คมดาบสีนิลกาฬปักลึกลงบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กจนเกิดรอยร้าวลามเป็นทางยาว บรรยากาศภายในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินของฐานบัญชาการกิลด์ซีโร่ เมทริกซ์เวลานี้ เต็มไปด้วยไอความร้อนระอุที่บิดเบือนอากาศจนสั่นไหว เรนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กำลังส่งเสียงเตือนความปลอดภัยระดับวิกฤต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นจ้องมองตัวอักษรสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนอากาศ
*“คำเตือน: ขีดจำกัดทางจิตวิญญาณต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 14%”*
*“คำเตือน: ตรวจพบการแทรก 99.8% ของ ‘รหัสพันธุกรรมลึกลับ’ จากการเชื่อมต่อทางสายเลือด”*
ประโยคสุดท้ายจากปากของผู้ชายคนนั้น—คนที่อ้างว่าเป็นพี่ชายร่วมสายเลือด—ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำทักทายของญาติสนิทที่ไม่ได้พบกันนาน แต่เป็นคำประกาศสงครามจิตวิทยาที่จงใจหยิบเอา "บาดแผล" ลึกที่สุดในอดีตของเรนขึ้นมาขยี้ซ้ำจนแหลกละเอียด
"หัวหน้าคะ... ไม่สิ หัวหน้าครับ ระบบตรวจสอบพบความผิดปกติของคลื่นสมอง ค่าความเสถียรดิ่งลงจนน่าตกใจแล้วนะครับ!"
เสียงของเอลาร่าดังแทรกความเงียบงันเข้ามา เธอไม่ได้สติหลุดเหมือนเช่นเคย แต่แว่นตากรอบเงินที่สวมอยู่สะท้อนแสงไฟสีแดงฉานจนซ่อนประกายความกังวลไว้ไม่มิด นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อพยายามพยุงระบบป้องกันไม่ให้ล่มสลาย
เรนไม่ตอบ เขายกมือขึ้นปัดหน้าจอตรงหน้าเบาๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากต้นคอ ลามไปถึงขมับทั้งสองข้าง ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงทะลุสมองส่วนความทรงจำ ภาพเหตุการณ์ในอดีตสมัยที่เขายังอยู่ในกิลด์เก่าผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยของพวกพ้องที่เขาเคยเชื่อใจ คำพูดที่ตราหน้าว่าเขาเป็นแค่ "เครื่องมือชั้นดี" และภาพของความไร้พลังในวันที่ถูกหักหลัง
ความมืดมนในใจที่เขาพยายามกดทับมันไว้ด้วยเหตุผลและแผนการอันแยบยลมาโดยตลอด กำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นด้วยรหัสพันธุกรรมที่ถูกปลุกเร้าจากภายนอก
"ปล่อยมันไป, เอลาร่า" เสียงของเรนราบเรียบ เยือกเย็น จนเกือบจะไร้อารมณ์ แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับของเขา
"แต่ถ้าปล่อยให้กระบวนการซิงโครไนซ์ดำเนินต่อไปถึง 100% ตัวตนของหัวหน้าอาจจะ... ถูกระบบกลืนกินนะครับ!" เอลาร่าหันมามองด้วยสายตาที่เจือความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอทำงานร่วมกับเรนมานาน ย่อมรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้คือมันสมองและเสาหลักที่ค้ำจุนกิลด์ไร้พ่ายแห่งนี้ไว้ หากเรนพังทลายลง กิลด์ซีโร่ เมทริกซ์ที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อก็จะสลายกลายเป็นอากาศธาตุในชั่วพริบตา
"ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของการคำนวณ" เรนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่า ในเกมกระดานนี้ ถ้าเราไม่ยอมเดินหมากตาที่เสี่ยงที่สุด เราก็ไม่มีวันจนมุมคู่ต่อสู้ได้หรอก"
"แต่นี่ไม่ใช่เกมกระدาน แต่มันคือชีวิตของหัวหน้าเองนะค— นะครับ!" เอลาร่าเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชินเก่า ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นสายตาที่นิ่งงันของเรนที่ส่งกลับมา
เรนไม่ได้สนใจความผิดพลาดเล็กน้อยนั้น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่เหลืออยู่น้อยนิดให้กลับมาควบคุมร่างกาย แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
*พรวด!*
เลือดสดๆ สายหนึ่งไหลยศออกจากจมูกของเรน หยดลงบนพื้นคอนกรีตจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ ทว่าในโสตประสาทของเรน กลับได้ยินเสียงนั้นดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าผ่า ระบบภายในร่างของเขาประกาศเตือนด้วยเสียงสังเคราะห์ที่แหลมสูงจนน่าปวดหัว
