“แกคิดว่ากำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กและกองกำลังฮันเตอร์ระดับ B จะหยุดความโกรธแค้นของคนที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่างไปได้จริงหรือ?”
เสียงของผมเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากขุมนรก ดังก้องอยู่ในโถงทางเดินกว้างของสมาคมฮันเตอร์ที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจสั่นพร่าของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง ดาบสีนิลในมือผมไม่ได้สะท้อนแสงไฟนีออนบนเพดาน แต่มันกลับดูดกลืนทุกความสว่างรอบข้างราวกับหลุมดำที่รอจะสูบกลืนวิญญาณของผู้ที่บังอาจแตะต้องน้องสาวของผม
เบื้องหน้าผมคือประตูบานใหญ่ที่ทำจากโลหะผสมเวทมนตร์ ป้ายชื่อหน้าห้องสลักคำว่า 'ผู้อำนวยการเขตภาคกลาง' มันคือห้องของคนที่ใส่ร้ายป้ายสีผม จนทำให้ตระกูลฮันเตอร์ชั้นนำหมายหัวผม และสุดท้าย... เหตุการณ์ที่น้องสาวของผมต้องหายไปต่อหน้าต่อตาก็เกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจของไอ้คนสารเลวหลังบานประตูนี้
“เรย์! นายบ้าไปแล้วหรือไง!” เสียงของเอลาร่าตะโกนไล่หลังมา เธอพยายามจะก้าวเข้ามาขวาง แต่เมื่อเธอมองเห็นดวงตาของผมที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เธอก็หยุดชะงักลง “ถ้าทำแบบนี้ นายจะไม่มีทางหวนกลับไปเป็นฮันเตอร์ที่สมาคมยอมรับได้อีกเลยนะ!”
ผมไม่หันไปมองเธอ ผมรู้ว่าเอลาร่าเป็นห่วง แต่ความเจ็บปวดที่หน้าอกมันลามไปทั่วร่างกายจนผมไม่เหลือที่ว่างให้กับคำว่า 'กฎระเบียบ' อีกต่อไป
“สมาคมที่กล้าแลกชีวิตคนบริสุทธิ์กับผลประโยชน์ระดับ S... สำหรับผมแล้ว มันก็แค่ซากปรักหักพังที่รอวันพังทลายเท่านั้นครับ”
เปรี้ยง!
ผมไม่ได้ใช้กำลังเปิดประตู แต่ผมเรียก 'เงาทหารลำดับที่สาม' ออกมา มือที่ทำจากหมอกสีดำหนาทึบของมันพุ่งเข้ากระแทกบานประตูจนพังครืนเป็นเสี่ยงๆ เศษโลหะปลิวว่อนไปทั่วห้องทำงานหรูหราที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ผู้อำนวยการ 'วิลเลียม' นั่งหน้าซีดเผือดอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊ก สายตาของเขาฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างของผมที่ก้าวผ่านควันฝุ่นเข้ามา
“แก... แกมันแรงก์ F! แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!” วิลเลียมตะโกนพลางกดปุ่มฉุกเฉินใต้โต๊ะ แต่สัญญาณเตือนภัยกลับเงียบกริบ เพราะเงาของผมได้พันธนาการระบบไฟฟ้าทั้งหมดในอาคารไว้นานแล้ว
“ตำแหน่งแรงก์ F ที่คุณยัดเยียดให้ผม มันเก่าไปแล้วครับผู้อำนวยการ” ผมก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่เหยียบลงบนพรมราคาแพงกลับทิ้งรอยเท้าที่เป็นสีดำไหม้ไว้อย่างชัดเจน “บอกผมมา... ใครเป็นคนสั่งให้พวกมันไปที่มิตินั้น? ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของน้องสาวผม?”
วิลเลียมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่ขาของเขากำลังสั่น “แกคิดว่าแกจะเปลี่ยนชะตาของโลกได้งั้นหรือ? เรย์... โลกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจที่แกไม่มีวันเอื้อมถึง! กองทัพของจักรพรรดิมารคาร์ซัสที่แกกลัวนักหนา พวกเขาไม่ได้เป็นศัตรู... แต่เป็น 'ผู้จัดระเบียบ' ต่างหาก!”
