เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 12

ยอดเขาแห่งจุดเริ่มต้น

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“ประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมฮันเตอร์แห่งชาติ... กิลด์ ‘Zero Point’ ได้รับการจัดอันดับเลื่อนขึ้นสู่ทำเนียบกิลด์ชั้นนำระดับประเทศอย่างเป็นทางการในลำดับที่สิบ...” เสียงสังเคราะห์จากระบบประกาศอัตโนมัติภายในห้องประชุมใหญ่ของตึกบัญชาการกิลด์ดังขึ้น เรียบเฉย ไร้อารมณ์ แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลราวกับคลื่นใต้น้ำในจิตใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ยกเว้นเพียงชายคนเดียว เรน (Rain) นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท สายตาคมกริบราวกับใบมีดน้ำแข็งทอดมองผ่านกระจกใสบานยักษ์ออกไปยังทัศนียภาพของมหานครเบื้องล่าง แสงไฟนีออนยามค่ำคืนสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่ที่ผ่านการผ่านโลกมามากเกินกว่าอายุจริง ในมือของเขาแก้วคริสตัลใสบรรจุของเหลวสีอำพันแกว่งช้าๆ เป็นวงกลม ไร้ซึ่งรอยยิ้มแห่งความดีใจ ไร้ซึ่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี บรรยากาศภายในห้องเงียบงันเสียจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง บนกระดานไวท์บอร์ดด้านหลัง เอลาร่า (Elara) อดีตนักวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกกำลังใช้ปากกาไวท์บอร์ดขีดเส้นใต้ตัวเลขสถิติอัตราการเติบโตของกิลด์ด้วยความแม่นยำ เส้นกราฟพุ่งทะยานขึ้นสูงชันอย่างน่ากลัว เธอกวาดสายตาคมปลาบมองเอกสารในมือ ก่อนจะหันมาสบตากับผู้นำของเธอด้วยความเคารพอย่างสูง “ผลลัพธ์เป็นไปตามแบบจำลองความน่าจะเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ครับท่านเรน” เอลาร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงความระคนตื่นเต้นไว้ลึกๆ “การที่เราสามารถก้าวเข้าสู่ทำเนียบท็อปเท็นได้ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน ทำลายสถิติประวัติศาสตร์ของสมาคมฮันเตอร์ราบคาบ... ตอนนี้ทุกสายตาในวงการกำลังจับจ้องมาที่เรา หุ้นของพาร์ทเนอร์ธุรกิจพุ่งกระฉูด และข้อเสนอขอร่วมมือจากกลุ่มทุนใหญ่ก็ส่งเข้ามาจนเซิร์ฟเวอร์แทบระเบิดครับ” เรนยังคงไม่หันกลับมา เขายกแก้วขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่าบาดคอไหลผ่านลำคอลงไป “มันเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น เอลาร่า การติดอยู่ในทำเนียบสิบอันดับแรกไม่ได้แปลว่าเราปลอดภัย ตรงกันข้าม... มันหมายความว่าเราเพิ่งเดินก้าวเข้าไปสู่สนามรบที่แท้จริงต่างหาก” คำพูดของเรนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกขั้น เอลาร่าวางเอกสารลงบนโต๊ะ เธอเข้าใจความหมายนั้นดี “ท่านหมายถึง... กิลด์ใหญ่เบื้องบนที่เหลือสินะครับ” “พวกมันมองเราเป็นแค่ ‘มดงาน’ ที่บังเอิญปีนขึ้นมาอยู่บนโต๊ะอาหาร” เรนวางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลและไม้เนื้อแข็งดัง “ก๊อก” ชัดเจนราวกับเสียงค้อนพิพากษา “ตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกมันเหยียบย่ำ ทำลาย และใช้ประโยชน์จากความไร้เดียงสาของฉันเพื่อสร้างบัลลังก์ของตัวเอง... และตอนนี้ เมื่อฉันสร้างบัลลังก์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง พวกมันย่อมรู้สึกว่าบัลลังก์ของพวกมันกำลังสั่นคลอน” ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวของเรนราวกับภาพฉายซ้ำ รอยยิ้มเสแสร้งของคนคนนั้น... คนที่เคยเรียกเขาว่าสหาย คนที่ยื่นมือมาข้างหน้าเพื่อดึงเขาขึ้นมาจากเหว แต่กลับผลักเขากลับลงไปในวินาทีที่เขามอบศรัทธาทั้งหมดให้ คนคนนั้นที่กำลังจับตามองทุกย่างก้าวของเขาจากความมืดมิดในตอนนี้ *แกคิดว่าฉันยังเป็นไส้เดือนตัวเดิมที่แกจะเหยียบเมื่อไหร่ก็ได้งั้นสินะ...* เรนคิดในใจ มุมปากหยักยิ้มเยียบเย็นขึ้นมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ เอลาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ “ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามใครรบกวนในเวลานี้” ประตูกลเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของรองหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการที่ยืนตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้เขาจะเป็นฮันเตอร์ระดับสูงที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของเรนในเวลานี้กลับทำให้เขาราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น “ทะ... ท่านเรนครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนครับ” เสียงของรองหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เรนหันกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองผู้ใต้บังคับบัญชา “แขก? ดึกดื่นป่านนี้ และในสถานะที่เราเพิ่งประกาศศักดา กิลด์ไหนกันที่มีมารยาทน้อยขนาดเดินเข้ามาถึงชั้นบนสุดโดยไม่นัดหมาย” “ไม่ใช่คนจากกิลด์อื่นครับ...” ผู้ใต้บังคับบัญรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหลบสายตา “เขา... เขาอ้างว่าเป็น ‘ตัวแทน’ จากบุคคลที่ท่านสั่งห้ามไม่ให้เอ่ยถึงเด็ดขาดเมื่อสามปีก่อน และ... และเขานำ ‘สิ่งนั้น’ มามอบให้ท่านด้วยตนเองครับ” สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องประชุมดูเหมือนจะลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวจางๆ เอลาร่าชักมือเข้าหาด้ามมีดสั้นข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ทว่าเรนกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ช้าๆ เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สมส่วนภายใต้เสื้อโค้ทสีดำสนิทแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้าวเดินผ่านโต๊ะประชุมอย่างมั่นคง ฝีเท้าแต่ละก้าวหนักแน่นและมั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังเดินไปรับตัวลูกหนี้ “ให้มันเข้ามา” เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด แต่มันกลับเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้คนที่ได้ยินแทบหยุดหายใจ “ฉันอยากรู้นักว่า... สุนัขที่ถูกปล่อยให้เห่าหอนมานานสามปี จะกล้าคาบกระดูกอะไรมาให้ฉันในวันนี้” ประตูบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก เงาร่างหนึ่งก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในเขตแดนของกิลด์ Zero Point อย่างอุกอาจ รอยยิ้มปริศนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแขกผู้มาเยือน พร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทำให้เรนต้องหรี่ตาลงอย่างอันตราย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับกิลด์ Zero Point ครับ **– โอเวอร์ลอร์ดซีโร่**
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%