปลุกขุนพลเงาตัวใหม่ที่จะมายืนเคียงข้างบัลลังก์ของผม ครืนนนนน! เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากส่วนลึกของอุโมงค์ แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดาน กลิ่นอายกดดันระดับบอสแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "มาแล้วสินะครับ..." ผมพึมพำเบาๆ พร้อมกับดึงฮู้ดสีดำคลุมศีรษะลง ร่างมหึมาของ 'อสูรคลั่งพสุธา' มอนสเตอร์กลายพันธุ์ระดับ B ที่มีร่างกายเป็นหินผาและดวงตาสีแดงฉานพุ่งทะยานออกมาจากความมืด แรงปะทะของมันมหาศาลราวกับรถไฟบรรทุกสินค้าพุ่งชน เอลาร่าเบิกตากว้าง ปฏิกิริยาของฮันเตอร์แรงก์ A ทำงานรวดเร็วดั่งสายฟ้า เธอตวัดดาบออกไปพร้อมกับออร่าพายุคมดาบที่เฉือนอากาศจนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู เปรี้ยงงงงง! ประกายไฟสارتกระเด็นไปทั่วทิศทาง ร่างของอสูรหินชะงักไปชั่วครู่ แต่มันกลับคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว บาดแผลบนตัวมันสมานเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยพลังฟื้น "บ้าเอ๊ย! ผิวหนังของมันแข็งเกินไป คมดาบของฉันเจาะไม่เข้าลึกพอ!" เอลาร่ากัดฟันกรอด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ใบหน้าสวยเริ่มซีดเซียวเมื่อพบว่าการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเธอทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนตื้นๆ "ถอยไปก่อนครับ เอลาร่า" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดเอ่ยขึ้นข้างๆ หูของเธอ ก่อนที่ร่างของผมจะก้าวผ่านไหล่เธอไปยืนเผชิญหน้ากับอสูรยักษ์ตัวนั้นลำพัง เอลาร่าหันมามองด้วยความตกใจระคนโกรธ "คุณบ้าหรือไง! อยากตายรึไงกัน!" ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาสสีดำสนิทของผมแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มประกายอำพัน ร่างกายแผ่ไอสีดำทมิฬที่หนาแน่นจนบิดเบี้ยวอากาศรอบตัวให้โค้งงอ เสียงกระซิบจากขุมนรกนับร้อยดังก้องอยู่ในโถงถ้ำ เป็นเสียงที่ทำให้แม้แต่มอนสเตอร์ระดับ B ยังต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว [ระบบเงา: ตรวจพบเป้าหมายระดับ B, เงื่อนไขการสยบสมบูรณ์] [ท่านต้องการใช้สกิล 'เงาสยบวิญญาณ' หรือไม่?] "จงตื่นขึ้น..." ผมเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ก้องกังวานลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกชีวิตที่อยู่ที่นี่ มือขวายื่นออกไปเบื้องหน้า แล้วกำเข้าหากันอย่างช้าๆ พรึบ! เงาทมิฬใต้ฝ่าเท้าของอสูรยักษ์ขยายตัวออกเป็นวงกว้างนับสิบเมตร มือสีดำนับร้อยคู่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินคว้าข้อเท้าและลำตัวของมันไว้ มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงกดดันจากกองทัพเงาไร้พ่ายนั้นหนักหน่วงเกินกว่าที่มันจะขัดขืนได้ เอลาร่าอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ภาพที่เธอกำลังเห็นตรงหน้าไม่ใช่การต่อสู้ของฮันเตอร์ทั่วไป แต่มันคือ... การควบคุมความตายอย่างเบ็ดเสร็จ "เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นระริก "นี่มันพลังบ้าอะไรกัน... นายไม่ใช่แค่ฮันเตอร์แรงก์ F..." ผมหันกลับมาส่งยิ้มสุภาพให้เธอ ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว รอยยิ้มนั้นอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นอันน่าขนลุก "ผมก็บอกคุณตั้งแต่แรกแล้วนี่ครับ... ว่าผมไม่ได้มาที่นี่คนเดียว" ตุ้บ! ร่างของอสูรยักษ์ล้มลงแน่นิ่ง ไอน้ำสีดำพวยพุ่งออกจากร่างก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นละอองแสง แต่ทว่า... ก่อนที่ความเงียบสงบจะกลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ที่ดังกว่าเดิมหลายเท่า ก็เริ่มก้องสะท้อนมาจากทางออกด้านหลังของอุโมงค์ ครืนนนน... ตึง! ตึง! ตึง! เอลาร่าหน้าถอดสีทันที เธอกระชับดาบในมือแน่น หันหลังกลับไปมองความมืดเบื้องหลังด้วยความตื่นตระหนก "เสียงนั่น... มันไม่ใช่แค่ตัวเดียว... ฝูงอสูรระดับ B อีกฝูงกำลังแห่กันมาทางนี้!" ผมหรี่ตามองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แผ่พุ่งนำหน้าฝูงมอนสเตอร์เหล่านั้นมา... กลิ่นอายของแม่ทัพกองทัพปีศาจระดับสูง ผู้มีรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนใบหน้า ซึ่งควรจะถูกกำจัดไปตั้งแต่สงครามต่างมิติเมื่อสามปีก่อน เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมา ดวงตาสีแดงฉานจ้องตรงมาที่ผม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องกังวาน "เจอตัวจนได้นะ... เจ้าหนูแห่งตัณหาความมืด" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเงามืดไปกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ! - เงาฮันเตอร์ไร้เงา
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%