"ตัวเลขผลกำไรของไตรมาสนี้... เกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ นายท่าน"
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามสะท้อนลงบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเอลาร่า ดวงตาของเธอยามนี้ไม่ได้ฉายแววตื่นเต้นระทึกขวัญอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความระมัดระวังและความนับถือที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีสงաբ ในห้องทำงานส่วนตัวชั้นสูงสุดของฐานทัพกิลด์ 'ซีโร่ เมทริกซ์' กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟพันธุ์บลูมา산ที่ถูกชงอย่างพิถีพิถันลอยวนอยู่ในอากาศ ตัดกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้พอดีเป๊ะ
เรนไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวดั่งศิลปินหยุดการเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง เขากำลังทอดสายตามองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์เบื้องล่างมหานครโซลที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟนีออนยามค่ำคืน ตึกระฟ้าหลายร้อยแห่งยังคงตั้งตระหง่าน ทว่าในมุมมองของเขา โครงสร้างอำนาจทั้งหมดของวงการฮันเตอร์ในปัจจุบันช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน เปรียบเสมือนปราสาททรายที่รอวันถูกคลื่นซัดหาย
"สามร้อยเปอร์เซ็นต์... เป็นตัวเลขที่น่าสนใจครับ เอลาร่า" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ไร้ซึ่งความยินfl ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม "แต่มันยังน้อยเกินไปสำหรับการก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารนี้"
เอลาร่าพยักหน้ารับช้าๆ เธอดึงข้อมูลชุดใหม่ออกมาแสดงบนอากาศ "จริงอย่างที่ท่านว่าครับ ตอนนี้กิลด์ใหญ่ทั้งสามอย่าง 'ไททัน', 'บลัดดี้ แฟงค์' และ 'โซล ไพโอเนียร์' เริ่มส่งสัญญาณเคลื่อนไหวแล้ว หลังจากที่เราทำการปิดผนึก 'ดันเจี้ยนระดับ S-Gate เขต 4' ไว้แต่เพียงผู้เดียว พวกเขากำลังสูญเสียทรัพยากรแร่มานาบริสุทธิ์และไอเทมดรอปหายากจนเริ่มขาดแคลน"
มุมปากของเรนยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ปล่อยให้พวกเขากระวนกระวายต่อไป ความหิวกระหายจะทำให้สุนัขป่าสูญเสียสัญชาตญาณระวังตัว เมื่อทรัพยากรอยู่ในมือเราแต่เพียงผู้เดียว ราคาของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ตลาดเป็นผู้กำหนดอีกต่อไป... แต่เป็นเรา"
"เราได้ทำการปรับขึ้นราคาวัตถุดิบ 'ผลึกมานาสีเพลิง' และ 'เขี้ยวอสูรทมิฬ' อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาครับ" เอลาร่ารายงานพร้อมกับเลื่อนกราฟแท่งแสดงผลกระทบทางเศรษฐกิจให้เขาดู "ผลลัพธ์คือ กิลด์ระดับกลางหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาทางการเงินและยื่นเรื่องขอเจรจาต่อรอง แต่อีกด้านหนึ่ง... สมาคมฮันเตอร์เริ่มส่งจดหมายตักเตือนมาถึงเราแล้ว ว่าเรากำลังเข้าข่ายผูกขาดตลาดและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมหภาคของฮันเตอร์"
เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "สมาคมฮันเตอร์? องค์กรที่เคยนิ่งเฉยตอนที่กิลด์ 'เบรฟ' หักหลังและเขี่ยผมทิ้งลงสู่ก้นเหวเมื่อสามปีก่อนน่ะหรือครับ ตอนนี้พวกเขากลับพูดถึงความยุติธรรมทางเศรษฐกิจเสียอย่างนั้น มนุษย์เราช่างน่าขันเมื่อผลประโยชน์ของตัวเองถูกสั่นคลอน"
"เราควรจะตอบกลับพวกเขาอย่างไรดีครับ นายท่าน จะให้ซื้อเวลา หรือส่งทีมกฎหมายไปจัดการ?" เอลาร่าถาม
"ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้จดหมายเตือนพวกนั้นกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าต่อไป" เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างของเขาดูสง่างามและน่าเกรงขาม "สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวไม่ใช่การผูกขาดตลาด แต่พวกเขาหวาดกลัวอำนาจที่เรามีต่างหาก ดันเจี้ยนระดับ S ที่เราเคลียร์ได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีกิลด์ไหนยื่นมือเข้าช่วย นั่นคือสิทธิ์อันชอบธรรมที่เราจะจัดการทรัพยากรอย่างไรก็ได้"
เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือลงบนแฟ้มเอกสารลับที่ระบุชื่อโปรเจกต์ว่า *'Operation Blackout'*
"ติดต่อผู้นำของกิลด์ 'บลัดดี้ แฟงค์' แจ้งพวกเขาว่า ผมยินดีที่จะเปิดเจรจาเรื่องการแบ่งปันทรัพยากร... ในเงื่อนไขเดียวเท่านั้น" เรนหยุดเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองทะลุผ่านเอลาร่าราวกับเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า "พวกเขาต้องยอมเซ็นสัญญาเป็น 'บริวาร' ใต้สังกัดของกิลด์ซีโร่ เมทริกซ์แต่โดยดี"
เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกมีความรู้สึกตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นแล่นพล่าน ข้อเสนอเช่นนี้ไม่ใช่การเจรจาธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามทางเศรษฐกิจเพื่อกลืนกินกิลด์ใหญ่อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด "รับทราบครับ นายท่าน ผมจะส่งสาส์นนี้ไปให้พวกเขาก่อนเที่ยงคืนนี้"
ขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดด้วยแผนการอันแยบยล เสียงแจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดก็ดังขึ้นกะทันหัน!
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องทำงาน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดที่เคยแสดงข้อมูลทางเศรษฐกิจกลับถูกแทนที่ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณชั้นใต้ดิน ชั้นที่สาม ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาผลึกมานาบริสุทธิ์ชิ้นสำคัญที่สุด
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ระบบป้องกันภัยถูกเจาะเข้าแล้วครับ! ไม่น่าเป็นไปได้... รหัสผ่านระดับโอเมก้าถูกถอดถอดรหัสในเวลาไม่ถึงสามวินาที!"
บนหน้าจอ ภาพที่ปรากฏคือร่างของชายสวมหน้ากากสีขาวเรียบสนิท ไร้ลวดลายใดๆ กำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากของหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยรุ่นล่าสุดที่ถูกทำลายจนแหลقสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รอบตัวของมันมีออร่าสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ชายคนนั้นกำลังถือวัตถุบางอย่างที่เรนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
มันคือศิลาผนึกดันเจี้ยนโบราณที่เรนเพิ่งจะค้นพบและนำกลับมาจากดันเจี้ยนระดับ S เมื่อสัปดาห์ก่อน!
ชายสวมหน้ากากหันหน้าเข้าหากล้องวงจรปิดโดยตรง ราวกับเขารู้ว่าเรนกำลังจ้องมองอยู่ผ่านหน้าจอนี้ มุมหน้ากากนั้นขยับขึ้นเล็กน้อยในลักษณะคล้ายรอยยิ้ม ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจะดังลอดผ่านระบบสื่อสารฉุกเฉินเข้ามาในห้องทำงานของเรนโดยตรง
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมใหม่นะ เรน... นายคิดจริงๆ หรือว่าทรัพยากรทั้งหมดที่นายแย่งชิงมา จะเป็นของนายแต่เพียงผู้เดียว?"*
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 13 นี้ และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 13
แผนการยึดครองตลาด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!