“อย่าทำหน้าอย่างนั้นเลยเรย์... มันก็น่าสมเพชดีไม่ใช่หรือไง?”
เสียงของเอลาร่าเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในโสตประสาทของผม บรรยากาศภายในห้องโถงสมาคมฮันเตอร์ที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลับอื้ออึงไปด้วยเสียงหวีดหวิวของละอองเงาที่หมุนวนรอบร่างของเธอ เส้นผมสีเงินยวงของเธอปลิวไสวไร้ทิศทาง ดวงตาคู่สวยที่ผมเคยไว้ใจที่สุด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มดั่งห้วงเหวแห่งขุมนรก
ผมทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อน ความรู้สึกว่างเปล่าแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง พลังอำนาจที่เคยไหลเวียนอยู่ในฝ่ามือ... กองทัพเงาที่ผมทุ่มเทสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเลือด บัดนี้ถูกสูบหายเข้าไปในร่างของคนตรงหน้าจนหมดสิ้น ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
“ทำไม...” ผมเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เลือดสีสดซึมออกมาจากมุมปาก “พวกเรา... ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมามากแค่ไหน เอลาร่า”
เอลาร่าหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เธอเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าเชยคางผมขึ้น บังคับให้ผมต้องสบตากับความว่างเปล่าที่อยู่ภายในนั้น
“เคียงบ่าเคียงไหล่? คุณคงเข้าใจผิดไปหน่อยนะเรย์” เธอโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเธอห่างจากผมเพียงคืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผมเคยคุ้นเคย บัดนี้กลับเจือไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ “คุณเป็นแค่ ‘ภาชนะ’ ที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดี เพื่อรวบรวมพลังงานเงาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกเข้าด้วยกัน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม... ภาชนะที่เต็มเปี่ยม ก็ย่อมต้องถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นธรรมดา”
มือของเธอที่สัมผัสใบหน้าผมนั้นเย็นเฉียบยิ่งกว่าศพ ทันใดนั้น ร่างเงาสีดำทมิฬที่ผมคุ้นเคย—เหล่าอัศวินเงาที่เคยเป็นข้ารับใช้ซื่อสัตย์ของผม—ก็เริ่มปรากฏกายขึ้นรอบตัวเธอ พวกมันคุกเข่าลงข้างหนึ่งแสดงความเคารพต่อเจ้านายคนใหม่ ราวกับผมไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศไม่ได้อยู่ที่แผลบนร่างกาย แต่มันกรีดลึกเข้าไปถึงวิญญาณ ผมนึกถึงน้องสาวที่รอคอยการปกป้องอยู่ที่บ้าน นึกถึงคำสัญญาที่ผมเคยให้ไว้กับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่ในวินาทีที่ผมไร้ซึ่ง ‘เงา’ ผมก็ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะในสายตาของโลกใบนี้
“คุณไม่ใช่แค่เพื่อน...” ผมพึมพำ ดวงตาจ้องมองเธอด้วยความเคียดแค้นที่เริ่มปะทุ “คุณคือคนที่จักรพรรดิมารคาร์ซัสส่งมาสินะ?”
เอลาร่ายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่กว้างเกินกว่าจะเรียกว่ารอยยิ้มของมนุษย์ “ฉลาดสมกับเป็นคนที่เคยครอบครองพลังนี้จริงๆ แต่ถึงจะรู้ไปตอนนี้ มันก็สายเกินไปแล้วเรย์ พลังงานเงาทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อเปิดประตูมิติแห่งหายนะ... และคุณ จะได้เป็นพยานคนแรกที่เห็นโลกใบนี้ล่มสลายในฐานะ ‘ฮันเตอร์ไร้เงา’ ที่ไม่มีใครจดจำ”
เธอยกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานสีดำพุ่งทะลุเพดานสมาคมฮันเตอร์ขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนเมฆขาวให้กลายเป็นกลุ่มก้อนอัคคีทมิฬ ผู้คนภายนอกเริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นดินแยกตัวออก ราวกับว่ากฎฟิสิกส์กำลังถูกบิดเบือนโดยอำนาจของเธอ
ผมพยายามรวบรวมพลังมานาที่หลงเหลืออยู่ในระดับ F อันต่ำต้อย แต่มันกลับไร้ผล ความโกรธเกรี้ยวทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออก แต่มันกลับเป็นความโกรธที่ผลักดันให้ผมมองเห็น ‘บางอย่าง’ ที่เธอพลาดไป
เงาที่เธอครอบครอง... มันไม่ได้สมบูรณ์แบบ มันยังมีความโหยหา ความหวาดกลัว และความแค้นของกองทัพเงาที่ผมเคยปกครองซ่อนอยู่ภายใน
“คุณคิดว่าคุณควบคุมพวกมันได้ทั้งหมดจริงๆ งั้นหรือ เอลาร่า?” ผมเค้นเสียงหัวเราะออกมาท่ามกลางความสิ้นหวัง
เอลาร่าชะงัก สายตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย “แกพูดเรื่องอะไร?”
