หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามภายในห้องบัญชาการหลักของกิลด์เซโร่เมทริกซ์กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตัวเลขค่าพลังงานมานาทั่วโลกดิ่งฮวบลงราวกับกราฟหุ้นของบริษัทที่กำลังล้มละลาย
เรนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตาเดียว
นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนโต๊ะทำงานกระจกคริสตัลเป็นจังหวะสามครั้ง—เสียงนั้นหนักแน่นและควบคุมจังหวะหัวใจของทุกคนในห้องให้เต้นตามได้อย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นจุดเยือกแข็ง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดังเกินไป แม้แต่เอลาร่าที่ปกติจะมีความสุขุมเยือกเย็นเป็นเลิศ ก็ยังเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ท่านเรนครับ... ค่าความหนาแน่นของรอยแยกมิติที่เขตสามพุ่งทะลุเพดานการวัดผลไปแล้วครับ ระบบเซนเซอร์กำลังจะไหม้" เสียงของเอลาร่าสั่นเล็กน้อย แต่มือของเธอยังคงรัวแป้นพิมพ์ป้อนคำสั่งเพื่อกางบาตรป้องกันรอบฐานบัญชาการอย่างไม่หยุดยั้ง
เรนไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีดำสนิทลวดลายวงจรเวทมนตร์สีเงินไหวตามการเคลื่อนไหว ดวงตาสีรัตติกาลมองผ่านกระจกใสบานยักษ์ที่มองออกไปเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนของมหานคร
ท้องฟ้า... ที่บัดนี้กำลังฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ
รอยแยกสีม่วงเข้มขนาดมหึมาแผ่ขยายปกคลุมผืนฟ้า ราวกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเทพเจ้าผู้เกรี้ยวกราด แรงโน้มถัดจากมิติเบื้องบนกดทับจนพื้นคอนกรีตด้านล่างเริ่มแตกร้าวเป็นลายงา เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงแก่นโลกดังสนั่นหวั่นไหว สิ่งที่กำลังร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ดาวตก แต่มันคือทัพหน้าของ "กองทัพจากมิติที่หนึ่ง" ผู้เป็นเจ้าของต้นกำเนิดของระบบเมทริกซ์ทั้งหมดที่มนุษยชาติเคยคิดว่าตนเองเป็นผู้ครอบครอง
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในรัศมีการป้องกันชั้นที่หนึ่งครับเอลาร่า" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นของนักคำนวณที่กำลังมองหมากบนกระดาน
"แต่ว่า... กำลังพลของเรายังเตรียมการไม่ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะครับท่านเรน ถ้าปะทะกันตรงๆ ตอนนี้ ความเสียหายอาจจะเกินกว่าที่เราจะรับไหว" เอลาร่าแย้งขึ้น ดวงตาคู่นั้นฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ความเสียหายคือต้นทุนในการทำธุรกิจครับเอลาร่า" เรนหันกลับมามองเธอ มุมปากยกยดขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "กิลด์เก่าของผมเคยสอนผมไว้อย่างหนึ่ง... ว่าคนเราจะเติบโตได้ ก็ต่อเมื่อต้องก้าวข้ามซากศพของความล้มเหลว แต่วันนี้ เราจะไม่เป็นซากศพนั้น เราจะเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากซากศพของพวกมันต่างหาก"
สิ้นคำพูดของเรน ท้องฟ้าเบื้องบนก็สว่างวาบด้วยแสงสีเลือด
อุกกาบาตขนาดยักษ์นับร้อยลูกพุ่งแหวกชั้นบรรยากาศลงมา แรงกระแทกมหาศาลทำให้เกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง อาคารสูงระฟ้าในรัศมีสิบกิโลเมตรพังทลายลงมาในพริบตาเดียว ฝุ่นควันและคราบเขม่าสีดำคละคลุ้งไปทั่วทัศนียภาพ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดไม่ใช่การทำลายล้างทางกายภาพ... แต่มันคือ "สิ่งมีชีวิต" ที่ก้าวเดินออกมาจากหลุมอุกกาบาตเหล่านั้น
พวกมันคือนักรบเกราะสีดำทมิฬ สูงใหญ่กว่ามนุษย์ปกติถึงสองเท่า มือถือศาสตราวุธที่เปล่งประกายแสงสีแดงฉาน ดวงตาส่องประกายความกระหายเลือดภายใต้หน้ากากเหล็กไร้ใบหน้า กลิ่นอายพลังกดดันระดับเทพเจ้าแผ่ซ่านออกมาจนฮันเตอร์แรงค์ S หลายคนที่ประจำการอยู่แนวหน้าถึงกับเข่าทรุดกระอักเลือดออกมาคำโต
"นั่น... มันตัวอะไรกันวะเนี่ย..." เสียงของหัวหน้าหน่วยจู่โจมกิลด์อื่นที่ถอยร่นเข้ามาขอความช่วยเหลือดังขึ้นด้วยความสิ้นหวังผ่านวิทยุสื่อสาร "พลังเวทของพวกมัน... มันเหนือกว่ามอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติเสียอีก!"