คำพูดนั้นทำให้ผมชะงัก กลิ่นอายความตายจากดาบในมือผมทวีความรุนแรงขึ้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ถ้าหากสมาคมมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกมิติปีศาจ นั่นหมายความว่าการตายของน้องสาวผมไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการ 'โอนย้าย' หรือ 'กำจัด' ข้อมูลที่อาจส่งผลต่อแผนการใหญ่ของพวกมัน
“งั้นคำตอบที่คุณให้มา คือความตายของตัวเองสินะครับ”
ผมสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว เงาทหารที่รอคอยอยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้าใส่ราวกับฝูงหมาป่าหิวโหย วิลเลียมกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง แต่ก่อนที่คมดาบของผมจะถึงคอหอยของเขา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แรงกดดันมหาศาลที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนแผ่ซ่านออกมาจากมุมมืดของห้อง
“พอได้แล้ว... เจ้าหนู”
ร่างในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวออกมาจากเงามืดของมุมห้อง รัศมีสีทองจางๆ ล้อมรอบตัวเขาไว้ นี่ไม่ใช่ฮันเตอร์ระดับ A หรือ S ทั่วไป แต่คนคนนี้คือ 'ผู้เฝ้ามอง' ตัวแทนจากองค์กรลับที่อยู่เหนือสมาคมฮันเตอร์ขึ้นไปอีกขั้น
ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดๆ เขาคือคนคนเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายเก่าๆ ในแฟ้มข้อมูลลับของพ่อผมที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
“แก...” ผมกัดฟันแน่น ความโกรธแค้นในใจพุ่งพล่านจนผมแทบควบคุมพลังไม่อยู่ “แกคือคนเดียวกับที่อยู่ในภาพถ่ายในห้องใต้ดินของพ่อฉัน... แกคือคนที่ลักพาตัวน้องสาวฉันไปใช่ไหม!”
ชายคนนั้นยิ้มที่มุมปากอย่างอ่อนโยน ทว่าแววตาของเขากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพ “พ่อของเธอไม่ได้หายสาบสูญไปไหนหรอกเรย์... เขาแค่กำลังนั่งอยู่ในบัลลังก์ฝั่งตรงข้ามกับเธอในตอนนี้ และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ น้องสาวของเธอไม่ได้ตาย... แต่เธอกำลังกลายเป็น 'ภาชนะ' ที่จะใช้กักขังจักรพรรดิมารคาร์ซัสเอาไว้ไม่ให้กลับมาจุติใหม่”
คำพูดนั้นทำให้โลกของผมหยุดหมุน หัวใจที่แทบจะหยุดเต้นกลับมาเต้นรัวด้วยความสับสนและความหวาดกลัว ก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยอะไร ร่างของชายคนนั้นก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวของผม
'ถ้าอยากได้ตัวเธอกลับคืน ก็จงเตรียมกองทัพของเจ้าให้พร้อม... เพราะค่ำคืนนี้ ประตูนรกที่แท้จริงกำลังจะเปิดออกที่ใจกลางกรุงโซล และพ่อของเธอนั่นแหละที่จะเป็นคนลงมือสังหารเธอด้วยมือของเขาเอง'
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนแทบหายใจไม่ออก ผมยืนนิ่งท่ามกลางกองซากปรักหักพัง จ้องมองไปยังจุดที่ชายคนนั้นเพิ่งยืนอยู่ มือของผมสั่นเทาขณะที่พยายามกระชับดาบให้แน่นขึ้น
นั่นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตที่ผมไม่มีทางเลี่ยงได้... หรือว่าการต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมา คือหมากที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น?
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายของเรย์มาจนถึงตอนนี้ครับ ผมจะเขียนตอนต่อไปให้ถึงใจที่สุดแน่นอนครับ!
จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 39
บุกสมาคมฮันเตอร์
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!