เสียงเหล็กกระทบกันในห้องโถงใต้ดินของซากปรักหักพังแห่งโอลิมปัสไม่ได้ดังสะท้อนด้วยความฮึกเหิมของชัยชนะ ทว่ามันคือเสียงแห่งการสลายตัวของพันธสัญญา
เรนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลาสีนิล แสงสีฟ้าอ่อนจากระบบเมทริกซ์สะท้อนลงบนนัยน์ตาสสีนิลที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่ารอบกายของเขาในเวลานี้จะถูกรายล้อมด้วยเหล่านักรบจากกิลด์พันธมิตรทั้งเจ็ด ที่เวลานี้ต่างพากันลดอาวุธลงครึ่งหนึ่ง พร้อมกับรอยยิ้มเยдяที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงาหมวกเหล็ก
"เจ้าน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้นะ, เรน"
เสียงทุ้มต่ำของ 'บารอน' ผู้นำกิลด์อัคคีทมิฬดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาควงหอกยาวในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมปลาบมองร่างของชายหนุ่มผู้สร้างกิลด์ไร้พ่ายด้วยแววตาสมเพชแกมหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ และในเมื่อดันเจี้ยนระดับ S-Rank แห่งนี้กำลังจะล่มสลาย... การเก็บแก่นพลังทั้งหมดไว้ที่เจ้าคนเดียว คงเป็นความเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อย"
เรนไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ บนหน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งแสงที่ปรากฏอยู่กลางอากาศ ข้อมูลอัตราการไหลของมานาในดันเจี้ยนกำลังลดฮวบลงอย่างมีนัยสำคัญ ระบบวิเคราะห์เบื้องหลังกำลังแจ้งเตือนสีแดงฉาน—*ความผิดพลาด: ขาดการเชื่อมต่อจากโหนดพันธมิตรภายนอก*
เอลาร่าที่ยืนอยู่เบื้องขวา ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งความตื่นตระหนกเช่นกัน มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างน่าประหลาดใจ เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศประจำวัน
"ฉันเตือนคุณแล้วว่าโครงสร้างความภักดีของพวกเขามันเปราะบางยิ่งกว่ากระจกเคลือบน้ำตาล, นายท่าน" เอลาร่าเหลือบสายตาไปยังกลุ่มคนด้านหลัง "แต่คุณก็ยังเลือกที่จะแบ่งปันทรัพยากรระดับสูงให้พวกเขาก่อนกำหนดถึงสามวัน"
"บางครั้ง... คนเราก็ต้องยอมจ่ายด้วยเหยื่อชิ้นใหญ่ เพื่อให้สุนัขป่าแสดงสันดานที่แท้จริงออกมาให้Sกหมดจด" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างลดอุณห็ภูติลงอย่างฮวบฮาบ
บารอนขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกไม่สบายใจแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าทีที่สุขุมเกินไปของหัวหน้ากิลด์ซีโร่ เขาส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องกระชับอาวุธเข้ามาใกล้ขึ้น "เลิกทำเป็นเก่งได้แล้ว! ตอนนี้บาเรียของดันเจี้ยนปิดตาย ระบบเกาล์ดของพวกแกถูกตัดขาดจากฐานใหญ่ภายนอก เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคุกเข่าแล้วมอบสิทธิ์การควบคุมระบบเมทริกซ์ให้พวกข้าซะ!"
เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของเรน เป็นเสียงที่ราบเรียบ ไร้ความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้เหล่ามือสังหารระดับท็อปที่ยืนอยู่ด้านหลังบารอนถึงกับสันหลังวาบ
"พวกท่านคิดจริงๆ หรือว่า... สิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่ในตอนนี้ เป็นแผนการที่พวกท่านคิดขึ้นมาเอง?"