"อย่าตื่นตระหนกครับ" เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดของเรนดังแทรกเข้ามาในช่องสัญญาณฉุกเฉินทุกช่องของเครือข่ายฮันเตอร์ทั่วโลก "ทุกคนถอยกลับมาอยู่ในแนวป้องกันที่กิลด์เซโร่จัดสรรไว้ ใครที่ฝ่าฝืนคำสั่ง... ถือว่าสละสิทธิ์ในการรับความคุ้มครอง และจะถูกจัดให้อยู่ในฐานะเป้าหมายอันตรายเช่นเดียวกับผู้รุกราน"
น้ำเสียงที่เยือกเย็นและไร้ความปรานีนั้นไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกแย่ ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความมั่นใจประหลาดท่ามกลางความโกลาหล ฮันเตอร์นับหมื่นชีวิตที่กำลังแตกตื่นเริ่มจัดระเบียบและถอยร่นเข้าสู่แนวป้องกันของกิลด์เซโร่เมทริกซ์อย่างรวดเร็ว ตามแผนการที่ถูกซักซ้อมมาอย่างดีเยี่ยมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
เรนยืนกอดอกมองภาพความโกลาหลเบื้องล่างผ่านหน้าจอฮอโลแกรมด้วยแววตานิ่งสงบ
"ท่านเรนครับ ตรวจพบสัญญาณพลังงานระดับสูงมากกำลังพุ่งตรงมาที่ห้องบัญชาการของเราครับ!" เอลาร่าร้องเตือน เสียงของเธอขาดหายไปชั่วขณะเมื่อแรงสั่นสะเทือนระดับเก้าเขย่าอาคารจนเสาหลักส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาร์ด
ตูม!
ผนังกระจกนิกร้าหนาพิเศษด้านหลังห้องบัญชาการระเบิดออกเป็นจุล เศษแก้วกระจายว่อนกลางอากาศ ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทที่แผ่ไอความมืดทมิฬก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นห้อง เสียงเกราะกระทบพื้นเหล็กดังสะท้อนก้องกังวาน บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ผู้รุกรานจากมิติที่หนึ่ง... ก้าวเข้ามาถึงตัวเรนแล้ว
เรนค่อยๆ ลดแขนที่กอดอกลง ปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่บนไหล่เสื้อเบาๆ เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติที่ทรงพลังที่สุดตนนั้น มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของเราครับ... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ"
เรนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับเจ้าบ้านผู้มีอัธยาศัยดี พร้อมกันนั้น นิ้วมือข้างขวาของเขาก็กดลงบนปุ่มสีแดงขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานอย่างเงียบเชียบ...
แสงไฟสีแดงทั่วทั้งฐานบัญชาการดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบจากวงจรเวทมนตร์นับล้านเส้นที่ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของปีศาจจากต่างมิติ และเสียงระบบAIที่ดังขึ้นในหัวของเรนก็ทำให้รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นถึงขั้วหัวใจ: *[ตรวจพบรหัสพันธุกรรมเป้าหมาย... ตรงกับผู้ทรยศที่เคยลบข้อมูลของคุณเมื่อสามปีก่อน กำลังเริ่มกระบวนการล้างบางเต็มรูปแบบ]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับแผนการครั้งนี้ด้วยกันนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 38
หายนะจากฟากฟ้า
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!