เสียงปะทะของโลหะหนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงบัญชาการใต้ดินชั้นลึกที่สุด แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดของเวทมนตร์อัดประจุทำให้ฝุ่นผงจากเพดานคอนกรีตเสริมเหล็กโปรยปรายลงมาดั่งหิมะสีเทา ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีเพียงจุดเดียวที่กาลเวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง
เรนยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งไขว้หลัง อีกข้างถือดาบคาตานะเล่มเรียวที่ไร้รอยขีดข่วน คมดาบอาบไล้ด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากวงจรเวทมนตร์ที่ยังคงหมุนวนอยู่ใต้พื้นรองเท้า แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนลงบนนัยน์ตาสีดำสนิทที่ราบเรียบราวกระจกเงาไร้ระลอกคลื่น เบื้องหน้าของเขาคือร่างมหึมาของปีศาจจากต่างมิติที่มีรหัสพันธุกรรมตรงกับอดีตสหายผู้ทรยศเมื่อสามปีก่อน
*[คำเตือน: ระบบตรวจพบค่าพลังงานความโกรธในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แนะนำให้เพิ่มอัตราการขับเคลื่อนมานาเพื่อการกำจัดที่เด็ดขาด]*
เสียงแจ้งเตือนสังเคราะห์จากระบบ AI ดังขึ้นในโสตประสาทของเรนอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นหาได้ทำให้จังหวะการหายใจของเขาแปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
"สามปี... แกยังคงใช้วิธีการสกปรกในการซ่อนตัวอยู่หลังเงาของสัตว์ประหลาดพวกนี้สินะ" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้อง ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต
ร่างของปีศาจตรงหน้าซึ่งบัดนี้มีเงาซ้อนทับกับใบหน้าของมนุษย์ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขา ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอด้วยความเกรี้ยวกราด มันเหวี่ยงกรงเล็บขนาดมหึมาที่อัดแน่นด้วยพลังงานความมืดพุ่งเข้าใส่รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด แรงลมจากการโจมตีฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมสูง
เรนไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง เขารอจนกระทั่งคมกรงเล็บอยู่ห่างจากใบหน้าเพียงคืบ ดวงตาดำสนิทจึงกะพริบลงช้าๆ ครั้งหนึ่ง
*ฉับ!*
เงาสะท้อนของแสงสีฟ้าพาดผ่านความมืดอย่างรวดเร็วดั่งภาพลวงตา ร่างมหึมาของปีศาจชะงักกึก กรงเล็บที่หมายปลิดชีพหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนที่รอยตัดเรียบเนียนจะปรากฏขึ้นที่ข้อต่อ แขนข้างนั้นร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดแก้วหู
"ความเร็วในการประมวลผลของแกร่วงลงไปเยอะนะ..." เรนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ รองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "หรือเพราะว่าการไม่มีอำนาจอยู่ในมือ มันทำให้สมองของแกฝ่อลงด้วยล่ะ?"
เอลาร่า ซึ่งกำลังรัวนิ้วลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมที่มุมห้อง หันมามองสถานการณ์แวบหนึ่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะกล่าวรายงานผ่านระบบสื่อสารภายในด้วยน้ำเสียงร้อนรนเล็กน้อย "นายท่านครับ สัญญาณรบกวนจากภายนอกกำลังเพิ่มสูงขึ้น กิลด์พันธมิตรที่เราคาดว่าจะมาสมทบถูกสกัดกั้นไว้ที่แนวป้องกันชั้นที่สามแล้วครับ แรงดันมานาที่ฐานศัตรูพุ่งสูงเกินขีดจำกัด ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด"
เรนเหลือบสายตาไปมองจอภาพหลักที่แสดงแผนผังทั่วทั้งสนามรบ รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ปล่อยให้พวกมันพยายามไปเอลาร่า... สงครามไม่ได้ตัดสินกันที่ใครมีกำลังพลมากกว่า แต่ตัดสินกันที่ใครถือไพ่ใบสุดท้ายต่างหาก" เรนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างที่กำลังสั่นเทาของอดีตผู้ทรยศ คมดาบในมือชี้ตรงไปยังลำคอของอีกฝ่าย "ลุกขึ้นมา... วันนี้ฉันจะแสดงให้เห็นว่า การถูกลบออกจากสารบบโลกใบนี้ มันมีความรู้สึกอย่างไร"
ปีศาจตนนั้นหัวเราะออกมาด้วยเสียงแหบพร่าและบิดเบี้ยว ร่างกายของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เส้นเลือดสีดำปูดโปนทั่วผิวหนัง ดวงตาส สีแดงฉานจ้องมองเรนด้วยความอาฆาตมาดร้าย "แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ เรน? แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งในกระดานที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้เท่านั้น!"
*ตูม!*
แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นจากร่างของศัตรู แรงอัดกระแทกทำลายผนังคอนกรีตโดยรอบจนพังทลายลงมาเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ บดบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด เอลาร่าส่งเสียงร้องเตือนด้วยความตกใจเมื่อระบบตรวจพบการปล่อยคลื่นพลังงานทำลายล้างวงกว้าง
เมื่อฝุ่นควันจางลง เรนยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางหลุมระเบิด เสื้อคลุมสีดำของเขาไหวตามแรงลมเล็กน้อย ร่างของศัตรูแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำและค่อยๆ จางหายไปในอากาศ เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ตกอยู่บนพื้น—แผ่นดิสก์ข้อมูลสีเงินวาววับที่สลักตราสัญลักษณ์ของกิลด์เก่าของเขา
เรนก้มลงหยิบแผ่นดิสก์นั้นขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย
"น่าประทับใจ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהพึมพำกับตัวเอง "พวกมันยังคงเก็บข้อมูลของฉันไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ"
ทว่า ในวินาทีที่เรนกำลังจะส่งแผ่นดิสก์ให้เอลาร่าทำการถอดรหัส แสงไฟทั่วทั้งห้องบัญชาการที่ควรจะเป็นสีฟ้า กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกันนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังขึ้นจนแสบแก้วหู
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลจากบุคคลภายนอก... รหัสผ่านที่ใช้ตรงกับโปรโตคอลลับระดับสูงสุดของคุณเอง...]*
เรนขมวดคิ้วเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบวันนี้ ดวงตาสีดำสนิทเบนกลับไปมองที่หน้าจอหลักซึ่งปรากฏภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องนิรภัยใต้ดินชั้นที่ลึกยิ่งกว่า... ชั้นที่แม้แต่เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงตามลำพัง
ภาพบนจอแสดงร่างของใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บ "เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์" ต้นกำเนิดพลังทั้งหมดของกิลด์ไร้พ่าย ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมฮู้ดสีดำสนิทอำพรางใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เรนต้องชะงักค้างไปคือ... ปลอกแขนข้างซ้ายที่สวมอยู่ เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวที่เขามอบให้กับ "ผู้ช่วยคนสนิท" เพียงคนเดียวที่หายสาบสูญไปก่อนที่กิลด์จะล่มสลาย
เอลาร่าหน้าถอดสี มือที่กำลังพิมพ์แป้นพิมพ์หยุดชะงักลงทันที "นายท่าน... นั่นมัน..."
เรนหรี่ตาลงมองภาพบนจออย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่บุคคลในภาพจะเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย และริมฝีปากที่ขยับกล่าวคำพูดไร้เสียงผ่านกล้องวงจรปิด—*ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... หัวหน้า*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันครับ
- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่ -
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 39
สงครามที่ไม่มีวันจบ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!