หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานนับร้อยจอสะท้อนลงบนดวงตาสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เรน (Rain) ยืนประสานมืออยู่เบื้องกระจกใสบานยักษ์ของห้องบัญชาการกิลด์ "ซีโร่ เมทริกซ์" เบื้องล่างคือมหานครที่กำลังสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่ต่ำที่มนุษย์ทั่วไปยังไม่ได้ยิน แต่สัญชาตญาณของฮันเตอร์ระดับสูงต่างรับรู้ได้ถึงความวิបโยคที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ระดับพลังงานทะยานเกินขีดจำกัดของมาตรวัดสากลไปแล้วสามร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ... เอ๊ย ขออภัยค่ะท่านเรน ดิฉันเผลอติดปาก"
เอลาร่าชะงักมือที่กำลังรัวคีย์บอร์ด เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความประหม่า ขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับกราฟเส้นตรงที่พุ่งทะยานอย่างไร้ความปรานี เรนไม่ได้หันกลับมามองคู่คิดคนสนิท รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"ไม่เป็นไร เอลาร่า... ความผิดพลาดเล็กน้อยเช่นนี้ยังพอให้อภัยได้ในยามที่โลกกำลังจะเปลี่ยนผ่าน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างสุขุม ราวกับเขากำลังพูดถึงพยากรณ์อากาศในวันพรุ่งนี้ มิใช่หายนะระดับล้างโลก "รายงานสถานการณ์ของรอยแยกที่เขตสามสิบเจ็ดมาซิ"
เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเป็นมืออาชีพตามเดิม "ค่ะ... ศูนย์บัญชาการใหญ่แจ้งว่า รอยแยกมิติระดับพระเจ้า หรือที่เรารู้จักกันในนาม 'เกทปฐมกาล' ได้ฉีกตัวออกจากมิติควอนตัมแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ขนาดของมัน แต่เป็น 'รอยแยกที่ใหญ่ขึ้น' ที่กำลังขยายตัวอย่างไร้กฎเกณฑ์ แรงโน้มถ่วงรอบบริเวณนั้นบิดเบี้ยวจนแม้แต่โดรนลาดตระเวนรุ่นล่าสุดยังถูกบดขยี้เป็นผุยผงภายในไม่ถึงสามวินาที"
เรนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของอดีตนักวิเคราะห์ระดับโลก เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานกระจก วางปลายนิ้วลงบนผิวสัมผัสเรียบเนียนอย่างใจAเย็น
"ความกลัวของคนอื่น คือโอกาสในการวางหมากของเรา เอลาร่า" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "กิลด์ใหญ่อย่าง 'ดราก้อนฟาง' และ 'โซลเรปเปอร์' ตอนนี้คงกำลังวิ่งวุ่นส่งกองกำลังแนวหน้าเข้าไปพลีชีพเพื่อแย่งชิงชื่อเสียงสินะครับ"
"ถูกต้องค่ะ ท่านเรน พวกเขาส่งฮันเตอร์ระดับ S-Rank ไปกว่าครึ่งกิลด์เพื่อหวังจะเป็นผู้ปิดผนึกเกตนั้น แต่รายงานล่าสุดระบุว่า... กองกำลังเหล่านั้นขาดการติดต่อทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที" เอลาร่ารายงานพร้อมกับดึงภาพจำลองสามมิติของพื้นที่เกิดเหตุขึ้นมากลางห้อง
ภาพที่ปรากฏคือรอยแยกสีดำสนิทขนาดมหึมาที่ฉีกกระชากท้องฟ้าเหนือตึกระฟ้าให้ขาดออกจากกัน บรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกละลายด้วยน้ำเดือด พลังงานออร่าสีม่วงเข้มแผ่ขยายออกมาราวกับลมหายใจของปีศาจโบราณ
เรนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ ทุกตัวแปร ทุกความเป็นไปได้ ถูกคำนวณลงในเมทริกซ์แห่งชัยชนะที่เขาสร้างขึ้นมาทีละชิ้น ตั้งแต่วันที่เขาถูกกิลด์เก่าหักหลังและขับไล่ออกมาอย่างไร้เยื่อใย เขาสัญญาไว้แล้วว่า เขาจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครอีก... เขาจะเป็นผู้เล่นที่กุมกระดานทั้งหมดนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนครับ" เรนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันจางๆ "การส่งกำลังพลเข้าไปในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งเนื้อเข้าปากเสือ การจะพิชิต 'เกทปฐมกาล' ไม่ใช่เรื่องของการใช้กำลังรบที่เหนือกว่า แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจรหัสพันธุกรรมของระบบที่สร้างมันขึ้นมาต่างหาก"
"ท่านเรนหมายถึง..." เอลาร่าเบิกตากว้างอย่างตระหนักรู้
"ใช่... รอยแยกที่ใหญ่ขึ้นนั้นไม่ได้เปิดออกเพื่อทำลายล้าง แต่มันเปิดออกเพื่อคัดสรร" เรนหมุนตัวกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ลมกระโชกแรงพัดปะทะกระจกกันกระสุนจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ "และ 'ซีโร่ เมทริกซ์' ของเรา จะไม่เดินเข้าไปในฐานะเหยื่อ... แต่เราจะเดินเข้าไปในฐานะผู้ควบคุมกฎ"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งฐานทัพ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีส้มกระพริบถี่ๆ ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติส่งเสียงแจ้งเตือนด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ
*[เตือนภัย! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานควอนตัมภายในอาคาร... มีผู้บุกรุกผ่านเกราะป้องกันระดับเจ็ดเข้ามาโดยไม่ทราบสาเหตุ]*
เอลาร่าผุดลุกขึ้นยืนทัน องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมห้องต่างพากันปรากฏกายขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงกรีดร้องระרวาย
เรนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นิ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ รอยยิ้มเยือกเย็นยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตกใจ
ประตูห้องบัญชาการที่หนาเตอะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางหมอกควันสีขาวที่พวยพุ่งมาจากระบบทำความเย็น ร่างเงาดำทมิฬร่างหนึ่งก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างมั่นคง ฝีเท้าที่กระทบกับพื้นกระจกส่งเสียงก้องกังวานไปทั่วห้อง
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... หัวหน้ากิลด์ผู้ไร้พ่าย" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้น พร้อมกับที่หมอกควันจางลงเผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน
เรนหรี่ตามองบุคคลตรงหน้าอย่างพิจารณา ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีดำสนิท ดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดทับด้วยผ้าคาดสีขาวที่มีสัญลักษณ์ลึกลับสลักอยู่ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ไอพลังงานออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น เป็นพลังงานชนิดเดียวกับที่อยู่ภายใน "เกทปฐมกาล" ที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้
บุคคลลึกลับผู้นั้นยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโยนวัตถุก้อนกลมชุ่มเลือดลงมาแทบเท้าของเรน วัตถุก้อนนั้นกลิ้งไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเรนพอดี และเมื่อเรนก้มลงมองชัดๆ หัวใจของเอลาร่าก็แทบจะหยุดเต้น—มันคือศีรษะของผู้นำกิลด์ "ดราก้อนฟาง" ที่เพิ่งขาดการติดต่อในเกทไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว!
"ของขวัญต้อนรับการเปิดตัวของท่านครับ... หวังว่ามันคงจะถูกใจผู้บุกเบิกยุคใหม่อย่างท่านนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดครับ
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 30
รอยแยกที่ใหญ่ขึ้น
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!