"ถ้าอาจารย์ยังดึงดันจะแบกรับแผ่นยันต์ธรณีสูบชิ้นนั้นไว้คนเดียว เกรงว่าตราบาปเมื่อสิบปีก่อนคงไม่ได้ถูกชำระหรอกครับ... แต่มันจะฝังร่างอาจารย์ให้จมดิ่งลงไปในสุสานวิญญาณแห่งนี้เสียก่อน"
น้ำเสียงของรินทร์ราบเรียบ แต่มันกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงโบราณ กลิ่นอายของธูปหอมที่มอดไหม้จนเหลือเพียงควันสีเทาบางเบายังคงลอยอลวน ท่ามกลางแสงสลัวจากเปลวเทียนที่สั่นไหวตามแรงลมภายนอก หน้าต่างไม้สักเก่าคร่ำคร่าถูกแง้มไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อระบายไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากลานพิธีด้านนอก
อาจารย์จันทร์เจ้าชะงักมือที่กำลังจะหยิบมีดอาคมลงบนแท่นพิธี ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักฉายแววเยือกเย็นและมั่นคง บัดนี้กลับไหววูบอย่างปิดไม่มิด เงาสะท้อนจากเปลวเทียนในดวงตาคู่นั้นสั่นระริก ราวกับภาพความทรงจำอันเจ็บปวดกำลังย้อนกลับมาทับถม
"เธอไม่เข้าใจหรอก รินทร์..." เสียงของอาจารย์จันทร์เจ้าแผ่วเบaจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจ "หนี้กรรมครั้งนั้น... คนที่ควรชดใช้ด้วยชีวิตในคืนเดือนเพ็ญนี้ ไม่ใช่ดวงวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้น แต่คือฉันเอง"
รินทร์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เด็กหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นพิธีอีกสองก้าว ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวผู้เป็นทั้งอาจารย์และคู่คิด ไหวพริบระดับสูงที่ถูกขัดเกลาผ่านคดีลี้ลับมานับไม่ถ้วนบอกเขาว่า หากปล่อยให้อาจารย์จมอยู่กับความรู้สึกผิดนี้ เธอจะกลายเป็นฝ่ายถูกวิญญาณอาฆาตกลืนกินเสียเอง
"เลิกพูดจาโศกนาฏกรรมโบราณแบบนั้นสักทีเถอะครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยเพื่อลดทอนบรรยากาศอันตึงเครียด "สิบปีก่อน อาจารย์อาจจะยังเด็กและพลาดพลั้งปล่อยให้พิธีกรรมผิดพลาดจนตระกูลต้องแปดเปื้อน แต่นั่นมันเรื่องของเด็กหญิงวัยสิบขวบครับ ไม่ใช่ภาระของเซียนปราบผีระดับแนวหน้าในปัจจุบัน"
"รินทร์!" อาจารย์จันทร์เจ้าตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ แต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นกลับสั่นเทา
"ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ" รินทร์ปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวจนได้กลิ่นอายจางๆ ของดอกจันทน์กะพ้อที่ติดตัวหญิงสาวมาเนิ่นนาน มือเรียวยื่นออกไปคว้าข้อมือที่กำลังสั่นเทาของอาจารย์ไว้เบาๆ ไม่ให้เธอหยิบมีดอาคมเล่มนั้นขึ้นมาได้ "มองหน้าผมสิครับ... ระบบบันทึกคดีในหัวผมบอกไว้อย่างชัดเจนว่า อัตราการรอดชีวิตของอาจารย์ในคืนนี้จะเป็นศูนย์ ถ้าอาจารย์ยังคิดจะใช้ตัวเองเป็นเครื่องสังเวยเพื่อไถ่บาปให้คนตาย"
สัมผัสอุ่นจากมือของเด็กหนุ่มส่งผ่านไปยังผิวเนื้อที่เย็นเฉียบของอาจารย์จันทร์เจ้า ราวกับกระแสไฟอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดของเด็กหนุ่มผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวคนนี้ ความแข็งกร้าวที่เธอใช้ปกป้องตนเองมาตลอดสิบปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที
หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วงอยู่ที่หน่วยตาคู่สวย ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของรินทร์เงียบๆ
"มันเจ็บปวดมากนะ... รินทร์" เสียงที่เคยหนักแน่นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ภาพวันที่ท่านพ่อและทุกคนในสำนักต้องดับสูญต่อหน้าต่อตาเพราะความประมาทของฉัน... เสียงกรีดร้องพวกนั้น... มันไม่เคยจางหายไปไหนเลย ทุกครั้งที่ฉันหลับตา ฉันยังคงได้กลิ่นคาวเลือดและควันธูปในคืนนั้น..."
