เกิดใหม่ยุค 70 พร้อมมิติลับ ทำสวน ปรุงอาหาร ฟาดญาติเปรี้ยง!•ตอนที่ 3

มื้อแรกในบ้านหลังใหม่กับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
ประโยคคำถามเจือความสงสัยระคนเคลือบแคลงของลู่จวินหงดังขึ้น พร้อมกับเสียงเคาะประตูไม้เก่าครูดกับพื้นดิน เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังของนายทหารผ่านศึก แต่สิ่งที่ดึงดูดสติของเซี่ยซูหรันในเสี้ยววินาทีนี้ไม่ใช่ความตกใจ หากเป็นควันสีขาวที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากกระทะเหล็กหล่อบนเตาไฟต่างหาก "แย่แล้ว... ไฟแรงเกินไปหน่อย!" ซูหรันสบพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือเรียวรีบคว้าตะหลิวไม้อย่างคล่องแคล่ว พลิกผัดเนื้อหมูสามชั้นในมิติลับที่ถูกแล่เป็นชิ้นพอดีคำจนหนังหมูสีทองกรอบส่งเสียงฉู่ฉ่า น้ำมันหมูใสสะอาดเคลือบผิวเนื้อจนเงางาม ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ นี่ไม่ใช่หมูสามชั้นธรรมดาตามตลาดสดทั่วไปในยุคเจ็ดสิบ แต่เป็นเนื้อหมูสายพันธุ์พรีเมียมที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวและแปรรูปมาจาก "มิติลับสถานีเกษตรอัจฉริยะ" ของเธอเอง ทั้งขิงแก่สดๆ พริกแห้งคั่วหอมกรุ่น และเครื่องเทศลับที่หาไม่ได้ในยุคนี้ถูกโยกลงไปคลุกเคล้าจนเข้าเนื้อ "ซูหรัน?" เสียงทุ้มกังวานของลู่จวินหงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มือหนาผลักประตูไม้ที่ไม่ได้ลงกลอนให้เปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกของอากาศยามเช้าตรู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความร้อนและกลิ่นหอมอูมามิรุนแรงที่พุ่งปะทะจมูกทันทีจนชายหนุ่มถึงกับชะงักฝีเท้า ลู่จวินหง นายทหารหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิและคุ้นชินกับเสบียงสนามแห้งกรังและอาหารรสจืดชืดในค่ายทหาร ถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย หญิงสาวภรรยาในนามผู้ซึ่งปกติมักจะก้มหน้าก้มตาด้วยความหวาดกลัวและซูบผอม บัดนี้กำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ใบหน้ารูปไข่มีเลือดฝาดผุดขึ้นเพราะความร้อนจากเปลวเพลิง ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับการทดลองลับ เส้นผมที่เคยหลุดลุ่ยถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและช่วงไหล่ที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาเพียงแค่ข้ามคืน "คุณ... ตื่นเช้าจังนะครับ" ซูหรันเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนขวางประตูอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากก่อนที่เธอจะหันไปสนใจกระทะตรงหน้าต่อ "ตื่นมาก็ดีแล้วครับ ล้างหน้าแปรงฟันเสียหน่อย มื้อเช้าวันนี้... รับรองว่าคุณไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนแน่ๆ" ลู่จวินหงขยับตัวก้าวเข้ามาในครัว สัญชาตญาณเตือนให้เขาระแวดระวังสิ่งผิดปกติ แต่กลิ่นหอมเย้ายวนที่กำลังกระตุ้นต่อมน้ำลายอย่างรุนแรงกลับทำลายความระแวงนั้นลงจนหมดสิ้น สายตาของเขาเลื่อนไปมองหม้อดินเผาใบเล็กที่เดือดปุดๆ ข้างเตา ซุปกระดูกหมูตุ๋นเห็ดหอมส่งไอร้อนกรุ่น สีน้ำซุปข้นคลั่กเป็นสีนมสดจากการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ แสดงถึงความประณีตบรรจง "คุณ... เอาวัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน?" ลู่จวินหงเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ สายตาคมกริบกวาดมองรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านอย่างไร้เหตุผล แตกต่างจากสภาพบ้านร้างฝุ่นเขรอะเมื่อวานนี้ราวฟ้ากับเหว กระสอบแป้งขาวสะอาดถุงใหญ่ วัตถุดิบสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้น และเนื้อสัตว์ที่ดูชุ่มฉ่ำเกินกว่าจะหาได้จากสหกรณ์หมู่บ้านในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ซูหรันชะงักมือที่กำลังโรยต้นหอมซอยลงบนชามข้าวต้มเครื่องทรงเดือดปุด เธอนิ่งไปเสี้ยววินาที สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลสำหรับคนในยุคนี้ "ก็... ฉันแอบเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่แม่ให้มาตอนแต่งงาน ไปฝากซื้อกับพ่อค้าเร่ที่ผ่านมาแถวหลังหมู่บ้านเมื่อคืนน่ะครับ" ซูหรันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่บางไหวเล็กน้อยอย่างแนบเนียน "โชคดีที่เจอคนใจดี เขาขายให้ถูกกว่าปกติ ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์คุณเสียหน่อย ไม่นึกว่ากลิ่นมันจะรบกวนคุณเข้า" ลู่จวินหงหรี่ตาลงเล็กน้อย มองภรรยาที่พูดจาฉะฉานและไม่มีท่าทีลุกลี้ลุกลนแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เขาเป็นทหารผ่านศึก ย่อมรู้ดีว่าคำโกหกตื้นเขินระดับไหนที่เรียกว่า "การปกปิดความลับ" แต่เมื่อพิจารณาจากแววตาที่มั่นคงและประกายความฉลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น เขาก็เลือกที่จะไม่คาดคั้น "พ่อค้าเร่กลางดึกงั้นหรือครับ... ช่างเป็นพ่อค้าที่ขยันขันแข็งเสียจริง" ลู่จวินหงกล่าวกลั้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่อ่างล้างหน้ามุมห้องเพื่อจัดการธุระส่วนตัวโดยไม่ซักไซ้ต่อ "ถ้าอร่อยสมคำคุย ผมจะถือว่าพ่อค้าคนนั้นเป็นมิตรที่ดีของครอบครัวเราก็แล้วกัน" ซูหรันลอบถอนหายใจโล่งอกอย่างเงียบๆ นางค้อนขวิดใส่แผ่นหลังกว้างของสามีหนุ่มในใจหนึ่งที *ตาบ้านี่... สายตาราวกับเหยี่ยวหิวเหยื่อแบบนั้นมันคืออะไรกัน น่ากลัวเป็นบ้า!* แม้จะคิดเช่นนั้น แต่มือของนางก็ยังคงงละเมียดละไมกับการจัดอาหารลงจาน เมนูแรกคือ "หมูสามชั้นผัดพริกเกลือสูตรมิติลับ" หนังกรอบนอกนุ่มในเคลือบด้วยซอสรสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนเล็กน้อย เมนูที่สองคือ "ไข่เจียวฟูหนานุ่มใส่ต้นหอมและกุ้งฝอยแห้ง" ที่ทอดในน้ำมันร้อนจัดจนกรอบฟูส่งกลิ่นหอมฟุ้ง และตบท้ายด้วย "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและเห็ดหอม" ที่ซดแล้วคล่องคอชุ่มชื่นหัวใจ ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที โต๊ะไม้เก่าๆ กลางห้องโถงก็ถูกเติมเต็มด้วยอาหารสามอย่างที่หน้าตาและกลิ่นหอมเย้ายวนใจเกินกว่าฐานะของครอบครัวชาวนาหรือทหารชั้นผู้น้อยจะหามาบริโภคได้ในยุคนี้ ลู่จวินหงที่เดินกลับมาด้วยความสดชื่นจากการล้างหน้า ถึงกับหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าโต๊ะอาหาร ดวงตาคมกริบมองจานอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าของภรรยา ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดไหล 0ซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาจากการใช้ชีวิตในค่ายทหารมาแรมปี นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่มีคนเตรียมอาหารร้อนๆ หน้าตาน่ารับประทานเช่นนี้รอต้อนรับเขายามเช้า "ทานตอนร้อนๆ เถอะครับ" ซูหรันตักข้าวสวยเม็ดเรียงสวยขึ้นควันฉุยใส่ชามยื่นให้ชายหนุ่ม รอยยิ้มสดใสของนางทำให้ห้องโถงแคบๆ ดูสว่างไสวขึ้นมาถนัดตา "ดูสิว่าฝีมือ 'พ่อค้าเร่' คนนั้น จะถูกปากนายทหารผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณหรือเปล่า" ลู่จวินหงรับชามข้าวมาถือไว้ เขามองหน้าภรรยาแวบหนึ่งก่อนจะใช้ตะเกียบหนีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปาก ความกรอบของหนังและความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อหมูที่ระเบิดรสชาติกลมกล่อม