คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 13

แผนซ้อนแผนของนายตัวดี

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ข้อเสนอนี้ น่าสนใจไม่น้อยเลยนี่ครับ... คุณคหบดีใหญ่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและควันธูปอบอวลเคล้ากับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากมุมห้อง รินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ แสงเทียนสีส้มวับแวมสาดกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาชายวัยกลางคนเบื้องหน้า ซึ่งกำลังสั่นเทาด้วยความโลภและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ รินทร์รู้ดีว่าตระกูล 'บูรพาคีรี' ที่เบื้องหน้าฉาบด้วยความมั่งคั่งและชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เบื้องหลังกลับใช้ไสยเวทสายดำในการกอบโกยและเหยียบย่ำคู่แข่ง และเป้าหมายที่พวกมันหมายปองก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'พลังวิญญาณบริสุทธิ์' ที่เขารวบรวมและฝึกฝนมาตลอดหลายสัปดาห์ "แกอย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะไอ้เด็กหนุ่ม!" เสียงแหบพร่าของท่านนายandองศาลากลางเก่าอย่าง 'เจ้าสัวไพศาล' คคำรามลอดไรฟัน ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งกำตะกรุดทองคำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "แกคิดว่าแกซ่อนมันพ้นสายตาของพวกเราหรือไง? พลังระดับนั้น... มันสมควรอยู่ในมือของผู้มีอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่เด็กกะפือที่เอาแต่จับผีมาเล่นขายของ!" รินทร์หัวנסว์ในลำคอเบาๆ เขายกชาเขียวอุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ราวกับว่าสถานการณ์อันตรายรอบกายที่มีมือปืนรับจ้างและหมอผีฝีมือฉกาจซ่อนตัวอยู่ตามเงาเสา ไม่ได้สร้างความระคายเคืองให้แก่ผิวหนังของเขาแม้แต่น้อย "เล่นขายของอย่างนั้นหรือครับ?" รินทร์วางถ้วยแบล็คทีลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ "น่าเสียดายจังนะครับ ที่สิ่งที่ท่านเจ้าสัวมองว่าไร้สาระ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้พวกท่านดั้นด้นมาหาผมถึงที่นี่... ในหลุมพรางที่ผมขุดรอเอาไว้ด้วยความเต็มใจ" สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของรินทร์ก็เปลี่ยนเป็นความเยียบเย็น ทันใดนั้น แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากพื้นห้อง อักขระโบราณนับร้อยตัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมเปอร์เซียราคาแพงก็เปล่งประกายเจิดจ้า วงยันต์อาคมขนาดยักษ์สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่าที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล "อึก! นี่มันอะไรกันวะ!" เจ้าสัวไพศาลผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ร่างกายถูกกดทับด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่จู่ๆ ก็พุ่งดิ่งลงมาจากเพดาน ไออาคมสีดำที่เจ้าสัวพกติดตัวเพื่อป้องกันตัวแผดเผาจนกลายเป็นควันสีเทา ส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง ในมุมมืดของห้อง เงาร่างสีดำหลายร่างที่ซ่อนตัวอยู่พยายามจะพุ่งเข้ามาช่วยเหลือเจ้านาย แต่ทว่า... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ พร้อมกับหน้าต่างระบบใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา [ระบบบันทึกคดีและชำระล้างวิญญาณ ทำงานสมบูรณ์แบบ] [ตรวจพบเจตนาทุจริตและใช้ไสยเวทละเมิดกฎแห่งเขตอาคมระดับ 4] [เงื่อนไขการเปิดใช้งานกับดัก "คุกเงาสะท้อนบาป" สำเร็จ 100%] [สถานะเป้าหมาย: เจ้าสัวไพศาล และสมุนผู้ติดตาม 6 ราย ถูกตรึงกำลังด้วยสนามพลังวิญญาณ] [ทักษะพิเศษที่เปิดใช้งาน: "เนตรทิพย์สะท้อนกลับ" - สะท้อนผลสะท้อนกรรมและพลังไสยเวททั้งหมดกลับไปยังผู้ใช้] รินทร์ปรายตามองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้เจ้าสัวไพศาลที่ตอนนี้ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความเจ็บปวด อาคมสีดำที่พวกมันภาคภูมิใจกำลังกัดกินร่างของตนเองตามกฎแห่งกรรมที่สะท้อนกลับ "อาจารย์จันทร์เจ้าคงจะบอกท่านแล้วสินะครับ ว่าของบางสิ่ง... ถ้าไม่ใช่ของของเรา ต่อให้พยายามแย่งชิงมาด้วยวิธีสกปรกแค่ไหน มันก็ไม่อาจเป็นของเราได้ตลอดไปหรอกครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วกระดูก "แก... แกมันปีศาจ!" เจ้าสัวไพศาลกระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเงาดำที่เขาเคยใช้กักขังและควบคุมวิญญาณผู้อื่น บัดนี้กำลังย้อนกลับมาบีบรัดลำคอของตนเอง รินทร์ไม่ตอบคำดูถูกนั้น เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับชายแก่ผู้โลภมาก ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นเบื้องหน้าเพื่อถ่าย Pลัgงานไสยเวทควบคุมโครงข่ายอาคมให้แน่นหนาขึ้น ความเข้าใจในศาสตร์ลี้ลับที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างยาวนาน ผสานกับความช่วยเหลือจากอาจารย์จันทร์เจ้าที่คอยคุมเชิงอยู่รอบนอก ทำให้การจัดการกับพวกมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับการพลิฝ่ามือ แต่ทว่า... ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะปิดผนึกคดีนี้และดึงข้อมูลลับจากจิตใต้สำนึกของเจ้าสัวไพศาล บรรยากาศภายในห้องใต้ดินก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว อักขระสีฟ้าที่เคยสว่างไสวกลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับหยดเลือด เสียงกระซิบกระซาบแปลกประหลาดนับร้อยเสียงดังขึ้นจากผนังห้อง ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ที่นั่น ไม่ใช่แค่สมุนของเจ้าสัวไพศาลที่แสดงสีหน้าหวาดผวา แม้แต่รินทร์เองก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ระบบบันทึกคดีที่เคยนิ่งสงบ กลับส่งเสียงเตือนรัวเร็วจนน่ากลัว หน้าต่างสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่รินทร์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนตั้งแต่เริ่มทำคดีนี้ [คำเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS นอกเหนือจากการควบคุมของระบบ] [เขตอาคมถูกเจาะทะลวงจากภายนอก... มีบางสิ่งกำลัง "ตื่นขึ้น" ใต้พื้นห้องใต้ดินชั้นล่างสุดลงไปอีกสามเมตร] [รหัสภัยคุกคาม: "ผู้เฝ้ามองแห่งรัตติกาล" - บอสลับที่ถูกผนึกไว้โดยบรรพบุรุษตระกูลบูรพาคีรี กำลังลืมตาตื่นขึ้นเพื่อทวงคืนวิญญาณของทุกคนในที่นี้ รวมถึง... ตัวคุณด้วย] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%