รินทร์ไม่เอับคำพูดใดขัดจังหวะ เขาเพียงแต่ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะสวมกอดร่างที่กำลังสั่นเทานั้นไว้อย่างนุ่มนวล เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มยอมลดทอนท่าทีเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากลงเหลือเพียงความอบอุ่นจริงใจ ไออุ่นจากร่างกายของรินทร์โอบล้อมร่างของอาจารย์จันทร์เจ้าไว้ ราวกับโล่กำบังอันแข็งแกร่งที่คอยปัดเป่าลมหนาวเหน็บแห่งอดีตให้พ้นทาง
"ผมรู้ครับ..." รินทร์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ "แต่ปัจจุบันนี้ อาจารย์ไม่ได้เดินอยู่คนเดียวแล้วนะครับ... ลืมตาขึ้นมามองรอบตัวสิครับ ยังมีผม... มีคดีที่เราต้องสะสางด้วยกัน และมีอนาคตที่เราต้องก้าวเดินต่อไป"
ในวินาทีนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำภายนอกราวกับสงบลง ปมในใจที่พันEูกันมานานนับทศวรรษของอาจารย์จันทร์เจ้าค่อยๆ คลายตัวออกอย่างช้าๆ ภายใต้สัมผัสและคำพูดที่เปี่ยมด้วยความจริงใจของเด็กหนุ่ม มือเรียวที่เคยกำมีดอาคมแน่น ค่อยๆ แบออกและปล่อยอาวุธชิ้นนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้เสียงดังทึบ
[ติ๊ง! ตรวจพบความสัมพันธ์ของตัวละครหลักยกระดับสู่ขั้น 'พันธะแห่งวิญญาณและหัวใจ']
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: อาจารย์จันทร์เจ้าสลัดหลุดจากพันธนาการแห่งอดีต พลังไสยเวทแท้จริงฟื้นคืน 100%]
[ปลดล็อกทักษะประสานจิตระดับสูง: 'ดาบอัคคีชำระบาป' (Soul-Purifying Flame Blade)]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบบันทึกคดีดังขึ้นในห้วงความคิดของรินทร์ ทว่าในยามนี้เขากลับไม่ได้สนใจตัวเลขค่าประสบการณ์หรือเลเวลที่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้คือจังหวะการเต้นของหัวใจของหญิงสาวในอ้อมกอดที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ พร้อมกับพลังงานไสยเวทอันบริสุทธิ์และทรงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอาจารย์จันทร์เจ้าอีกครั้ง
หญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดของเขาช้าๆ ใบหน้าเนียนใสมีรอยน้ำตาเปื้อนอยู่เล็กน้อย แต่ดวงตากลับประกายแวววาวด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นใจที่หายไปนาน เธอมองหน้ารินทร์ด้วยรอยยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา
"ขอบใจนะ... รินทร์" อาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมาหนักแน่นอีกครั้ง "ดูเหมือนว่าฉันคงต้องติดหนี้บุญคุณเด็กแสบอย่างเธอไปตลอดชีวิตเสียแล้วกระมัง"
"ยินดีเสมอครับ" รินทร์ยิ้มมุมปากกลับคืนมา พร้อมกับยกมือขึ้นแตะปีกหมวกของตนเองเบาๆ "ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะถ้าอาจารย์ตายไปตอนนี้ ใครจะช่วยผมจ่ายค่าอาหารมื้อค่ำล่ะครับจริงไหม"
ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้ม ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้เตรียมตัวทำพิธีชำระล้างดวงวิญญาณครั้งสุดท้าย เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล เสียงเคาะนั้นไม่ได้มาจากบานประตูหลักของห้องโถง แต่มาจาก "หน้าต่าง" บานที่อยู่สูงขึ้นไปชั้นบน ซึ่งไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะปีนขึ้นไปยืนอยู่ได้!
อาจารย์จันทร์เจ้าหันขวับไปมองหน้าต่างบานนั้นทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา ขณะที่รินทร์หรี่ตาลง เลื่อนมือไปแตะซองกระดาษยันต์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว พร้อมกับที่เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระด้างและเย็นเยียบผิดปกติ—
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเข้าใกล้... สิ่งแปลกปลอมที่อยู่นอกเหนือ 'บันทึกคดี' ปรากฏตัวแล้ว]
[เงื่อนไขฉุกเฉิน: ผู้บุกรุกไม่ได้มาจากยมโลก... แต่เป็น 'ผู้เก็บกวาด' จากองค์การลับที่ตามล่าพวกคุณอยู่]
[เป้าหมาย: กำจัดตัวแปรทั้งสองคนให้สิ้นซากภายในรัศมีร้อยเมตร!]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 14
จันทร์เจ้ากับอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!