“ถ้าอัตราการเต้นของหัวใจนายยังแกว่งเกินหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาทีแบบนี้... วินาทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป นายจะไม่ใช่ฮันเตอร์ แต่จะเป็นแค่เหยื่ออารมณ์ของดันเจี้ยน”
เสียงทุ้มต่ำและเรียบนิ่งของเรนกรีดผ่านความเงียบงันอันหนักอึ้งภายในถ้ำหินปูนชื้นแฉะ ปลายดาบสั้นเหล็กกล้าคาร์บอนในมือขวาของเขายังคงชี้ลงพื้นในมุมสี่สิบห้าองศา ปราศจากการสั่นไหวแม้แต่เศษเสี้ยวของมิลลิเมตร นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นไม่ได้จับจ้องที่เงาร่างของสัตว์อสูรด้านหน้า หากแต่กำลังเพ่งมองเส้นใยพลังงานมานาสีฟ้าหม่นที่ถักทออยู่ในอากาศ—ตารางคำนวณสามมิติที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของเขาผ่านระบบเฉพาะตัว ‘เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์’
ฮันเตอร์หนุ่มหน้าใหม่ในชุดเกราะหนังราคาถูกที่เพิ่งรับเข้ามาทดสอบกลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคอ ลำคอของเขาตีบตัน ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอยู่เบื้องหลังโล่ไม้เสริมเหล็ก
“ร...รองหัวหน้าครับ แต่มานาเกจหน้าประตูนี่มัน... ระดับ F แน่เหรอครับ? แรงกดดันมัน...”
“ความกลัวมักขยายขนาดของศัตรูให้ใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ” เรนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นิ้วเรียวยาวของเขาขยับปรับสมดุลน้ำหนักของปลอกแขนกลไก “หายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสี่ แล้วตามรอยเท้าฉัน อย่าเหยียบออกนอกเส้นทางที่มาร์กไว้แม้แต่นิ้วเดียว ถ้าไม่อยากให้กระดูกหน้าแข้งกลายเป็นเศษหิน”
ด้านข้างของเขา เอลาร่ายืนนิ่งอยู่ในชุดสูทกึ่งยุทธวิธีสีดำสนิท นิ้วมืออันเรียบเนียนของเธอกรีดกรายไปบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมโปร่งแสงด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน เส้นผมสีบลอนด์หม่นรวบตึงขับเน้นใบหน้ารูปไข่ที่เย็นชาไม่ต่างจากรูปปั้นหินอ่อน
“วิเคราะห์โครงสร้างมิติเสร็จสิ้นค่ะ หัวหน้า” เอลาร่ารายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยของความตระหนก “ทางการจัดเรตติ้งที่นี่ไว้เป็น ‘เหมืองร้างเกลือสินเธาว์’ ระดับ F-Rank แต่ผลการสแกนความหนาแน่นของอนุภาคมานาในระดับลึกมีความผันผวนสูงถึง 340% โครงสร้างภายนอกเป็นเพียงเปลือกจำลอง... ข้อมูลตรงกับบันทึกข้อผิดพลาดในเซิร์ฟเวอร์เก่าของสมาคมเมื่อสิบปีก่อนทุกประการ”
มุมปากของเรนยกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี แต่เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นของนักเล่นหมากล้อมที่เห็นกับดักของศัตรูถูกเปิดโปง
กิลด์เก่าที่เคยทรยศเขา... พวกมันเคยมองว่าเขาเป็นเพียง ‘เครื่องคำนวณที่ไร้ประโยชน์’ เป็นฮันเตอร์ซัพพอร์ตไร้ความสามารถในการต่อสู้ที่ทำได้เพียงวิเคราะห์เศษซากขยะในดันเจี้ยน พวกมันเหยียบย่ำความทุ่มเท โกงส่วนแบ่ง และถีบหัวส่งเขาออกมาพร้อมตราบาป แต่พวกมันไม่เคยรู้เลยว่า สายตาคู่นี้ไม่ได้มองเห็นแค่ตัวเลขพลังโจมตี ทว่ามันมองเห็น ‘ข้อบกพร่อง’ ของโลกใบนี้
และดันเจี้ยนระดับ F แห่งนี้ คือหนึ่งในบั๊กที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของประวัติศาสตร์
“เตรียมพร้อมระบบคัดกรองข้อมูล ปิดกั้นสัญญาณติดตามจากดาวเทียมสมาคม” เรนสั่งการสั้นๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยเท้าของเขาทับลงบนจุดตัดของเส้นตารางเมทริกซ์บนพื้นดินพอดี
*เปรี๊ยะ!*
ม่านหมอกสีเทาที่ปกคลุมปากถ้ำพลันปริแตกออกราวกับกระจกบาง เผยให้เห็นโพรงถ้ำลึกที่ทอดยาวลงไปในความมืดมิด กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นโอโซนรุนแรงพัดกรรโชกออกมาปะทะใบหน้า ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไม่ใช่แค่อุณหภูมิ แต่มันคือจิตสังหารโบราณที่หลับใหล
“กิลด์ระดับล่างพวกนั้นคิดว่านี่เป็นแค่ดันเจี้ยนฟาร์มแร่ราคาถูกสำหรับพวกปลายแถว” เรนเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะนำทางเดินลึกลงไปในทางลาดชัน “พวกเขาเดินผ่านทองคำบริสุทธิ์เพื่อไปเก็บก้อนกรวด เพราะตามองเห็นเพียงป้ายราคาที่แปะไว้หน้าประตู”
“เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อในสิ่งที่ระบบบอกให้เชื่อค่ะ” เอลาร่าเสริม ดวงตาสีเทาเข้มสะท้อนแสงไฟสังเคราะห์จากหน้าจอ “แต่ระบบของ ‘ซีโร่’ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเชื่อตามใคร”
ลึกเข้ามาเพียงร้อยเมตร บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผนังหินปูนผุกร่อนแปรเปลี่ยนเป็นหินบะซอลต์สีดำมะเมื่อมที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบผิดธรรมชาติ ราวกับสถาปัตยกรรมของอารยธรรมที่ล่มสลายไปนับพันปี และตรงหน้าของพวกเขา—คือฝูง ‘โกเลมเกลือ’ สัตว์อสูรระดับต่ำที่ควรจะเปราะบาง ทว่าดวงตาของพวกมันกลับเปล่งแสงสีม่วงเข้ม ลำตัวถูกรัดตรึงด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์โบราณ
พวกมันไม่ใช่โกเลมธรรมดา แต่เป็น ‘ผู้พิทักษ์ผนึก’
“สองนาฬิกา สามตัว... เก้านาฬิกา ห้าตัว” เอลาร่าส่งสัญญาณมือเบาๆ
