เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกิลด์ “ซีโร่ เมทริกซ์” มันไม่ใช่เสียงของการซ้อมดาบ แต่เป็นเสียงของเกราะป้องกันระดับ S ที่แตกละเอียดจนไร้ค่า เช่นเดียวกับความหวังในแววตาของเหล่าสมาชิกที่เคยฮึกเหิม
กองเลือดสีเขียวเข้มและเศษซากเครื่องจักรเวทมนตร์ยังคงส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง บรรยากาศภายในฐานทัพหลักเวลานี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีเสียงหัวoเราะ ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า—สมาชิกแนวหน้าสามสิบคน ไม่ได้กลับมาจากดันเจี้ยนระดับหายนะ "รอยแยกอเวจี"
เรน (Rain) ยืนนิ่งอยู่หน้าแผนที่โฮโลแกรมสามมิติที่ฉายภาพพื้นที่เสียหาย ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบสีนิลมองทอดไปยังจุดสีแดงที่ดับลงทีละดวงบนจอภาพ ความเงียบขุมลึกของเขาน่าเกรงขามเสียยิ่งกว่าพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
"กิลด์เรา... จบแค่นี้จริงๆ หรือครับ หัวหน้า"
เสียงสั่นเครือของเควิน (Kevin) แทงทะลุความเงียบขึ้นมา ชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้เคยแบกโล่ป้องกันแนวหน้าให้กิลด์มานับครั้งไม่ถ้วน ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผ้าพันแผลชุ่มเลือดที่พันรอบแขนซ้ายคือเครื่องเตือนใจถึงความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ของกิลด์
เรนยังคงไม่หันกลับไปมอง เขายกแก้วกาแฟอุ่นขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่าบนปลายลิ้นสะท้อนถึงสถานการณ์ในเวลานี้ได้อย่างแม่นยำ
"ความพ่ายแพ้ไม่ได้แปลว่าจุดจบครับ เควิน" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานและทรงพลังพอที่จะดึงสติทุกคู่ในห้องให้หันมามอง "แต่มันคือตัวกรองชั้นดี ที่ช่วยคัดแยกคนที่จะเดินเคียงข้างผมไปจนถึงจุดสูงสุด ออกจากคนที่พร้อมจะถอดใจตั้งแต่เจออุปสรรคครั้งแรก"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวดาบน้ำพี้ เอลาร่า (Elara) ซึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานขยับแว่นสายตาเล็กน้อย เอกสารวิเคราะห์ในมือของเธอสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความเครียด เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตเพียงใด อัตราการลาออกของสมาชิกพุ่งสูงขึ้นถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ข่าวลือเรื่องการล่มสลายของกิลด์ไร้พ่ายแพร่สะพัดไปทั่วตลาดมืดฮันเตอร์แล้ว
"หัวหน้าครับ... ทางกลุ่มทุนสนับสนุนหลักเริ่มติดต่อเข้ามาเพื่อขอถอนทุนแล้วครับ" เอลาร่ารายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "พวกเขากลัวว่าหากเราเสียความน่าเชื่อถือไป หุ้นของกิลด์จะดิ่งลงจนไม่เหลือมูลค่า และ... สมาชิกกิลด์ระดับท็อปอีกห้าคนเพิ่งส่งจดหมายยกเลิกสัญญาเข้ามาเมื่อห้านาทีที่แล้ว"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เรน ราวกับรอคอยคำพิพากษาว่าผู้นำของพวกเขาจะเลือกทางเดินใด จะยุบกิลด์เพื่อรักษาผลประโยชน์ หรือจะดึงดันสู้ต่อจนวินาทีสุดท้าย
เรนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของทุกคน
เขาก้าวช้าๆ ไปหยุดยืนตรงหน้าเควินที่ยังคงก้มหน้า ร่างสูงก้มลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวยื่นไปแตะที่บ่ากว้างของอดีตแนวหน้าผู้ท้อแท้
"นายจำวันที่นายเดินเข้ามาสมัครเข้ากิลด์เราได้ไหม เควิน" เรนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง "นายบอกว่านายอยากล้างแค้นให้ครอบครัว นายบอกว่านายยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครเหยียบย่ำได้... แล้ววันนี้ แค่การสูญเสียในดันเจี้ยนเดียว มันทำให้ความแค้นและความฝันของนายหายไปหมดแล้วหรือครับ"
เควินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาที่แดงก่ำสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่ว่างเปล่าไร้ก้นบึ้งของเรน ที่นั่นไม่มีความกลัว ไม่มีร่องรอยของความสิ้นหวัง มีเพียงความเยือกเย็นและการคำนวณที่เฉียบคมราวกับเครื่องจักร
"แต่เราสู้มันไม่ได้หรอกครับหัวหน้า บอสตัวนั้น... มันอยู่นอกเหนือขอบเขตที่ระบบประเมินไว้! มันคือสัตว์ประหลาดระดับภัยพิบัติ!" เควินโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น
"ถูกต้องครับ มันคือก้าวที่เกินคาดเดา" เรนยืดตัวตรง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เอลาร่ารู้ดีว่ามันอันตรายที่สุด "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมี 'ระบบ' นี่ยังไงล่ะครับ... ระบบที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายล้างความไม่แน่นอนทั้งหมด"
เรนหันกลับไปหาเอลาร่า "ติดต่อสื่อทุกสำนักในเครือข่ายของเราทันที ประกาศออกไปว่า การสูญเสียครั้งนี้คือ 'แผนการทดสอบระบบป้องกันภัยระดับสูง' ของกิลด์ และในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เราจะเปิดดันเจี้ยนรอยแยกอเวจีอีกครั้ง โดยมีผม—เรน นำทัพด้วยตัวเอง"
เอลาร่าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ "หัวหน้าจะลงดันเจี้ยนด้วยตัวเองหรือคะ... นั่นมันเสี่ยงเกินไปสำหรับตำแหน่งผู้นำสูงสุดนะคะ!"
"ไม่ใช่ความเสี่ยงครับเอลาร่า แต่มันคือการลงทุน" เรนหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่เด็ดขาด "เมื่อคนอื่นกลัว นั่นคือโอกาสที่เราจะซื้อหุ้นทั้งหมดในราคาที่ถูกที่สุด จงจำไว้ว่า ในเกมกระดานนี้ ใครที่กล้าเดิมพันในวินาทีที่กระดานพลิกคว่ำ คนนั้นคือผู้ชนะที่แท้จริง"
คำสั่งที่เฉียบขาดทำให้ความลังเลในใจของเอลาร่ามลายหายไปในพริบตา เธอก้มศีรษะรับคำสั่งทันทีด้วยความจงรักภักดีสูงสุด "รับทราบค่ะ ดิฉันจะจัดการเดี๋ยวนี้"
เรนกวาดสายตามองสมาชิกที่เหลืออยู่ในห้อง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมครั้งใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากประกบความมั่นใจในตัวผู้นำ แววตาของเควินเปลี่ยนไป เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะยังมีร่องรอยความบาดเจ็บ แต่ความมุ่งมั่นกลับคืนสู่ดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง
"ผมจะไปเตรียมตัวครับหัวหน้า" เควินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เรนพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เขากำลังจะหันกลับไปทบทวนข้อมูลในโฮโลแกรมต่อ ทว่าจู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร กลิ่นอายพลังงานปริศนาที่ทรงพลังมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาจนกระจกหน้าต่างห้องทำงานสั่นสะเทือน
หน้าจอโฮโลแกรมหลักกระพริบถี่รัว ก่อนที่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอกกิลด์จะปรากฏขึ้น
ร่างของชายปริศนาในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา กำลังก้าวผ่านประตูหน้ากิลด์เข้ามาอย่างไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง ร่างกายของเขาลอยเหนือพื้นดินเล็กน้อย และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ยามรักษาความปลอดภัยระดับ A ของกิลด์สิบคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไม่มีแม้แต่รอยแผล
ชายปริศนากลุ่มนั้นหยุดเดิน เงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่กล้องวงจรปิดราวกับรู้ว่าเรนกำลังมองอยู่ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดที่ส่งตรงเข้ามาในระบบสื่อสารภายในของเรนโดยตรง
*“สวัสดีครับ คุณเรน... ผมเดินทางมาจาก 'สภาเบื้องบน' และผมนำประกาศิตยุบกิลด์มาให้คุณเซ็นด้วยตัวเองครับ”*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและยืนหยัดเคียงข้างกิลด์ซีโร่ เมทริกซ์มาจนถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 41
วิกฤตการณ์จุดวิกฤต
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!