กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงจมูก ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับเรน มันคือกลิ่นอายของชัยชนะที่กำลังถูกหล่อหลอมขึ้นจากความตาย
นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทขยับเคาะด้ามดาบสั้นในมือเบาๆ เป็นจังหวะสามช่าที่ควบคุมสติของคนรอบข้างได้อย่างประหลาด เบื้องหน้าของพวกเขาคือ ‘หุบผาเงาทมิฬ’ เขตแดนปิดตายระดับ A ที่ต่อให้เป็นฮันเตอร์ระดับแนวหน้าก็ยังต้องกลืนน้ำลายก่อนก้าวเท้าเข้ามา แต่สำหรับ ‘ซีโร่ เมทริกซ์’ ที่นี่คือกระดานหมากรุกที่เขาเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด
"รายงานสถานการณ์ล่าสุด เอลาร่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผนังถ้ำหินปูน โดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยความตื่นตระหนกเจือปน
เอลาร่าปรับแว่นตาไร้กรอบที่สะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าต่างระบบโฮโลแกรม นิ้วเรียวของเธอกดสลับหน้าจอวิเคราะห์ข้อมูลด้วยความเร็วสูง "ฝูง ‘เงาอสุรกายพสุธา’ ระดับ A จำนวนสี่สิบตัวกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากทางทิศเหนือ ระยะห่างสามร้อยเมตรครับ... และที่แย่กว่านั้น ค่าความหนาแน่นของมานาในเขตนี้กำลังบีตัวสูงขึ้นเร็วกว่าที่โมเดลจำลองของเราคาดการณ์ไว้ถึงสิบหเปอร์เซ็นต์"
เรนไม่ได้หันกลับไปมอง เภสัชกรแห่งความตายยังคงจ้องมองรอยแยกของหินตรงหน้า ดวงตาสสีนิลคู่นั้นเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่ากิลด์ใหญ่อย่าง ‘ไททัน’ ย่อมต้องแอบตอดแทรกแซงอะไรบางอย่างเพื่อบีบให้กิลด์เกิดใหม่ของเขาต้องพังพินาศตั้งแต่ก้าวแรก แต่พวกมันคงลืมไปว่า… คนที่เคยตกนรกมาแล้วอย่างเขา ย่อมไม่เกรงกลัวความมืดใดๆ อีกต่อไป
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในรัศมีร้อยเมตรแรก" เรนสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนทุกคนในทีมต้องพยักหน้ารับคำสั่งโดยปริยาย "จำรูปแบบการจัดกระบวนทัพที่เราซ้อมกันไว้ ห้ามใครแตกแถวเด็ดขาด ใครที่คิดจะฉายเดี่ยวเพื่อสร้างชื่อเสียง… ผมจะถือว่าเขาตัดขาดจากการเป็นสมาชิกซีโร่ เมทริกซ์ทันที"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของสมาชิกแนวหน้าบางคนที่เพิ่งเคยลงดันเจี้ยนระดับ A เป็นครั้งแรก ความกดดันระดับนี้สามารถบดขยี้จิตใจของฮันเตอร์ทั่วไปให้แหลกสลายได้ภายในไม่กี่นาที แต่เรนรู้ดีว่า ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่มันคือเครื่องมือที่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมัน
*ตึง! ตึง! ตึง!*
พื้นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะการย่างก้าวของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำราวกับเกล็ดหิมะสีดำ เงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวของอสุรกายที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ผสมกับสุนัขป่าขนาดเท่ารถบรรทุก กรงเล็บแหลมคมครูดไปกับพื้นหินจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบ ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จ้องมองเหยื่อด้วยความกระหายเลือด
"มาแล้วครับนายท่าน" เอลาร่ากระซิบเตือน พร้อมกับส่งข้อมูลจุดอ่อนของมอนสเตอร์ตัวนำขบวนเข้าสู่เนตรมานาของเรนโดยตรง
เรนไม่ขยับเขยื้อn ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน จนกระทั่งเงาแรกพุ่งทะยานแหวกความมืดเข้ามาพร้อมกับอ้าปากกว้างหมายจะฉีกกระชากศีรษะของเขาให้หลุดจากบ่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง
*ฟึบ!*
ร่างของเรนหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนแผ่นหลังของอสุรกายระดับ A ตัวนั้นอย่างแนบเนียน ดาบสั้นในมือสะท้อนแสงวาบเฉือนผ่านจุดชีพจรใต้กบาลของมันอย่างแม่นยำรากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เลือดสีดำพุ่งทะลักราวกับน้ำพุ เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วหุบผา แต่เรนไม่มีแม้แต่ความลังเล เขาใช้แรงเหวี่ยงจากร่างที่กำลังล้มลงของมันส่งตัวเองพุ่งไปยังเป้าหมายถัดไป
"อย่ามัวแต่มอง! จัดการตามแผน!" เรนตวาดก้องผ่านระบบสื่อสารภายในทีม
สติของสมาชิกซีโร่ เมทริกซ์ถูกดึงกลับมาทันที แนวป้องกันโล่พลังงานถูกยกขึ้นประสานกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีความโกลาหล ไม่มีความตื่นตระหนก ทุกคนเคลื่อนไหวราวกับฟันเฟืองของจักรกลสังหารที่ได้รับการน้ำมันหล่อลื่นมาอย่างดี เอลาร่ายืนอยู่แถวหลังคอยคำนวณเส้นทางการโจมตีและส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ทำให้การปะทะกับฝูงมอนสเตอร์ระดับ A กลายเป็นการล่าฝ่ายเดียวอย่างน่าประหลาดใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ท่ามกลางซากศพของอสุรกายที่เกลื่อนกลาดและกลิ่นอายมานาที่ยังคงคุกกรุ่น เรนยืนหยัดอยู่บนยอดกองซากศพนั้น ลมหายใจของเขาแทบไม่เปลี่ยนจังหวะ ดาบในมือสะอาดไร้รอยเปื้อนเพราะเทคนิคการสลัดเลือดที่ฝึกฝนจนเป็นนิสัย
"เคลียร์พื้นที่ทั้งหมดแล้วครับ... ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส" เอลาร่าเดินเข้ามาายงานด้วยสีหน้าโล่งอก แม้แว่นตาของเธอจะมีรอยร้าวเล็กน้อยจากการกระแทกของแรงดันมานาก็ตาม
เรนกวาดสายตามองลูกทีมที่กำลังนั่งพักด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ในแววตาทุกคู่มีความภาคภูมิใจและศรัทธาเอ่อล้น พวกเขาประจักษ์แล้วว่า ภายใต้การนำของชายคนนี้ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้
"นี่เป็นแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น" เรนเอ่ยเบาๆ ขณะมองลึกเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำทมิฬ ซึ่งเป็นจุดที่ระบบแจ้งเตือนว่ามีบางอย่างกำลังหลับใหลอยู่ "เตรียมตัวให้พร้อม… แขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังจะมา"
ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์รอบตัวก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่ง และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า...
"สมล่ำลือจริงๆ... อดีตสุนัขรับใช้ที่คิดจะตั้งตนเป็นราชา เรน นายทำให้ฉันประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการอันแยบยลนี้ และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
--- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 10
บททดสอบในแดนทมิฬ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!