“ถ้าคุณคิดว่าการเอาเศษเหล็กเหลือใช้มาถ่วงดุลอำนาจกับผมจะทำให้คุณชนะได้... ผมคงต้องบอกว่าคุณกำลังประเมินค่าความโง่ของตัวเองต่ำเกินไปนะครับ คุณมาร์คัส”
น้ำเสียงของเรนราบเรียบ ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของหัวหน้ากิลด์ ‘ไอรอนฮาร์ท’ ชายผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนา เรนไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่จิบชาเอิร์ลเกรย์ที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยกิริยาที่สง่างามราวกับไม่ได้อยู่ในที่ประชุมของศัตรู แต่เป็นแขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงน้ำชา
มาร์คัสกระแทกแก้วเหล้าลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวไปยังรองหัวหน้ากิลด์ของตนเองที่นั่งอยู่อีกฝั่ง “เรน! อย่ามาพูดจายุยงกิลด์ของฉันให้เสียเวลา แกคิดว่าฉันจะหลงกลคำพูดของคนแพ้ที่ถูกเขี่ยทิ้งจากกิลด์ตัวเองงั้นรึ?”
เรนวางแก้วชาลงช้าๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบงันที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจตนา เขาประสานมือวางไว้บนตัก ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมาร์คัสโดยไม่หลบเลี่ยง “คนแพ้ไม่ได้วัดกันที่กิลด์เก่าหรอกครับ แต่วัดกันที่ว่าใครกำลัง ‘ถูกขายทิ้ง’ โดยคนข้างตัวโดยไม่รู้ตัวต่างหาก”
เอลาร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างเรนเลื่อนแท็บเล็ตโฮโลแกรมขึ้นมาเบาๆ ข้อมูลชุดหนึ่งฉายขึ้นกลางโต๊ะประชุม มันคือบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับของ ‘ซิลเวีย’ รองหัวหน้ากิลด์ไอรอนฮาร์ท กับบริษัทคู่แข่งที่มาร์คัสเกลียดชังที่สุด
ซิลเวียหน้าถอดสี มือที่วางอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริก เธอรีบหันไปหาเรน “อย่าไปฟังมัน! มันกำลังสร้างข้อมูลปลอมขึ้นมาเพื่อทำลายความเชื่อใจของเรา!”
“ผมไม่ได้สร้างข้อมูลปลอมครับ” เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนกำลังปลอบประโลมเด็กเล็ก “แต่ถ้าข้อมูลนี้เป็นของปลอมจริงๆ... ทำไมคุณถึงดูตื่นตระหนกขนาดนั้นล่ะครับ คุณซิลเวีย? หรือว่าคุณกำลังกลัวว่ามาร์คัสจะรู้ว่า ‘กุญแจสำคัญ’ ที่ใช้เปิดดันเจี้ยนระดับ S ที่เราเพิ่งยึดมาได้นั้น ได้ถูกส่งต่อข้อมูลให้ฝั่งตรงข้ามไปเรียบร้อยแล้ว?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม มาร์คัสหันขวับไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นต่อเรน กลายเป็นความหวาดระแวงที่กัดกินใจอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าเรนไม่มีทางพูดอะไรที่ไม่มีหลักฐานประกอบ แม้เขาจะเกลียดเรนเข้าไส้ แต่นั่นคือความนับถือในฐานะศัตรูที่เรน ‘ไม่เคยพลาด’
“ซิลเวีย... อธิบายมา” มาร์คัสเค้นเสียงต่ำ
“มันโกหกค่ะ! คุณกำลังจะเชื่อไอ้เด็กนี่มากกว่าฉันงั้นเหรอ?” ซิลเวียโพล่งออกมา น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือและสูญเสียการควบคุม
เรนยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นยิ้มของหมากรุกที่กำลังจะรุกฆาต “การที่คุณรีบปฏิเสธโดยไม่มีหลักฐานสวนกลับ เป็นวิสัยของคนที่มีความลับที่ซ่อนไว้ไม่อยู่จริงๆ นะครับ เอาเถอะ... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายกิลด์คุณหรอกครับ ผมแค่มาเตือนว่า ‘สุนัขที่กัดเจ้าของ’ มักจะมีจุดจบที่น่าสงสารเสมอ และผมไม่อยากให้กิลด์อันดับสองที่ผมเคยชื่นชม ต้องล่มสลายลงเพียงเพราะความไม่ซื่อสัตย์ของคนใกล้ตัว”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย เสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูปของเขาดูไร้ที่ติ เรนกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจ บรรดาสมาชิกคนอื่นๆ เริ่มซุบซิบและจ้องมองซิลเวียด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