หวาน เค็ม เผ็ดปลายๆ อย่างลงตัว ละลายในปากทันทีโดยไม่ต้องเคี่ยวให้เมื่อย กลิ่นหอมของเครื่องเทศพุ่งขึ้นจมูกจนเขาต้องหลับตาลงเสพรับรสสัมผัสอันยอดเยี่ยมนั้น "เป็นอย่างไรบ้างครับ?" ซูหรันเอียงคอถามด้วยความคาดหวังเล็กๆ แม้ปากจะมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่ก็อดลุ้นไม่ได้ "อร่อย..." ลู่จวินหงลืมตาขึ้นมองนาง แววตาอบอุ่นลึกล้ำจนซูหรันต้องหลบสายตา "อร่อยจนผมคิดว่า... ถ้าคนในกองทัพได้กินแบบนี้ คงไม่มีใครอยากหนีทหารกลับบ้านแน่นอน" ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะอาหาร บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ซูหรันเพลิดเพลินกับการคีบอาหารเข้าปาก ส่วนลู่จวินหงก็คอยตักชิ้นเนื้อที่ดีที่สุดใส่ชามให้ภรรยาอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันมานานหลายปี ทว่า... ความสงบสุขย่อมอยู่ได้ไม่นานในหมู่บ้านชนบทที่เต็มไปด้วยสายสืบชาวบ้านและญาติจอมจุ้นจ้าน *ปึง! ปึง! ปึง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูของป้าสะใภ้จางที่ตะโกนแผดเสียงเข้ามาจากนอกรั้วบ้านด้วยความโกรธเกรี้ยว "เซี่ยซูหรัน! นังตัวดี! แกทำบ้าอะไรในบ้าน นี่ยังไม่สว่างดี แกกล้าดียังไงถึงเอาเนื้อสัตว์ชั้นดีมาทำกินกันเองตามลำพัง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะพังประตูเข้าไปลากหัวแกมาเคลียร์เรื่องนี้ให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้แหละ!" เสียงโวยวายนั้นดังลั่นไปทั่วบริเวณบ้านพักข้าราชการทหารยามเช้าตรู่ เรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นจากเพื่อนบ้านหลายหลังที่เริ่มแง้มหน้าต่างออกมาดูเหตุการณ์ ซูหรันชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที นางวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับลู่จวินหงที่ยังคงนั่งนิ่งสงบ ใบหน้าของนายทหารหนุ่มมืดมนลงถนัดตา รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น "ดูท่า... มื้อเช้าของเราจะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' มาขอส่วนแบ่งเสียแล้วล่ะครับคุณสามี" ซูหรันกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แต่แววตากลับคมกริบราวนิดใบมีดโกน ลู่จวินหงวางตะเกียบลงช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อกล้ามทหารเต็มไปด้วยมัดกล้ามและพลังกดดันอันน่าเกรงขาม เขากวาดสายตามองไปที่ประตูบ้านก่อนจะก้มลงมองภรรยาคนเก่งที่กำลังลุกขึ้นยืนปัดเศษอาหารออกจากเสื้อผ้าด้วยท่าทางไม่สะทกสะทะ "นั่งกินข้าวต่อให้เสร็จเเถอะครับ" ลู่จวินหงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับฉายแววอำมหิตเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้ความสุขุม "เรื่องหมาเห่าเรื้อรังหน้าบ้าน... เดี๋ยวสามีคนนี้จัดการตบปากสั่งสอนให้เองว่าควรเห่าเสียงดังแค่ไหนในอาณาเขตของผม" พูดจบ ลู่จวินหงก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินตรงไปยังประตูปราการหน้าบ้าน ท่ามกลางเสียงโวยวายที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของป้าสะใภ้จางที่กำลังพยายามพังประตูไม้เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง! --- ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่ากลิ่นหอมของอาหารและลีลาการฟาดฟันญาติจอมโลภจะทำให้ทุกท่านอิ่มเอมใจและพร้อมลุยไปกับความสะใจในตอนต่อไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ยุค 70 พร้อมมิติลับ ทำสวน ปรุงอาหาร ฟาดญาติเปรี้ยง! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%