“ไม่ต้องใช้วิธีปกติ” เรนปลดล็อกกลไกที่ถุงมือ “พวกมันมีแกนพลังงานร่วมกัน หากทำลายตัวนำที่จุดเชื่อมต่อ การถ่ายโอนความเสียหายจะสะท้อนกลับเป็นลูกโซ่ เอลาร่า มาร์กตำแหน่งพิกัด X-104”
“มาร์กเรียบร้อยค่ะ”
ร่างของเรนพุ่งทะยานออกไป ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้ากระทบพื้น เขาไม่ได้ใช้พละกำลังเข้าหักหาญเหมือนฮันเตอร์สายต่อสู้ทั่วไป แต่ก้าวข้ามทุกช่องว่างตามจังหวะที่เส้นสายเมทริกซ์คำนวณไว้ ดาบสั้นในมือสอดผ่านช่องว่างระหว่างเกราะหินอย่างแม่นยำ ปลายดาบสะกิดโดนจุดรวมพลังงานเพียงจุดเดียว
*เคร้ง! เปรี้ยง!*
คลื่นกระแทกสีม่วงระเบิดออก โกเลมตัวแรกทรุดฮวบลง และในเสี้ยววินาทีต่อมา ประจุไฟฟ้าเวทมนตร์ก็แล่นผ่านโซ่ตรวนที่เชื่อมโยงพวกมันไว้ด้วยกัน ราวกับโดมิโนที่ถูกผลัก ตัวที่เหลือกรีดร้องด้วยเสียงเสียดสีของโลหะก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงในคราวเดียว
เด็กหนุ่มฮันเตอร์ฝึกหัดที่ตามหลังมาตาค้าง ลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ การกวาดล้างมอนสเตอร์นับสิบตัวเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ด้วยการโจมตีเพียงดาบเดียว
“อย่ามัวแต่มอง” เรนไม่แม้แต่จะหอบหายใจ เขาเช็ดคราบฝุ่นออกจากปลายดาบ “เดินหน้าต่อ โบราณวัตถุไม่ได้มีขา มันไม่วิ่งหนีเรา แต่เวลาของดันเจี้ยนกำลังนับถอยหลัง”
ลึกเข้าไปจนถึงก้นบึ้งของดันเจี้ยน ที่ซึ่งไม่เคยมีบันทึกในแผนที่ของสมาคมฮันเตอร์ มันคือห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากหินออบซิเดียน ตรงใจกลางห้องลอยคว้างไว้ด้วยแท่นบูชาที่แตกหัก และบนแท่นนั้น... มีวัตถุชิ้นหนึ่งกำลังส่งเสียงหึ่งๆ ในคลื่นความถี่ที่ทำให้แก้วหูเจ็บแปลบ
มันคือ ‘กริชหัก’ เล่มหนึ่ง สนิมเขรอะจนแทบมองไม่เห็นเนื้อโลหะเดิม ดูภายนอกไม่ต่างจากเศษเหล็กที่หาได้ตามกองขยะ
เด็กหนุ่มฝึกหัดมองมันด้วยสายตาผิดหวัง “น...นี่เหรอครับ บอสรูม? ไม่มีกล่องสมบัติสีทอง ไม่มีแม้แต่คอร์เวทมนตร์ระดับสูง... มีแค่เศษเหล็กเนี่ยนะครับ?”
เอลาร่าไม่ได้ตอบ แต่ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือสั่นระริกขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมของเธอเริ่มเกิดสัญญาณรบกวนสีแดงฉาน ค่าตัวเลขประเมินพลังงานพุ่งทะลุขีดจำกัดจนระบบแทบจะโอเวอร์โหลด
“ไม่ใช่เศษเหล็ก...” เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “หัวหน้าคะ... คลื่นการบิดเบือนมิติรอบกริชนั่น มันเป็นค่าเดียวกับวัตถุระดับ ‘ภัยพิบัติโบราณ’...”