เรนค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับพันธมิตรทรยศ ดวงตาคู่สีนิลกวาดมองทีละคนอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับนายแพทย์กำลังผ่าตัดดูเนื้อร้าย "การที่กิลด์อัคคีทมิฬ กิลด์พายุคลั่ง และอีกห้ากิลด์ สามารถเคลื่อนกำลังพลเข้ามาปิดล้อมชั้นที่ห้าสิบได้พร้อมเพรียงกันในเวลาที่ระบบป้องกันหลักกำลังดาวน์พีก... มันต้องใช้การประสานงานระดับสูงมาก"
ใบหน้าของผู้นำกิลด์พายุคลั่งกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว เขาเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว "แก... หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... ข้าเป็นคนเปิดประตูให้พวกท่านเข้ามาเองยังไงล่ะครับ"
คำตอบนั้นทำให้ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ บารอนชะงักค้างไป หอกในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น สมองของเขากำลังประมวลผลข้อความเมื่อครู่ด้วยความตื่นตระหนก "บ้านน่า... แกจงใจปล่อยให้พวกเราล้อมงั้นรึ? แกบ้าไปแล้วหรือไง! นี่คือดันเจี้ยนระดับ S นะ!"
"ดันเจี้ยนระดับ S สำหรับพวกท่าน อาจเป็นสุสานที่ไม่มีวันได้กลับออกไป..." เรนก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ทีละก้าว รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นหินกังวานก้อง ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังเดินถอยหลัง "แต่สำหรับกิลด์ซีโร่แล้ว... มันคือห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่ใช้คัดกรองขยะออกจากระบบนิเวศน์ของกิลด์"
สิ้นเสียงของเรน หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าทั่วทั้งห้องโถงก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที!
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเหล่านักรบพันธมิตรเริ่มเรืองแสงสีส้มขึ้นมาเป็นลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน กลไกเวทมนตร์โบราณที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นห้องถูกปลุกให้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ บาเรียเวทมนตร์สีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน ล้อมรอบตัวของกลุ่มผู้ทรยศเอาไว้ทั้งหมดในพริบตา
"เกิดอะไรขึ้นวะ! ทำไมเวทมนตร์เคลื่อนย้ายใช้งานไม่ได้!"
"ระบบล็อกอิน! ระบบล็อกอินของฉันถูกปฏิเสธ!"
เสียงโวยวายด้วยความตื่นตระหนกดังระเบ้อร, เหล่านักรบผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือต่างพยายามใช้ทักษะโจมตีใส่บาเรียสีดำ แต่การโจมตีเหล่านั้นกลับสลายกลายเป็นเพียงละอองแสงอย่างไร้ความหมาย บารอนหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เขาหันกลับมามองหน้าเรนด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างแท้จริง
"แก... แกวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้วสินะ..." บารอนกัดฟันกรอด เสียงสั่นเทาด้วยความโกรธและสิ้นหวัง "แกจงใจสร้างพันธมิตรปลอมๆ นี้ขึ้นมา เพื่อรวบรวมพวกเรามากวาดล้างทีเดียวในคราวเดียว!"
เรนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าบาเรีย ห่างจากบารอนเพียงแค่เอื้อมมือ เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สุภาพและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่ชายคนนี้เคยแสดงออกมา
"ความไว้วางใจ เป็นสิ่งที่มีค่าเกินกว่าจะมอบให้คนที่พร้อมจะแทงข้างหลังได้ตลอดเวลา... ข้าแค่ให้โอกาสพวกท่านได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว และพวกท่านก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ"
เรนยกมือขึ้นเหนืออากาศเบื้องหน้า เอลาร่าส่งแผ่นบันทึกข้อมูลสีทองให้เขาอย่างรู้ใจ เรนรับมันมาถือไว้ก่อนจะกดลงบนแผงควบคุมหลักของเมทริกซ์
"ลากرนะครับ... เหล่าพันธมิตรผู้ซื่อสัตย์ของข้า"
ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานจากพื้นดินก็พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดันเจี้ยนชั้นที่ห้าสิบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องจากความมืดมิดเบื้องล่างดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาสრสีดำมหึมาที่กำลังแหวกว่ายขึ้นมาจากห้วงเหวเบื้องล่าง—สิ่งมีชีวิตระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ใต้เมทริกซ์ ซึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยคำสั่งของเรนเอง
ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ในความมืดค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมเพรียงกัน และเป้าหมายแรกของพวกมัน... คือกรงขังที่เหล่านักรบพันธมิตรยืนอยู่
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดครับ
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 33
การทรยศครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!