"เสียงกรีดร้องนั่น... ไพเราะกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ เอลาร่า"
เรนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของระเบียงหินปูนชั้นที่สามของดันเจี้ยนระดับ S 'สุสานราชันอัคคี' เบื้องล่างคือทะเลเพลิงที่กำลังแผดเผาร่างของเหล่านักผจญภัยจากกิลด์ 'เบรฟฮาร์ท' กิลด์ใหญ่อันดับสามของประเทศ ที่กำลังวิ่งหนีตายอย่างไร้ระเบียบ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของบอสประจำชั้น 'เบฮีมอธเพลิงกัลป์'
เขายืนไขว้หลัง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงสีส้มแดงจากเปลวเพลิงเบื้องล่าง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มของนักล่าที่กำลังจิบไวน์ชั้นดีในขณะที่ชมละครสัตว์
เอลาร่าขยับแว่นสายตา เลื่อนนิ้วเรียวยาวไปบนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ฉายข้อมูลสถิติและการเคลื่อนไหวของบอสอย่างละเอียด เธอป้อนข้อมูลตัวเลขที่ร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบแต่แฝงความนับถือ
"กิลด์เบรฟฮาร์ทใช้กำลังพลระดับแนวหน้าถึงห้าสิบคนในการเปิดทางครับนายท่าน... อัตราการสูญเสียปัจจุบันอยู่ที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ดูเหมือนว่าข้อมูลที่เราได้มาจากตลาดมืดเมื่อวานนี้ จะแม่นยำจนน่าตกใจทีเดียว"
"ไม่ใช่เพราะข้อมูลแม่นยำหรอกครับเอลาร่า" เรนหันกลับมามองหน้าคู่คิดมือขวา ดวงตาคู่นั้นลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง "แต่เป็นเพราะความโลภและความโง่เขลาของมนุษย์ต่างหาก ที่คาดเดาได้ง่ายที่สุด พวกมันคิดว่าการเป็นกิลด์ใหญ่จะทำให้เอาชนะทุกอย่างได้ด้วยกำลังพล โดยหลงลืมไปว่า... ดันเจี้ยนระดับ S ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้พิชิตด้วยความกล้าบ้าบิ่น แต่มีไว้เพื่อกลืนกินพวกมัน"
ในอดีต เรนเคยเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในกิลด์ใหญ่ ถูกทรยศและทิ้งให้เผชิญความตายลำพังในดันเจี้ยน เพียงเพราะเขาหมดประโยชน์ในฐานะ 'ผู้ใช้ระบบวิเคราะห์' แต่ในวันนี้ กระดานหมากล้อมนี้เปลี่ยนมือมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว กิลด์ 'ซีโร่ เมทริกซ์' ของเขาจะไม่ยอมเสียเลือดเนื้อโดยใช่เหตุเด็ดขาด ให้พวกมันไปตายเบิกทาง เพื่อที่เขาจะได้เก็บเกี่ยวกำไรสูงสุดจากซากปรักหักพัง
เบื้องล่าง โล่เวทมนตร์ของแนวหน้ากิลด์เบรฟฮาร์ทแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ หัวหน้าหน่วยจู่โจมแผדเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะถูกอุ้งเท้ามหึมาของเบฮีมอธเหยียบย่ำจนจมดิน เลือดสีสดสาดกระเซ็นเคลือบผนังถ้ำหินอัคคี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นกำมะถัน
เรนยกมือขึ้นแตะคาง สังเกตการณ์เคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของสัตว์อสูรระดับตำนานตัวนั้น
"สังเกตเห็นไหมครับเอลาร่า? ทุกครั้งที่เบฮีมอธใช้สกิล 'คลื่นอัคคีคลั่ง' เปลวเพลิงที่พ่นออกมาทางปากจะลดความเข้มข้นลงสามวินาที บริเวณรอยต่อของเกล็ดใต้คาง... นั่นคือจุดบอดที่เกิดจากการคืนสภาพของมานา"
เอลาร่าบันทึกภาพและเสียงลงในระบบทันที สายตาของเธอมองนายเหนือหัวด้วยความทึ่ง "สามวินาที... เวลาสั้นมากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับท่านเรน มันคือหน้าต่างแห่งโอกาสในการปลิดชีพครับ"
"ถูกเผงเลยครับ" เรนหรี่ตาลงเล็กน้อย "แต่เรายังไม่จำเป็นต้องลงมือตอนนี้ ปล่อยให้กิลด์ 'ไททันฟอร์จ' ที่แอบซุ่มอยู่ด้านหลังทางเข้า เข้ามาแจมปาร์ตี้สนุกลงทุนนี้ด้วยดีกว่าครับ ความโลภมักจะมองไม่เห็นกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีตเสมอ"
สิ้นคำพูดของเรน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่บริเวณอุโมงค์ทางเข้าด้านหลัง กลุ่มนักรบเกราะหนักหุ้มเวทมนตร์นับสิบคนพุ่งทะยานเข้าสู่สนามรบด้วยความฮึกเหิม โดยไม่รู้ตัวเลยว่า พวกเขากำลังเดินเข้าสู่กรงขม
เรนหมุนตัวกลับหลัง เดินเข้าสู่ความมืดของอุโมงค์ลึกที่เชื่อมต่อไปยังห้องสมบัติลับ ชั้นที่สี่ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของการกวาดล้างครั้งนี้ โดยปล่อยให้กิลด์แนวหน้าทั้งสองแห่งฆ่าฟันกันเองและตัดทอนกำลังของบอสจนกว่าจะถึงขีดจำกัด
การเดินทางผ่านทางเดินหินโบราณเป็นไปอย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งสองก้องสะท้อนไปมา เอลาร่าเดินตามหลังเรนในระยะที่เหมาะสม เธอเปิดแผนที่สามมิติที่ประมวลผลจากเรดาร์ตรวจจับพลังงานเวทมนตร์
"นายท่านครับ ระบบตรวจพบความผิดปกติของมานาในห้องโถงชั้นที่สี่... มันไม่ใช่พลังงานของบอสหรือสัตว์อสูรทั่วไป แต่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ 'ระบบรีจิสทรี' ที่ถูกใช้ในกิลด์เก่าของท่านเมื่อสามปีก่อนครับ"
เรนชะงักฝีเท้าทันที ร่างกายหยุดนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันหรี่แคบลง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเอลาร่ารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
กิลด์เก่าของเขา... กิลด์ที่ทำลายชีวิตและศักดิ์ศรีของเขา ยื่นมือมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? หรือว่าการปรากฏตัวของเบฮีมอธในวันนี้ จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญตั้งแต่แรก?
ก่อนที่เรนจะได้ทันวิเคราะห์สมมติฐานใหม่ แสงไฟสีแดงฉานจากคริสตัลโบราณบนผนังอุโมงค์ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันทุกดวง เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดมหึมาหมุนวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของปีศาจจากขุมนรก
*คลิก... กริ๊ก... ตึง!*
ทางออกเบื้องหน้าถูกปิดตายด้วยประตูศิลาหนาเตอะนับสิบตัน ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็กำลังดังขึ้นจากทางด้านหลังและด้านหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดดังสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักต้อนรับการกลับมานะ... เรนเพื่อนเก่า นายคิดจริงๆ หรือว่าการเดินหมากทุกตาของนาย จะไม่มีใครมองเห็นตั้งแต่แรกบนกระดานนี้?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผมมาโดยตลอดนะครับ
**- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่**
เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย•ตอนที่ 15
การวางหมากในวิกฤต
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดอะ ซีโร่ เมทริกซ์: แผนวิวัฒน์กิลด์ไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!