*“กำลังปลดล็อกทักษะลับขั้นสูงสุด: ‘เนตรสมบูรณ์แบบแห่งโอเวอร์ลอร์ด’ (Overlord's Absolute Eye)”*
*“เงื่อนไขการใช้: สูญเสียสติสัมปชัญญะ 70% ชั่วคราว แลกกับการมองเห็นอนาคตล่วงหน้า 3 วินาที และการควบคุมมานา 100% ไร้ขีดจำกัด”*
สิ้นเสียงแจ้งเตือน โลกทั้งใบในสายตาของเรนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทุกสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวช้าลง ราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุด เสียงลมหายใจของเอลาร่า เสียงการทำงานของเครื่องจักร หรือแม้แต่ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ทุกอย่างถูกคำนวณและแสดงผลออกมาเป็นตัวเลขและเส้นทางเวกเตอร์นับล้านเส้นในหัวของเขา
ทว่า... ราคาที่ต้องจ่ายนั้นแสนสาหัส
สติส่วนที่เป็น "มนุษย์" ของเรนกำลังเลือนรางลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความผูกพัน และเป้าหมายในการสร้างกิลด์เพื่อยืนหยัดบนจุดสูงสุด เริ่มถูกแทนที่ด้วยความกระหายในการทำลายล้างและความเย่อหยิ่งอันไร้ขีดจำกัด พลังมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้รหัสพันธุกรรมสายเลือดเดียวกันกำลังปะทุออกมาจากร่างของเขาจนเกิดเป็นคลื่นพลังงานสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลุเพดานห้องนิรภัยขึ้นไป
"หัวหน้า...!" เอลาร่ากรีดร้องด้วยความตกใจ เธอกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวจากแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ผิวหนังของเธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มกรีดแทง
เรนก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง นิ้วมือสั่นเทหาได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากพลังงานที่ล้นทะลักจนร่างกายแทบจะรับไม่ไหว เขากัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในช่องปาก ดวงตาที่เคยสุมไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไร้แววตาของมนุษย์
เขากำลังจะสูญเสียการควบคุม... ตัวตนของ "เรน" ผู้รอบคอบกำลังถูกกลืนกินโดย "สัตว์ประหลาด" ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสายเลือดเดียวกัน
ในวินาทีที่สติเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดสะบั้น หน้าจอโฮโลแกรมหลักของฐานบัญชาการก็กะพริบขึ้นพร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองส้มระดับฉุกเฉิน ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีที่มา
*“ระบบตรวจพบผู้บุกรุกระดับ S-Rank กำลังทำลายประตูมิติชั้นนอก... และเป้าหมายของมันกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องนี้โดยตรง”*
เรนเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองทะลุผ่านกำแพงคอนกรีตหนาเตอะออกไปด้วยดวงตาที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้า เขารู้ทันทีว่าใครกำลังมา และรู้ด้วยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขาในสภาพที่ไร้สติเช่นนี้
มุมปากของเรนกระตุกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว ในขณะที่มือขวาเอื้อมไปควบรวมพลังมานาสีดำทมิฬให้กลายเป็นคมดาบยาวที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าออกไปเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและเยือกเย็นไม่แพ้กันก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนิรภัยที่พังเสียหาย พร้อมกับเสียงหัวoเราะเบาๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของเรนเย็นเฉียบ
"ดูเหมือนว่า... น้องชายของฉัน จะต้อนรับแขกได้สมเกียรติกว่าที่คิดสินะ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหмакไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 35
พลังที่เกินควบคุม
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!