"ปล่อยมือจากคอเสื้อผมเสียที... คุณกำลังทำให้คนทั้งเมืองเข้าใจผิดว่าผมเป็นอาชญากร"
เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ขณะที่เขาสะบัดตัวออกจากเงื้อมมือของเอลาร่าในตรอกมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวสนิมและขยะเน่าเสีย ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้าของหญิงสาว แต่กลับจดจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมประกาศจับที่ลอยเด่นอยู่เหนืออาคารสำนักงานสมาคมฮันเตอร์เบื้องหน้า ใบหน้าของเขา—ใบหน้าที่ดูไร้พิษสงของฮันเตอร์แรงก์ F ถูกแปะหราพร้อมค่าหัวที่สูงลิ่วในข้อหา 'กบฏต่อมนุษยชาติ'
"เรย์ ฟังนะ... ข้อมูลที่คาร์ซัสทิ้งไว้ในหัวคุณมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ" เอลาร่าก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีแดงจากโดรนตรวจการณ์ของทางการวับวาบผ่านใบหน้าของเธอ "ถ้าน้องสาวคุณคือกุญแจสำคัญที่คาร์ซัสต้องการ เพื่อเปิดประตูมิติขั้นสูงสุด สมาคมฮันเตอร์ที่กำลังหวาดกลัวจะไม่มีวันปล่อยคุณไป พวกเขาจะล่าคุณเหมือนหมาจนตรอก"
เรย์เงียบไปครู่หนึ่ง เสียงหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองรบไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือสัญชาตญาณดิบที่กำลังตื่นขึ้น เงาสีดำสนิทที่ปลายเท้าของเขาเริ่มขยับไหว ราวกับมีชีวิต กองทัพเงาที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นกำลังกระหายความกระหายเลือด
"หมาจนตรอกงั้นหรือ?" เรย์เค้นหัวเราะในลำคอ "ถ้าพวกเขาคิดจะเล่นเกมนี้ ผมก็จะจัดให้"
"คุณจะสู้กับคนทั้งโลกหรือไงเรย์! ลำพังแค่ฝีมือคุณในตอนนี้..."
"ลำพังงั้นหรือ?" เรย์แทรกขึ้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มดั่งอัญมณีต้องสาป "ผมไม่ได้อยู่คนเดียว เอลาร่า... และที่สำคัญ ผมเพิ่งเข้าใจว่าทำไมคาร์ซัสถึงต้องพูดถึงน้องสาวผม ถ้าความลับนั้นคือสิ่งที่พวกเขากลัว ผมก็แค่ต้องทำให้มันกลายเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยรู้จัก"
เอลาร่าชะงัก เธอเห็นเงาของเหล่าอัศวินไร้หน้าค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบกายเรย์ พวกมันไม่ได้คุกเข่าดั่งเช่นที่ผ่านมา แต่มันกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการสังหารหมู่ ท่าทีที่เด็ดขาดและเย็นชาของเรย์ในวินาทีนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าเด็กหนุ่มที่เธอเคยพยายามจะปกป้อง ได้หายไปแล้ว เหลือเพียง 'ผู้กุมอำนาจเงา' ที่ไร้ความปราณี
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มฮันเตอร์ชุดดำหน่วยกวาดล้างพิเศษก็ดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งของตรอก แสงเลเซอร์สีฟ้าจากปืนไรเฟิลประทับบ่าเล็งมาที่จุดที่พวกเขายืนอยู่
"เรย์ ฮันเตอร์แรงก์ F! ยกมือขึ้นเหนือหัวและยอมจำนนเสียดีๆ นี่คือคำสั่งจากสภาความมั่นคงระดับสูง!" เสียงประกาศก้องผ่านโทรโข่งดังสะท้อนก้องตรอก
เรย์ไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่หันไปสบตาเอลาร่าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก "ถ้าคุณไม่อยากเป็นศัตรูของผม ก็ถอยออกไปซะ เอลาร่า... นี่คือทางเลือกสุดท้ายของคุณ"
"เรย์ อย่าทำแบบนี้..."
เขาสะบัดมือเบาๆ เงาขนาดมหึมาพุ่งทะยานจากพื้นดิน กลายเป็นโล่สีดำทมิฬที่รับกระสุนเลเซอร์เหล่านั้นไว้จนหมดสิ้น แรงปะทะทำให้กำแพงอิฐพังทลายลงเป็นแถบ เขาเดินหน้าออกไปเผชิญหน้ากับกองกำลังนับร้อยด้วยตัวคนเดียว โดยมีเหล่าทหารเงาคอยคุ้มกันอยู่เบื้องหลัง
ในจังหวะที่หัวหน้าหน่วยกวาดล้างกำลังจะลั่นไกสังหาร เขากลับชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าของเรย์ที่ปรากฏภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าของเด็กหนุ่มเรียบเฉย ทว่าดวงตานั้นกลับสะท้อนภาพนิมิตบางอย่าง—นิมิตของความตายที่กำลังคืบคลานมาสู่ทุกคนที่นี่
ทันใดนั้นเอง เรย์ก็หยุดกึก เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายของปีศาจระดับสูงที่ปะปนมากับกลิ่นดินปืน
"ดูเหมือนว่า... พวกที่ล่าผม ไม่ใช่แค่ฮันเตอร์ของสมาคมนะ" เรย์พึมพำกับตัวเอง
จากกลุ่มฮันเตอร์ที่ล้อมกรอบเขาอยู่ จู่ๆ ร่างของคนเหล่านั้นก็เริ่มบิดเบี้ยว เนื้อหนังหลุดลอกกลายเป็นก้อนเนื้อปีศาจที่น่าสะอิดสะเอียน พวกมันถูกสิงสู่! และในวินาทีที่ความชุลมุนเริ่มขึ้น ร่างหนึ่งที่คุ้นตาที่สุดก็ก้าวออกมาจากเงามืดของกลุ่มศัตรู—มันคือชายที่มีใบหน้าเหมือนกับน้องสาวของเขาไม่มีผิดเพี้ยน ทว่ากลับมีรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก
"พี่ชายคะ... ถ้าอยากรู้ความลับของหนู ก็ลองตามมาสิ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปกับผมนะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงาครับ
จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 33
ต้องหนีให้พ้น
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!