“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้หัวใจของเจ้าหลุดออกมาเต้นระบำนอกอก”
เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนการบดขยี้ของโลหะดังก้องอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยว ผมกัดฟันแน่น มือขวาที่กำดาบเงาไว้สั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองจากกระดูกสันหลังที่กำลังร้องเตือนถึงอันตรายระดับมหันตภัย
เบื้องหน้าของผมไม่ใช่ปีศาจกระจอกที่พบเจอในดันเจี้ยนทั่วไป แต่มันคือร่างเงาทมิฬที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยแยกมิติที่ถูกฉีกกระชาก กลิ่นอายคาวเลือดและกำมะถันฟุ้งกระจายจนอากาศรอบตัวหนืดข้นเหมือนโคลนตม เอลาร่าที่ยืนอยู่ข้างหลังผมหายใจหอบถี่ ความมั่นใจในฐานะฮันเตอร์แรงก์ A ของเธอดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ข้ามพ้นขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว
“เรย์... นั่นมันอะไรกัน” เสียงของเธอสั่นเครือ “กลิ่นอายนั่น... มันไม่ใช่ของปีศาจจากดันเจี้ยนทั่วไป มันคือราชวงศ์ปีศาจชั้นสูงที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามยุคทมิฬแล้วไม่ใช่หรือ?”
ผมไม่ตอบ ความสนใจทั้งหมดของผมถูกดึงดูดไปที่ ‘รอยประทับ’ บนหน้าอกของเจ้าสิ่งนั้น มันมีสัญลักษณ์ที่น่าพิศวง... สัญลักษณ์ที่ผมมักจะเห็นในฝันร้ายของตัวเองเสมอ และที่สำคัญกว่านั้น มันกำลังสะท้อนแสงสีม่วงหม่นออกมาสอดรับกับความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นในกระแสเลือดของผมเอง
ความเจ็บปวดที่เหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท ผมทรุดเข่าลงกับพื้น มือซ้ายกุมหน้าอกซ้ายแน่น
“เรย์!” เอลาร่าถลาเข้ามาประคองผม แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อฝ่ามือของเธอสัมผัสกับผิวหนังของผมที่กำลังร้อนจัดจนควันจางๆ ลอยขึ้นมา
ผิวหนังของผมเริ่มเปลี่ยนไป ลวดลายสีดำสนิทดุจหมึกจีนค่อยๆ เลื้อยพันจากข้อมือขึ้นมาตามแขน สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ดุดันเริ่มครอบงำสติสัมปชัญญะ กองทัพเงาที่ผมอัญเชิญออกมาเพื่อป้องกันตัวเริ่มคุกเข่าลงโดยไม่ได้สั่งการ พวกมันไม่ได้คุกเข่าต่อหน้าศัตรู... แต่พวกมันคุกเข่าให้แก่ ‘ผู้เป็นนาย’ ที่กำลังเผยตัวตนที่แท้จริง
“สายเลือด... สายเลือดที่ถูกกักขังช้านาน ในที่สุดเจ้าก็ตื่นขึ้นเสียที” ร่างเงาเบื้องหน้าแสยะยิ้มที่มองเห็นได้เพียงไรฟันสีขาวซีด “ไม่ต้องกลัวไปหรอก เจ้าหนุ่ม... เพราะที่นี่คือบ้านของเจ้า เราคือสิ่งที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวที่จะปลุกพลังในสายเลือดกึ่งปีศาจที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเจ้าให้สมบูรณ์!”
คำว่า ‘กึ่งปีศาจ’ กระแทกเข้ากลางใจผมเหมือนค้อนปอนด์ ปมในอดีตที่ผมเคยตั้งคำถามมาตลอดชีวิตว่าทำไมผมถึงถูกทอดทิ้ง ทำไมผมถึงเข้าถึงพลังเงาได้ง่ายกว่าใคร หรือทำไมร่างกายของผมถึงฟื้นตัวได้เร็วกว่าฮันเตอร์ทั่วไป บัดนี้ทุกอย่างถูกไขกระจ่างด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย
ผมไม่ใช่แค่มนุษย์ที่มีพลังพิเศษ แต่ผมคือผลผลิตของความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่าง ‘มนุษย์’ และ ‘ขุนพลปีศาจ’ ของจักรพรรดิมารคาร์ซัส
“หุบปาก...” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายที่เคยอ่อนแรงกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่ไร้ความร้อน แต่กลับแผ่แรงกดดันมหาศาลจนพื้นดินรอบข้างแตกร้าว ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ นัยน์ตาที่เคยเป็นสีดำสนิทบัดนี้กลายเป็นสีม่วงอำพันที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
เอลาร่ามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวเริ่มแทรกซึมเข้ามาในแววตาของเพื่อนร่วมรบ “เรย์... ดวงตาของนาย...”
ผมไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดต่อ ผมสะบัดมือเบาๆ เงาใต้ฝ่าเท้าของผมพลันพุ่งขึ้นกลายเป็นคมหอกนับพันเล่มพุ่งทะลวงร่างเงาปีศาจเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนแม้แต่มันยังตั้งตัวไม่ติด แต่มันกลับหัวเราะร่าในขณะที่ร่างกายค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผง
“ทำลายข้าไปก็ไร้ประโยชน์! เพราะสายเลือดนี้จะผูกมัดเจ้าไว้กับวังวนแห่งหายนะไปจนวันตาย... และเมื่อถึงเวลานั้น จักรพรรดิมารคาร์ซัสจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เจ้าพยายามปกป้อง!”
รอยแยกมิติปิดตัวลงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องโถงกว้างอีกครั้ง เหลือเพียงผมที่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลังเงาในกายยังคงหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ผมหันไปมองเอลาร่าที่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือดาบของเธอสั่นสะท้าน เธออาจจะเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจที่สุดของผม แต่ในวินาทีนี้ ผมรับรู้ได้ถึงความหวาดระแวงในใจเธออย่างชัดเจน
ทันใดนั้นเอง สัมผัสที่หกของผมก็เตือนถึงบางสิ่ง บางสิ่งที่รุนแรงกว่าการปรากฏตัวของปีศาจตนเมื่อครู่เสียอีก... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาหาเราจากเงามืดของประตูทางออก ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นสัมผัสที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... สัมผัสของผู้ที่เคยสั่งฆ่าผมในอดีต!
ร่างชายสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากความมืด เขาถอดฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ... พ่อของผม... คนที่ผมคิดว่าตายไปตั้งแต่สี่ปีก่อน กำลังยืนยิ้มให้ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
“ไม่เจอกันนานเลยนะ... เรย์ ลูกรัก... ดูเหมือนว่าของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ในสายเลือดของแก มันจะเริ่มทำงานได้ดีเกินคาดเลยสินะ”
ผมกำหมัดแน่นจนเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือ นี่มันเกินกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากนัก ความลับที่ปิดตายถูกเปิดออก พร้อมกับความจริงที่ว่าคนในครอบครัวที่ผมเชื่อใจที่สุด คือหมากตัวสำคัญในแผนการทำลายโลกของคาร์ซัส... และเขาไม่ได้มาคนเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรย์มาจนถึงตอนนี้นะครับ เตรียมใจให้พร้อมเพราะตอนต่อไปจะดุเดือดกว่าเดิมแน่นอนครับ!
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 41
สายเลือดปีศาจ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!