“เงาไม่ใช่ทาส... มันคือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่ผมหล่อหลอมด้วยชีวิต และคนอย่างคุณ ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่า ‘พันธสัญญา’ ที่ผมทำไว้กับมันน่ะ คืออะไร”
ผมกัดฟันกรอดจนเลือดไหลนองจากเหงือก มือขวาที่สั่นเทากดลงบนพื้นหินอ่อนที่แตกละเอียด ผมไม่ได้สู้เพื่อชัยชนะในตอนนี้ แต่ผมกำลังสู้เพื่อการเดิมพันครั้งสุดท้าย ในวินาทีที่ผมสูญเสียทุกอย่าง เงาที่แท้จริงจะเผยโฉมออกมา
ทันใดนั้นเอง พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของเอลาร่าก็เริ่มบิดเบี้ยวไม่ใช่เพราะพลังของเธอ แต่เพราะ ‘เงาของผม’ ที่เธอดูเหมือนจะลืมไปว่า มันไม่ได้อยู่แค่ในกองทัพ มันอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอเสมอมา
เงาสีดำมืดมิดดั่งน้ำมันดิบพุ่งเข้าพันธนาการข้อเท้าของเธอไว้แน่น มันไม่ใช่เงาที่เชื่องเชื่อ แต่มันคือเงาที่โกรธแค้นจากการถูกทรยศ เอลาร่าเบิกตากว้าง ความมั่นใจมลายหายไปในพริบตา เธอพยายามสะบัดมันออก แต่ยิ่งดิ้นรน เงาก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูยักษ์
“เป็นไปไม่ได้! ฉันดูดกลืนพวกมันไปหมดแล้ว!” เธอแผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก
ผมยืนขึ้นช้าๆ แม้จะไร้ซึ่งพลังอันยิ่งใหญ่ แต่ดวงตาของผมกลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ผมก้าวเดินเข้าไปหาเธอผ่านท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่กำลังสับสน
“คุณลืมไปอย่างหนึ่งเอลาร่า... เงาไม่มีวันหายไปไหน ตราบใดที่ยังมีแสงสว่างส่องกระทบ และในห้องนี้...” ผมชี้มือไปยังเงาที่พาดผ่านผนังของเธอเอง “...แม้แต่ร่างของคุณ ก็ยังสร้างเงาที่พร้อมจะกลืนกินคุณได้ตลอดเวลา”
เอลาร่าถอยหลังไปชนกับแท่นหิน ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทันใดนั้น ประตูทางเข้าห้องโถงก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะทมิฬที่ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อนก้าวเข้ามา ท่ามกลางหมอกควันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน เขาเดินตรงมาที่ผม ก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“นายท่าน... ภารกิจกำจัดหนอนบ่อนไส้เสร็จสิ้นแล้ว ตามคำสั่งลับที่ท่านฝากไว้ในเงาของข้าก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้”
ผมมองไปที่เอลาร่าที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันไปหาชายปริศนาคนนั้น นี่คือแผนการที่ผมวางไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มระแคะระคายว่าเธอเปลี่ยนไป และกรงขังแห่งความตายนี้ ก็ได้เวลาปิดฉากลงแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเรย์มาจนถึงตอนนี้ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบทสรุปที่กำลังจะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลนะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 31
การทรยศของเพื่อน
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิกองทัพเงา: พลิกชะตาฮันเตอร์แรงก์ F สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!