มาร์คัสลุกขึ้นยืนตาม มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังสับสนระหว่างการไล่ล่าเรนที่ดูจะถือไพ่เหนือกว่า หรือการจัดการกับคนทรยศข้างกายที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแทงข้างหลังโดยที่ยังไม่ทันได้ขยับตัว
“พวกแกทุกคน! ออกไปให้หมด!” มาร์คัสตะคอกใส่ลูกน้อง ก่อนจะหันมามองเรนที่กำลังจะเดินออกจากห้อง “แกทำแบบนี้เพื่ออะไรเรน? ต้องการให้กิลด์ของฉันอ่อนแอลงเพื่อที่แกจะขึ้นมาแทนที่รึไง?”
เรนหยุดฝีเท้าที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่เพียงแค่เอ่ยประโยคที่ทำให้มาร์คัสรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง “ผมไม่ได้ต้องการแทนที่กิลด์ของคุณหรอกครับมาร์คัส เพราะกิลด์ที่ ‘ไร้ความเชื่อใจ’ ก็ไม่ต่างอะไรกับเมทริกซ์ที่แตกสลาย ผมแค่กำลังรอดูว่า... เมื่อโครงสร้างของมันพังทลายลง ใครจะเป็นคนสุดท้ายที่ยืนอยู่บนซากปรักหักพังนั้น”
เขาและเอลาร่าก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
ทว่า... เมื่อเรนก้าวพ้นประตูห้องโถงของกิลด์ไอรอนฮาร์ท รอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็หายไป แทนที่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว เอลาร่ากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เรนคะ... ข้อมูลที่เราส่งให้มาร์คัสเป็นเรื่องจริง แต่เราไม่ได้บอกเขาว่าซิลเวียทำไปเพราะถูกใครบงการ”
เรนหยุดเดินพลางมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่มองเห็นเมืองทั้งเมืองเบื้องล่าง “นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการให้เขาค้นหาเอง ยิ่งเขาสงสัยคนรอบข้างมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ ‘คำสั่งที่แท้จริง’ ที่ผมทิ้งไว้ในฐานข้อมูลของเขามากเท่านั้น”
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบฮันเตอร์ส่วนตัวของเรนก็ดังขึ้น หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏข้อความจากหมายเลขที่ไม่มีชื่อและถูกเข้ารหัสไว้อย่างหนาแน่น มันเป็นข้อความที่เรนรอคอยมาตลอดสามปีนับตั้งแต่วันที่เขาถูกขับออกจากกิลด์เก่า
*“หมากเกมนี้สนุกดีนี่... แต่ระวังตัวไว้ด้วยนะเรน สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ มันไม่ใช่แค่การแตกคอศัตรู แต่มันคือการเปิดประตูสู่ ‘นรก’ ที่นายยังไม่พร้อมจะเผชิญ”*
เรนกำหมัดแน่นเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพียงชั่วครู่ก่อนที่มันจะถูกลบหายไปเองโดยอัตโนมัติ
คนคนนั้น... คือคนที่ทรยศเขาเมื่อสามปีก่อน และตอนนี้ มันกำลังจับตามองเขาทุกฝีก้าวจากที่ไหนสักแห่งในความมืดมิด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรนมาจนถึงตอนนี้นะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่สัญญาว่าจะพาพวกคุณไปสู่จุดสูงสุดของโลกใบนี้ด้วยกันครับ
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 11
รอยร้าวในศัตรู
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!