เรนเดินตรงเข้าไปอย่างสุขุม ท่วงท่าของเขาปราศจากความโลภ มีเพียงสายตาประเมินของนักสะสมที่กำลังตรวจสอบชิ้นส่วนชะตากรรม เขาเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนังฉนวนเวทไปแตะที่ด้ามกริชอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระสีทองที่ซ่อนอยู่ใต้คราบสนิมก็พลันสว่างวาบ หลอมละลายคราบสกปรกออกไปในพริบตา เผยให้เห็นใบมีดที่โปร่งแสงดั่งผลึกคริสตัลสีดำ ลวดลายดวงดาราหมุนวนอยู่ภายในราวกับมันได้กักขังห้วงอวกาศขนาดย่อมเอาไว้
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบไอเทมระดับ ‘ตำนาน’ (Mythical / Unique Artifact)]
[ชื่อ: ‘คมเขี้ยวแห่งโครนอส’ (เขี้ยวจำศีลกาลเวลา - เศษเสี้ยวที่ 1)]
[สถานะ: ผูกมัดวิญญาณกับผู้ถือครอง เรน (Rain)]
[คุณสมบัติพิเศษ: สามารถหยุดกระแสเวลาของเป้าหมายเดี่ยวได้ 0.75 วินาที โดยไม่สนใจระดับพลังป้องกัน / อัตราการคำนวณของ เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์ เพิ่มขึ้น 500%]
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นเทาของสมาชิกกิลด์
ไอเทมระดับตำนาน... สิ่งที่มีไม่ถึงสิบชิ้นในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ สิ่งที่แม้แต่กิลด์อันดับหนึ่งของประเทศยังต้องแลกมาด้วยชีวิตของฮันเตอร์ระดับ S หลายสิบคน แต่บัดนี้ มันกลับมานอนสงบนิ่งอยู่ในมือของชายผู้ถูกขับไล่ ในดันเจี้ยนระดับต่ำที่ไม่มีใครเหลียวแล
เรนลูบคมมีดที่เย็นเยียบ ชั่วครู่หนึ่ง แววตาของเขาฉายประกายความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต วันที่เขาถูกตราหน้าว่าไร้ค่า วันที่หลังของเขาต้องแบกรับบาดแผลจากการถูกหักหลัง
‘พวกแกคิดว่าตัวเองอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารสินะ...’ เรนคิดในใจอย่างเยือกเย็น ‘แต่พวกแกไม่รู้หรอกว่า บันไดที่พวกแกใช้ปีนขึ้นไป ฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมา และตอนนี้... ฉันกำลังจะดึงมันลงมาทีละขั้น’
“เก็บข้อมูลทั้งหมด ปิดผนึกการรายงานผลต่อสมาคม” เรนสั่งเสียงเรียบ พลิกกริชเล่มนั้นเก็บเข้าสู่มิติเก็บของส่วนตัวอย่างแนบเนียน “รายงานไปว่าที่นี่เป็นเพียงดันเจี้ยนว่างเปล่าที่เสื่อมสลายไปแล้ว”
“รับทราบค่ะ” เอลาร่าตอบรับทันควัน เธอเริ่มลบประวัติการเชื่อมต่อและดัดแปลงล็อกข้อมูลของเกตอย่างชำนิชำนาญ
ทว่า ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะหมุนตัวก้าวออกจากห้องโถงนั้นเอง...
*ครืนนนนนนนนน!*
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ไม่ได้เกิดจากดันเจี้ยน แต่เกิดจาก ‘ภายนอก’ บดขยี้ผ่านชั้นหินหนานับสิบเมตรลงมา อากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยตะกั่วหลอมเหลว กลิ่นอายพลังเวทที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาทของเรน
หน้าจอระบบของเอลาร่ากะพริบถี่เป็นสีแดงเข้ม พร้อมข้อความแจ้งเตือนด่วนที่สุด
[แจ้งเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจากฮันเตอร์ระดับ S-Rank จำนวน 1 รายการ บริเวณทางออกของดันเจี้ยน]
[รหัสประจำตัว: ‘ดยุกสีชาด’ – อดีตหัวหน้าหน่วยจู่โจมของกิลด์สุริยันอัสดง]
เรนหยุดฝีเท้าลง นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่ลงจนแทบเป็นเส้นตรง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันเจือไปด้วยไอสังหารที่เยือกแข็งจนถึงกระดูก
“ดูเหมือนว่า...” เรนเอ่ยขึ้นช้าๆ มือขวาของเขากลับไปแตะที่ด้ามกริชเล่มใหม่ใต้เสื้อคลุม “หนูตัวใหญ่จะตามกลิ่นชีสเน่ามาเร็วกว่าที่คำนวณไว้เสียอีก”
***
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเป็นสักขีพยานในการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของกิลด์เราในตอนนี้นะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 5
การสำรวจดันเจี้ยนลับ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!