เกิดใหม่ยุค 70 พร้อมมิติลับ ทำสวน ปรุงอาหาร ฟาดญาติเปรี้ยง!•ตอนที่ 2

เปิดประตูมิติลับสวรรค์เกษตร

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“กล้าดีอย่างไร... มาหาเรื่องภรรยาของผมถึงที่นี่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดท่ามกลางความเงียบงัน ไอสังหารจางๆ ที่หล่อหลอมมาจากสนามรบจริงแผ่ซ่านออกมารอบกายของลู่จวินเหิง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนขนาบข้างซูหรันอย่างมั่นคง ไหล่กว้างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่พร้อมปกป้องคนด้านหลัง ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่ยังคงอุ่นร้อนของภรรยาไว้เบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ป้าสะใภ้จางและลูกชายจอมตะกละที่หน้าซีดเผือดจนแทบลมจับ ถอยร่นไปโดยอัตโนมัติ ป้าสะใภ้จางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ดวงตาที่เคยเป็นประกายด้วยความโลภยามจ้องมองข้าวของในบ้าน บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่คาดคิดว่าทหารหนอนหนังสือผู้เงียบขรึมคนนี้จะกลับมาจากค่ายเร็วกว่ากำหนด แถมยังแผ่รังสีน่ากลัวชนิดที่ทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง “คะ... คุณลู่! คือฉัน... พวกเราแค่มาเยี่ยมเยียนตามประสาญาติ—” “เยี่ยมเยียนด้วยการพังประตูเข้ามา และพยายามหยิบฉวยข้าวของของภรรยาผมอย่างนั้นหรือครับ?” ลู่จวินเหิงสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองถุงแป้งและกระปุกหมูตุ๋นบนโต๊ะด้วยแววตาเย็นเยียบ “ถ้าพวกท่านยังไม่รีบไสหัวออกไปจากบ้านของผมภายในสามวินาทีนี้ อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจฐานะญาติผู้ใหญ่ก็แล้วกัน” สิ้นเสียงนั้น ป้าสะใภ้จางก็ลากลูกชายตัวดีวิ่งหนีออกไปจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงโวยวายโอดครวญไว้เบื้องหลังท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่แอบมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสะใจ ซูหรันมองแผ่นหลังของสามีหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คลื่นความอบอุ่นสายหนึ่งตีตื้นขึ้นมาจุกอก นางไม่ได้อ่อนแอจนต้องให้ใครมาปกป้องตลอดเวลา แต่การมีสามีที่ยืนหยัดเคียงข้างและปกป้องนางอย่างไม่มีเงื่อนไขในยุคสมัยที่ผู้หญิงมักถูกกดขี่เช่นนี้ ช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษเหลือเกิน “มองหน้าผมแบบนี้... ผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ ภรรยา?” ลู่จวินเหิงหันกลับมาสบตา ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับอาวุธไล้เบาๆ ที่แก้มเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาพราวระยับที่เจือความอ่อนโยนเอาไว้จนล้นปรี่ “เปล่าหรอกค่ะ... เอ๊ย! เปล่าครับ” ซูหรันเกือบหลุดสำนวนคุ้นเคย นางรีบแก้คำพูดอย่างรวดเร็วพลንอมยิ้มบางๆ “แค่คิดว่าสามีของฉัน... เอ่อ... ของผมนี่พึ่งพาได้ดีจริงๆ” ลู่จวินเหิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยขอตัวไปเคลียร์เอกสารราชการที่กองร้อยต่อ เนื่องจากมีภารกิจด่วนที่ต้องสะสาง ทว่าก่อนไป เขายังไม่วายกำชับให้นางพักผ่อนให้มากๆ และห้ามฝืนทำ งานหนักเด็ดขาด เมื่อร่างสูงลับสายตาไป ซูหรันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความโล่งอก ทว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามมิติและการปะทะฝีปากเมื่อครู่กลับทำให้ศีรษะของนางวิงเวียนเล็กน้อย นางหลับตาลงตั้งสมาธิเพื่อปรับลมหายใจ ในวินาทีที่เปลือกตาน้ำสนิท ความมืดมิดเบื้องหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างวาบสีทองเรืองรอง ซูหรันลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตนเองไม่ได้ยืนอยู่ในห้องพักคับแคบยุค 70 อีกต่อไปแล้ว แต่กลับยืนอยู่กลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์เกินกว่าจะจินตนาการได้ อากาศบริสุทธิ์ที่เจือกลิ่นหอมของดินและดอกไม้ป่าพุ่งเข้าปะทะจมูกทันที พื้นดินสีดำสนิทร่วนซุยแผ่ขยายออกไปสุดสายตา แบ่งเป็นแปลงเกษตรเป็นระเบียบเรียบร้อย แปลงหนึ่งเต็มไปด้วยผักกาดเขียวอวบออ น้ำค้างบนใบไม้ยังคงส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงาม อีกแปลงหนึ่งคือมะเขือเทศสีแดงสดที่ลูกโตเท่ากำปั้นและส่งกลิ่นหอมหวานชวนน้ำลายสอ “นี่มัน... พื้นที่มิติลับในตำนานอย่างนั้นหรือ?” ซูหรันพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตะลึง นางก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า สัมผัสความนุ่มของดินด้วยปลายนิ้ว ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ที่นางสะสมมาตลอดชีวิตพลلั่งพลูเข้ามาในหัวทันที ดินที่นี่ไม่ใช่ดินธรรมดา แต่มันคือดินวิเศษที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์สูงสุด พืชผลในนี้คงเติบโตเร็วกว่าโลกภายนอกนับสิบเท่า และรสชาติจะต้องอร่อยล้ำเลิศจนหาที่เปรียบไม่ได้อย่างแน่นอน นางเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็พบกับกระท่อมไม้ขนาดกะทัดรัดสไตล์โมเดิร์นผสมวินเทจตั้งอยู่ เมื่อผลักประตูกเข้าไป ดวงตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ภายในกระท่อมเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทำครัวสแตนเลสสตีลระดับไฮ엔ด์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ตู้เย็นอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ และที่สำคัญที่สุดคือ ชั้นวางเครื่องเทศนานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งพริกไทยดำเกรดพรีเมียม น้ำมันงาหอมกรุ่น และซอสปรุงรสสูตรลับที่หาไม่ได้ในยุค 70 นี้อย่างแน่นอน “สวรรค์ชัดๆ... นี่มันคือความฝันของเชฟและนักเกษตรชัดเจนที่สุด!” ซูหรันแย้มยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น มือเรียวหยิบมีดทำครัวสแตนเลสขึ้นมาลองทดสอบน้ำหนัก มันคมกริบและเหมาะมืออย่างยิ่ง นางตัดสินใจลงมือทำอาหารทันทีเพื่อฉลองการค้นพบมิติลับนี้ แปลงผักด้านนอกถูกเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว ผักกาดเขียวกรอบกริบ มะเขือเทศฉ่ำน้ำ และหมูสามชั้นคุณภาพดีจากช่องแช่เย็นในมิติ ถูกนำมาปรุงเป็นเมนูเด็ดอย่าง “ผัดผักกาดเขียวหมูสามชั้นน้ำแดง” กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มเริ่มกระจายตัวอบอวลไปทั่วทั้งพื้นที่มิติลับ ความหอมนี้รุนแรงและเย้ายวนเสียจนแม้แต่คนอิ่มท้องก็ยังต้องกลืนน้ำลาย ซูหรันตักอาหารใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา นางสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ ด้วยความพึงพอใจ ทว่า... ในขณะที่นางกำลังจะหยิบตะเกียบขึ้นมาลิ้มรสความอร่อยเป็นคำแรกนั้นเอง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากโลกภายนอกดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับลงมาบนหน้าต่างห้องพักในยุค 70 ซูหรันชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจกระตุกวูบ ในเวลานี้... ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูบ้านนางอีก? หรือว่าป้าสะใภ้จางจะพาคนกลับมาแก้แค้น? แต่เมื่อเงี่ยหูฟังเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกชื่อนางจากด้านนอก ซูหรันก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เพราะน้ำเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของญาติจอมโลภ... แต่เป็นเสียงของสามีของนางที่ควรจะอยู่ที่กองร้อยไม่ใช่หรือ? “ซูหรัน... คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า? ทำไมข้างในบ้านถึงมี... กลิ่นหอมประหลาดแบบนี้?” ลมทะเลพัดรัก ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ยุค 70 พร้อมมิติลับ ทำสวน ปรุงอาหาร ฟาดญาติเปรี้ยง! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%